เสียงเปิดแฟ้มกระดาษดังแควกท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ เปรียบเสมือนเสียงมีดที่กรีดลงบนเส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะของทุกคนในห้อง กานต์ยกยิ้มมุมปากด้วยความเหนือกว่า ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารออกแบบแปลนรีสอร์ทริมทะเลที่ถูกแก้จนเละเทะด้วยหมึกสีแดง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับธันวาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ก็แค่เอาหลักฐานความพ่ายแพ้ของคุณมาให้ดู... เพราะดูท่าทางแล้ว โปรเจกต์นี้ คุณคงไม่มีปัญญาแก้เกมให้ทันกำหนดพรุ่งนี้แน่ๆ"
คำพูดเย้ยหยันนั้นลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ธันวาไม่ได้ตอบโต้อะไรในทันที ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนแทบจะเป็นรูปปั้นหิน สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหาแฟ้มในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน อารมณ์คุกรุ่นพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่ภายใต้ความนิ่งสนิทนั้น สายตาของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนคู่ต่อสู้ให้ขาดเป็นAวิ่นได้ทุกเมื่อหากมีช่องว่าง
พริมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เธอกระแทกแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวลงบนโต๊ะเบาๆ แต่เสียงนั้นดังพอที่จะเรียกความสนใจจากทุกคนในห้องได้เป็นอย่างดี
"ความพ่ายแพ้เหรอคะคุณกานต์?" พริมทวนคำ เสียงหวานใสแต่เจือด้วยกระแสเสียงเย้ยหยันชัดเจน เธอยื่นมือไปหยิบแฟ้มเจ้าปัญหาขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงใจ "แปลกจังนะคะ นึกว่าสถาปนิกแถวหน้าจะรู้จักคำว่า 'พัฒนา' เสียอีก นี่มันงานแก้แบบระดับเด็กฝึกงานชัดๆ คุณเอาขยะพวกนี้มาอวด เพราะคิดว่าคนอื่นเขามาตรฐานต่ำเหมือนคุณหรือเปล่าคะ?"
กานต์หน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่แข็งค้าง "ปากดีนักนะพริม ระวังเถอะ... พรุ่งนี้ตอนที่บอร์ดบริหารปฏิเสธงานของพวกคุณ เธอจะยังหัวเราะออกอยู่ไหม"
"ก็ลองดูสิคะ" พริมเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "คนที่มีปัญญาแค่มุดหัวขโมยไอเดียคนอื่นแบบคุณ ถึงชนะไปก็คงไม่มีปัญญาภาคภูมิใจอะไรหรอกค่ะ จริงไหมคะคุณธันวา"
ประโยคหลังเธอหันไปเลิกคิ้วมองชายหนุ่มข้างกาย ธันวาปรายตามองเธอนิดหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันจางๆ ที่หาดูได้ยาก เคมีระหว่างเขากับเธอยามนี้ช่างเข้าขาและพร้อมใจกันแผ่รังสีความกวนประสาทใส่คู่แข่งจนกานต์แทบจะกัดฟันกรอดด้วยความโมโห
"ประชุมแค่นี้พอนะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กวาดสายตามองหน้ากานต์นิ่งๆ "ส่วนเรื่องงานพรุ่งนี้... ผมไม่เคยพลาด และไม่เคยปล่อยให้ใครมาเหยียบหัวซ้ำสอง เชิญคุณกลับไปเตรียมตัวรับความจริงเถอะครับ"
กานต์แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ คว้าแฟ้มเอกสารของตัวเองกลับมาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ปากดีไปเถอะ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน" เขาทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องประชุมไป ปล่อยให้ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องโล่งโปร่งขึ้นทันตาเห็น ทว่าความตึงเครียดส่วนตัวระหว่างคนทั้งคู่กลับยังคงหลงเหลืออยู่ ธันวาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดหัวที่เริ่มก่อตัว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำสะสมมาหลายวันเริ่มส่งผล แต่วินาทีนี้เขากลับไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นได้ โดยเฉพาะต่อหน้าอินฟลูเอนเซอร์สาวฝีปากกล้าที่กำลังนั่งจ้องเขาตาแป๋ว
"ไหวไหมคะเนี่ย สถาปนิกคนเก่ง?" พริมเอ่ยทัก น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่แต่แอบแฝงด้วยความห่วงใยจางๆ เธอนั่งเท้าคางมองเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหล่อเหลา "ทำหน้าเหมือนคนอดนอนมาสามวันติด ระวังหน้าแก่ก่อนวัยนะคะ เดี๋ยวสาวๆ แถวนี้จะเมินเอา"
ธันวาหันขวับมามองคนพูด หรี่ตาลงเล็กน้อย "ใครบอกว่าผมไม่ไหว? แล้วอีกอย่าง... เรื่องหน้าตาของผม คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ มันยังดูดีกว่ารสนิยมการเลือกคู่ต่อสู้ของคุณแน่ๆ"
"อ้าว! นี่ฉันช่วยคุณนะยะ!" พริมโวยวายทันที เธอดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าไม่มีฉันเมื่อกี้ คุณคงโดนไอ้กานต์มันเหยียบจมดินไปแล้ว ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สมควรแล้วล่ะค่ะที่โดนเขาตามกัดไม่ปล่อย"
"ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วย" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความขบขันที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่ให้เธอเห็น เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แกล้งลดเสียงลงให้ทุุ่มนุ่มและอันตรายขึ้น "แต่... ขอบใจก็แล้วกัน"
คำพูดขอบคุณที่หลุดออกมาแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาพริมชะงักไปชั่วขณะ เธอกะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะรัวด้วยความโมโห กลับสะดุดกึกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของชายหนุ่มที่ลอยมาแตะจมูกยามที่เขาโน้มเข้ามาใกล้ ทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา ใบหน้างดงามร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาเล่นงาน
"ระ... รสชาติกาแฟที่ชงมาขมเกินไปหรือไงคะ ถึงได้ทำหน้าบึ้งตึงขนาดนั้น" พริมหาเรื่องเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความเขินอาย เธอคว้าแก้วกาแฟดำของตัวเองขึ้นมาจิบแก้เก้อ "สมน้ำหน้า อยากสั่งแบบไม่ใส่น้ำตาลเองนี่นา"
ธันวาอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นหูของหญิงสาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความเหนื่อยล้าที่มีมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่อบอุ่นขึ้นมาในอก เขาแกล้งขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน
"ไม่รู้สิครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของเธอ "แต่พอได้ยินเสียงคุณเถียงเมื่อกี้... กาแฟแก้วนี้ก็เริ่มหวานขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะครับ"
พริมหันขวับมาค้อนวงใหญ่ใส่คนเจ้าเล่ห์ "เลี่ยนค่ะ! ไปกินน้ำตาลปี๊บแทนข้าวเลยไป!" เธอผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อรักษาระยะห่าง แต่ธันวากลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขายิ้มออกมาได้อย่างสนิทใจท่ามกลางสมรภูมิงานออกแบบที่แสนดุเดือดนี้
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายและเคมีที่กำลังสパークกันอย่างหวานชื่นก็ต้องสะดุดลง
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่มันจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของเลขาหน้าห้องก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน มือถือแท็บเล็ตสั่นรัวในมือ
"คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนคนฟังต้องขมวดคิ้วมุ่น "ตอนนี้... แบบแปลนรีสอร์ทรุ่นล่าสุดของเรา ถูกอัปโหลดหลุดลงไปในโลกออนไลน์แล้วค่ะ! และคอมเมนต์ตอนนี้กำลังวิจารณ์กันอย่างหนักหน่วงหาว่าเราก๊อปปี้งานของสตูดิโอคู่แข่งค่ะ!"
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที รอยยิ้มเมื่อครู่วันมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเคร่งขรึมและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง พริมเองก็หน้าถอดสี รีบวางแก้วกาแฟลงแล้วลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา สายตาทั้งคู่ประสานกันในความตกใจ ก่อนที่ธันวาจะหันไปมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงภาพข่าวฉาวโฉ่ด้วยแววตาวาวโรจน์... มีคนหักหลังพวกเขาจากข้างใน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความสัมพันธ์(ที่เริ่มจะหวานปนแซ่บ)ของพ่อหนุ่มปากร้ายกับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 7
รสชาติกาแฟที่ขมขื่น
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!