รอยดินสอ 2B บนกระดาษไขราคาแพงถูกกดทับด้วยแรงอารมณ์จนไส้ดินสอหักดังเป๊าะ เสียงนั้นคมชัดบาดแก้วหูในห้องประชุมที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาดุดั่งเสือซุ่มที่กำลังรอจะตะครุบเหยื่อ
"คุณกำลังทำลายสัดส่วนทองคำของโปรเจกต์นี้ พริม" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้า "ผนังรับน้ำหนักตรงนี้ถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อให้โครงสร้างอาคารสมบูรณ์แบบที่สุด แต่คุณกลับบอกให้ผมทุบมันทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นกระจกโค้งโล่งๆ แบบนั้นเหรอ? นี่มันงานสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียมนะคะ ไม่ใช่บ้านตุ๊กตา"
พริมไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอยิ้มมุมปาก ชูแก้วกาแฟเย็นในมือขึ้นจิบนิดหนึ่งก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ อย่างจงใจ ดวงตากลมโตแพรวพราวฉายแววท้าทาย ชนิดที่ต่อให้ธันวาจะส่งรังสีอำมหิตออกมาแค่ไหน ก็ทำอะไรเธอไม่ได้
"ความสมบูรณ์แบบของคุณมันน่าเบื่อจะตายค่ะ คุณธันวา" พริมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันกลับ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของซิตรัสโชยปะทะจมูกคนตัวสูงจนธันวาเผลอชะงักไปชั่วขณะ "อาคารที่สร้างมาเพื่อตั้งโชว์ความเนี๊ยบ แต่มนุษย์จริงๆ กลับอึดอัดจนหายใจไม่ออก คุณเรียกมันว่างานสถาปัตยกรรมชั้นยอดเหรอคะ? สำหรับฉัน... มันคือคุกติดแอร์ดีๆ นี่เอง"
"พริม!" ธันวาตบโต๊ะเบาๆ แต่เต็มไปด้วยพลังคุกคาม เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเธออย่างไม่ยอมแพ้ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเหลือแค่ปลายโต๊ะกั้น ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ข้อมือขณะกำหมัดแน่น "คุณไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานของการออกแบบด้วยซ้ำ อย่าเอาความคิดตื้นเขินจากการรีวิวคาเฟ่บ้านๆ มาใช้กับงานแลนด์มาร์กมูลค่าหลายร้อยล้านนะคะ"
"อ้าวเหรอคะ? งั้นไอเดียคาเฟ่บ้านๆ ของฉันอันนี้ คงจะทำให้สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่นอนไม่หลับไปหลายคืนเลยล่ะสิคะ"
พริมไม่พูดเปล่า เธอดึงกระดาษสเกตช์หยาบๆ แผ่นหนึ่งที่เธอวาดขึ้นเองเมื่อคืนออกจากแฟ้ม แล้วตบแปะลงกลางแบบแปลนอันล้ำค่าของธันวาอย่างไร้ความปรานี นิ้วเรียวสวยไล้ไปตามเส้นโค้งที่เธอเติมแต่งลงไป "มองด้วยตาเนื้อสคะคุณขา ไม่ใช่ใช้แค่อคติมอง... ถ้าเราเปิดช่องแสงตรงนี้ให้เชื่อมต่อกับสวนแนวตั้งด้านนอก แสงธรรมชาติจะสาดส่องเข้ามาในช่วงบ่าย ช่วยลดการใช้พลังงานแถมยังสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้มากกว่าการเอาผนังทึบตันมาตั้งกั้นเพื่อความเท่แบบไร้ประโยชน์ตั้งเยอะ"
ธันวาก้มมองรอยปากกาเมจิกสีแดงที่ตัดผ่านเส้นดินสอสีดำของเขา มันคือการลบตัวตนและความตั้งใจทั้งหมดที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการคิดค้น แต่เมื่อสมองส่วนเหตุผลประมวลผลตามคำพูดของเธอ... เขาก็ต้องยอมรับในใจลึกๆ ว่า *‘มันได้ผล’*
แต่วินัยและความปากแข็งไม่ยอมให้เขายอมรับออกไปง่ายๆ
"มันดูฉาบฉวย... และไม่มีรสนิยม" ธันวาเค้นเสียงพูดออกมา พยายามดึงสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ และใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่คืบ "คุณแค่ต้องการความแปลกใหม่เพื่อเอาไปทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียเรียกยอดไลก์ โดยไม่สนว่าโครงสร้างมันจะพังลงมาเมื่อไหร่"
"ยอดไลก์มันกินไม่ได้หรอกค่ะคุณธันวา แต่พื้นที่ที่ใช้งานได้จริงและทำให้คนมีความสุขต่างหากที่ยั่งยืน" พริมขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนธันวาต้องเอนตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา "ยอมรับมาเถอะค่ะว่าไอเดียของฉันมันดี จนคุณนึกเสียดายที่ตัวเองคิดไม่ได้ก่อน"
"หลงตัวเอง"
"ปากแข็ง" พริมสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเย้าแหย่ปรากฏบนเรียวปากอิ่ม "ถ้าแน่จริง พรุ่งนี้เรามาลองขึ้นโมเดล 3D ตามแบบของฉันดูค่ะ ถ้ามันพังหรือไม่เวิร์กอย่างที่คุณว่า ฉันจะยอมกราบขอโทษแล้วให้คุณด่าสามวันสามคืนเลยเอ้า! แต่ถ้ามันเวิร์ก... คุณต้องเลี้ยงข้าวฉันมื้อแพงๆ สามมื้อ รวบยอดไปเลยค่ะ"
ธันวามองรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั้นแล้วหมั่นไส้จนอยากจะจับมาตีให้ก้นลายนัก ผู้หญิงอะไร... ทั้งดื้อ ทั้งรั้น แถมยังมีเสน่ห์จนน่าโมโห
"แล้วถ้ามันล่ะลายพินาศล่ะครับ... อ่า ไม่ใช่สิ... ถ้ามันพินาศล่ะครับ คุณจะเอาอะไรมาแลก?" ธันวาเผลอพลั้งปากใช้สรรพนามผิดไปนิด แต่รีบแก้เกมด้วยการกดเสียงต่ำลงเพื่อข่มขวัญ
"ถ้ามันพินาศ ฉันยอมให้คุณแก้แบบแปลนนี้คนเดียวตามใจชอบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีข้อแม้ค่ะ!"
"ดี..." ธันวาโน้มใบหน้าลงไปใกล้เธออีกนิด จนพริมต้องกลั้นหายใจ ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รำหนี่ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "เตรียมตัวล้างจานใช้หนี้ค่าข้าวผมได้เลย พริม"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังคุกกรุ่นไปด้วยประกายไฟแห่งความท้าทายและแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะปฏิเสธ หัวใจของธันวาเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ส่วนพริมเองก็เริ่มรู้สึกว่าการยืนเถียงกับผู้ชายคนนี้ใกล้ๆ ชักจะอันตรายต่อสุขภาพจิตของเธอเกินไปแล้ว
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกห้องประชุมดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของกานต์ คู่แข่งตัวฉกาจที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพินيصและแฟ้มเอกสารในมือ
"อ้าว... ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจังนะครับ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเอ่ย?" กานต์กวาดสายตามองธันวาที่ยืนประชิดตัวพริมอยู่ด้วยรอยยิ้มเยาะ "พอดีผมเอาแบบแปลนฉบับปรับปรุงของผมมาเสนอท่านประธานเหมือนกัน หวังว่าคงไม่ทำให้ทีมงานเบอร์หนึ่งอย่างคุณธันวาต้องกุมขมับจนนอนไม่หลับหรอกนะครับ"
ธันวาผละออกจากพริมทันที สีหน้ากลับมาเรียบเฉยราวก้อนน้ำแข็งอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองกานต์ด้วยความระแวดระวัง ขณะที่พริมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจในท่าทีตีสองหน้าของชายผู้มาใหม่
"คุณมาทำไมที่นี่ กานต์?" ธันวาเอ่ยถามเสียงเย็นยะเยือก
กานต์หัวเราะในลำคอ ยื่นแฟ้มในมือไปวางกระแทกบนโต๊ะทำงานกลางห้อง "ก็แค่เอาหลักฐานความพ่ายแพ้ของคุณมาให้ดู... เพราะดูท่าทางแล้ว โปรเจกต์นี้ คุณคงไม่มีปัญญาแก้เกมให้ทันกำหนดพรุ่งนี้แน่ๆ"
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 6 นี้นะคะ หวังว่าจะสนุกจนวางไม่ลงค่ะ!
รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 6
แบบแปลนที่ถูกแก้ไข
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!