นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 12

รอยสักบนร่างใคร

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและหมึกพิมพ์ราคาถูกลอยอบอวลอยู่ ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลนที่กะพริบเบาๆ ทุกครั้งกระแสไฟฟ้าขัดข้อง บนโต๊ะชันสูตรโลหะสเตนเลสสตีล ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุดนอนสงบนิ่ง ผิวหนังเหี่ยวย่นตามกาลเวลาถูกกรีดเปิดออก เผยให้เห็นลายสักหมึกสีชาดโบราณที่ฝังลึกถึงชั้นไขมัน—ลวดลายที่รินลดากำลังเพ่งพินิจผ่านแว่นขยายด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด "คุณใช้เวลากับรอยพวกนั้นนานเกินไปแล้ว รินลดา" เสียงทุ้มต่ำและติดจะหงุดหงิดดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ดึงสติของนักมานุษยวิทยากายภาพสาวให้หลุดออกจากภวังค์ ศิลาเดินเข้ามาใกล้ แสงไฟสะท้อนบนไหล่เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มของเขาชื้นหยาดฝนจากข้างนอก นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจยาว ปัดคราบความเหนื่อยล้าออกจากใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยเคราจางๆ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองศพบนโต๊ะ แต่กลับจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของเธอ—ใบหน้าที่เรียบเฉยราตุ๊กตาพอร์ซเลน แต่แววตาไหววับด้วยความกังวลที่เธอพยายามซ่อนไว้ "ความตายไม่ได้มีความหมายแค่อายุขัยที่หมดลงหรอกนะคะ, ผู้กองศิลา" รินลดาตอบโดยไม่ละสายตาจากรอยสัก เธอยกปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางขึ้นแตะเบาๆ บนผิวหนังที่ถูกเย็บปิดแล้ว "ลายเส้นนี้... มันไม่ใช่แค่ศิลปะพื้นVหรือความเชื่อทางไสยศาสตร์ แต่มันคือ ‘การประกาศสิทธิ์’ ผู้ตายไม่ได้ถูกฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ หรือความแค้นส่วนตัว แต่เขากำลังถูกทำเครื่องหมาย... ในฐานะสิ่งของชิ้นหนึ่ง" ศิลาขยับเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยปริยาย กลิ่นฝนและบุหรี่จางๆ จากตัวเขาผสมผสานกับกลิ่นห้องดับจิตจนกลายเป็นบรรยากาศที่ชวนอึดอัด "แล้วคุณล่ะ? กำลังคิดว่าตัวเองเป็นอะไร ถึงได้นั่งจ้องศพพวกนี้จนดึกดื่นทุกคืนแบบนี้? คุณกำลังหาความจริง หรือกำลังหาทางพาตัวเองไปนอนบนโต๊ะนั้นแทน?" รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาสีเทาเข้มของเธอนิ่งสนิท ทว่าสะท้อนภาพเงาของเขาอย่างชัดเจน "ความจริงกับความตายมักจะเดินมาด้วยกันเสมอค่ะ ผู้กอง... และฉันคิดว่าคุณเองก็รู้ดีกว่าใคร ว่าบางครั้งเราเลือกทางเดินไม่ได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบลงมาในคดีนี้แล้ว" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนิ่งค้างไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่ศพที่คอยย้ำเตือนถึงความจริงอันหนาวเหน็บ เคมีระหว่างความเยือกเย็นทางวิชาการและความดุดันดิบเถื่อนของตำรวจนอกรีตปะทะกันในพื้นที่แคบๆ นี้อย่างเงียบเชียบ ทว่ารุนแรงในความรู้สึก "กลับบ้าน" ศิลาสั่งเสียงเฉียบขาด น้ำเสียงของเขาไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นคำสั่งที่แฝงความห่วงใยดิบๆ ไว้ภายใต้ความกระด้าง "ผมจะไปส่ง" "ไม่ต้องค่ะ ฉันเอารถมา..." "ผมไม่ได้ถามว่าคุณเอารถมาไหม" ศิลาตัดบทดึงดัน ขยับเข้าไปใกล้เสียจนรินลดาต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ "ผมบอกว่าผมจะไปส่ง และนั่นหมายถึงคุณต้องเดินไปกับผมตอนนี้ รินลดา... อย่าดื้อในเวลาที่ความปลอดภัยของคุณมันมีค่าเท่ากับศูนย์" รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะไม่พอใจกับการถูกบังคับ แต่เธอก็รู้ดีว่าข้อถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในตอนนี้เธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หญิงสาวถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะ หยิบเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวมทับแล้วก้าวเดินนำออกไปโดยไม่เอ่ยคำใดเพิ่มเติม สายฝนด้านนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องในยามวิกาล ถนนสายเปลี่ยวของเมืองใหญ่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมทางที่สาดส่องลงบนพื้นยางมะตอยเปียกชื้น รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อของศิลาแล่นผ่านตึกเก่าแก่และตรอกซอกซอยอันมืดมิด บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบงันที่มีน้ำหนักถ่วงทับหัวใจ รินลดานั่งเหม่อมองหยดน้ำฝนที่ไหลวนบนกระจกหน้าต่าง ภาพสะท้อนของเธอบนกระจกทับซ้อนกับความทรงจำวัยเด็กที่เธอพยายามฝังกลบมาตลอดชีวิต—กลิ่นอายของห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะ เสียงกระซิบในความมืด และรอยสักปริศนาแบบเดียวกันนี้ที่เคยปรากฏบนข้อมือของมารดาในคืนวันที่สูญเสียทุกอย่าง รถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของรินลดา อาคารเก่าแก่สไตล์วินเทจที่มีความปลอดภัยระดับปานกลาง แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ มันกลับดูโดดเดี่ยวและน่ากลัวราวกับกรงขัง "ถึงแล้ว" ศิลาดับเครื่องยนต์ หันมามองเธอที่กำลังจะเอื้อมมือเปิดประตู "อย่าเพิ่งลงไป... รอให้ผมเดินไปส่งที่หน้าห้อง" "ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะผู้กอง อีกอย่าง ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัย..." "ระบบรักษาความปลอดภัยเหรอ?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหันมามองเธอนิ่ง "คุณคิดว่ากุญแจล็อคประตูห่วยๆ กับกล้องวงจรปิดที่เสียครึ่งหนึ่ง จะกันคนประเภทที่ถลกหนังคนอื่นเพื่อสลักลายสักได้หรือไง?" คำพูดนั้นทำให้รินลดาชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ อย่างจำยอม ทั้งสองก้าวลงจากรถ ฝ่าสายฝนที่โปรยปรายบางเบาเดินเคียงคู่กันเข้าไปในตัวอาคาร กลิ่นอับชื้นของตึกเก่าผสมกับความเย็นเยียบของอากาศทำให้ขนลุกชันอย่างประหลาด ลิฟต์เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดขณะเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุด รินลดายืนกอดอก เงียบงันตลอดทางจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักของตนเอง เธอนำกุญแจไขเข้าล็อกแล้วผลักประตูบานไม้เปิดออก ความมืดมิดภายในห้องทักทายพวกเขาก่อนที่สวิตช์ไฟจะถูกเปิด ศิลาก้าวเข้ามาเป็นคนแรก สัญชาตญาณดิบของตำรวจสืบสวนทำงานทันที กวาดสายตาดูลึกลงไปในห้องสตูดิโอขนาดกลางที่จัดวางข้าวของอย่างเป็นระเบียบ—จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดกับบางสิ่งบนโต๊ะทำงานกลางห้อง "รินลดา..." ศิลาเรียกเสียงต่ำ มือหนาคว้าแขนเธอไว้เพื่อรั้งไม่ให้ก้าวเข้าไปลึกกว่านี้ "มีอะไรคะ..." รินลดาขมวดคิ้ว แต่เมื่อมองตามสายตาของเขา หัวใจเธอก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม บนโต๊ะทำงานไม้สีเข้มของเธอ ท่ามกลางกองเอกสารงานวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์รอยสักโบราณ มีวัตถุแปลกปลอมชิ้นหนึ่งวางเด่นเป็นสง่า—มันคือกล่องไม้แกะสลักลวดลายเดียวกับรอยสักบนศพในห้องชันสูตร ส่งกลิ่นหอมหวานประหลาดของกำยานโบราณที่เธอคุ้นเคยจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน รินลดาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ด้วยขาที่สั่นเทา เธอเอื้อมมือสั่นระริกไปเปิดฝากล่องไม้นั้นออกช้าๆ ภายในกล่อง ไม่มีอะไรนอกจากภาพถ่ายโพลารอยด์ใบใหม่ที่เพิ่งถูกถ่ายสดๆ ร้อนๆ—ภาพใบหน้าของเธอเองขณะกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนในห้องนี้เมื่อคืนวาน พร้อมกับข้อความด้วยลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มที่ยังไม่แห้งสนิทดี *‘ชิ้นส่วนต่อไป... กำลังรอการสลักลาย’* รินลดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ ความหนาบวกกับความหวาดกลัวพุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอย่างรุนแรง เธอไม่ใช่แค่ผู้ศึกษาคดีอีกต่อไปแล้ว... เธอกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปในเกมนี้อย่างสมบูรณ์ ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นยะเยือก ก็ดังขึ้นแว่วมาจากระเบียงด้านนอกห้องพัก ซึ่งเป็นมุมอับที่ไม่มีทางหนี—และเงาร่างสีดำทะมึนของใครบางคนกำลังก้าวผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ! --- ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดและพิสูจน์ความจริงไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%