รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 8

คืนที่ฝนตกในไซน์งาน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานดังขึ้นติดต่อกันเป็นระลอก ราวกับเสียงกรรไกรที่กำลังตัดทอนเส้นตายของพวกเขาให้สั้นลงทุกที หน้าจอเรืองแสงวาบสะท้อนภาพข่าวออนไลน์ พาดหัวตัวหนาสีแดงฉานประจานความล้มเหลวของโปรเจกต์รีโนเวตตึกเก่าในเครือบริษัทสถาปนิกชื่อดัง ข้อมูลภายใน ภาพร่างสามมิติ และพิกัดลับของไซน์งานถูกปล่อยออกไปโดยฝีมือของใครบางคน... คนที่นั่งอยู่ร่วมห้องกับพวกเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา "หึ... เกลือเป็นหนอนสินะคะ" พริมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่คิดจะปิดบังความกรุ่นโกรธ นิ้วเรียวกดปิดหน้าจอแท็บเล็ตฉับพลันราวกับต้องการตัดสัญญาณความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามา "สืบไม่ยากหรอกค่ะ คนที่มีรหัสผ่านเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ระดับนี้ได้ มีอยู่ไม่กี่คนในทีม... และหนึ่งในนั้นก็คือลูกน้องคนสนิทของกานต์ที่เพิ่งย้ายเข้ามา" ธันวายังคงยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคู่คมดูลึกล้ำและมืดมนราวกับท้องฟ้ายามวิกาลที่กำลังก่อตัวเป็นพายุใหญ่ ความเงียบงันแผ่ขยายปกคลุมทั่วห้องทำงานชั่วคราวในไซน์งานเก่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด สถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบกำลังเผชิญหน้ากับความผิดพลาดที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือตัวเอง แต่มันกำลังจะแผดเผาชื่อเสียงที่เขาเพิ่งสร้างมาหยาดเหงื่อ "คุณจะยืนเป็นพระอภัยมณีอยู่ตรงนี้อีกนานไหมคะธันวา" พริมก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ร่างโปร่งในชุดทะมัดทะแมงหยุดยืนห่างเพียงแค่คืบ สายตาที่มองมาทั้งท้าทายและเร่งเร้า "ข่าวออกไปแล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงนักข่าวแห่กันมาที่นี่แน่ ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์ในฝันของคุณกลายเป็นกองขยะ เราต้องไปดูหน้างานจริงตอนนี้ ก่อนที่หลักฐานทั้งหมดจะถูกทำลาย" ธันวดึงสายตากลับมามองหญิงสาวตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของเธอในระยะประชิด นัยน์ตาคู่นั้นไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง "คุณนี่มัน... ไม่เคยกลัวอะไรเลยสินะพริม" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดปนระอา "รู้ตัวไหมว่าตอนนี้เรากำลังเดินเข้าปากเสือ" "เสือตัวไหนจะดุเท่าคุณอีกล่ะคะคุณธันวา" พริมสวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "ถ้ากลัวนัก ก็เชิญนั่งรอให้คนอื่นมาเหยียบหัวอยู่ที่นี่เถอะค่ะ... ส่วนฉัน จะเดินไปลุยเอง!" พูดจบลับหลัง พริมก็หมุนตัวคว้าเสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวขึ้นมาสวมแล้วก้าวยาวๆ มุ่งหน้าออกไปยังประตูทันที ธันวากัดฟันกรอดด้วยความขัดแย้งในอก สุดท้ายร่างสูงก็สาวเท้าก้าวฉับๆ ตามหลังเธอออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่า... เมื่อประตูเหล็กบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก เสียงฟ้าร้องคำรามก้องก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม เม็ดฝนเม็ดใหญ่โหมกระหน่ำเทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าอย่างไร้ความปรานี แรงลมกรรโชกกระชากจนป้ายไซน์งานโครงสร้างเก่าแก่สั่นไหวโยกเยก ภายในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ทัศนวิสัยรอบตัวก็ถูกม่านน้ำฝนหนาทึบกลืนกินจนมืดมิด "ให้ตายสิ..." ธันวาคบคิดสบถออกมาเบาๆ เมื่อมองสภาพอากาศภายนอกที่แปรเปลี่ยนเป็นพายุฤดูร้อนขนาดย่อม รถยนต์ของทั้งคู่จอดอยู่ห่างออกไปอีกฟาดยากของลานดินกว้างที่ตอนนี้กลายเป็นโคลนตมหนาทึบ หากฝืนเดินลุยออกไปตอนนี้ มีหวังได้จมปลักอยู่กลางสายฝนก่อนจะได้ทำอะไรแน่ๆ "ทางนี้ค่ะ!" เสียงพริมตะโกนแข่งกับเสียงสายฝนมาจากมุมหนึ่งของอาคารร้าง เธอกวักมือเรียกเขาให้วิ่งเข้าไปหลบใต้ชายคาของโครงสร้างไม้เก่าที่ยื่นออกมาจากตัวตึกหลัก ธันวาไม่รอช้า ขายาวรีบสาวเท้าวับๆ เข้าไปประชิดตัวเธอ แรงลมพายุทำให้เม็ดฝนสาดส่องเข้ามาเปียกปอนเรือนร่างทั้งคู่จนชุ่มโชก เสื้อผ้าเนื้อบางแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่เสื้อเชิ้ตทำงานของสถาปนิกหนุ่มก็เปียกแนบแผ่นอกกว้าง เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อรางๆ ภายใต้เนื้อผ้าสีอ่อนที่ชุ่มน้ำ ทั้งคู่วิ่งเข้ามาหลบอยู่ภายในห้องโถงชั้นล่างสุดของตัวอาคารร้าง ซึ่งเดิมทีถูกออกแบบให้เป็นโถงต้อนรับสไตล์วินเทจ แต่ตอนนี้หลงเหลือเพียงโครงสร้างปูนเปลือยคานเหล็กขึ้นสนิม และเศษซากวัสดุก่อสร้างที่กองระเกะระกะ ไร้ซึ่งกระแสไฟฟ้า เนื่องจากระบบไฟถูกตัดขาดไปตั้งแต่พายุเริ่มตั้งเค้า ความมืดสลัวภายในห้องร้างถูกขับเน้นด้วยแสงแลบแปลบปลาบจากสายฟ้าด้านนอก เสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดหลังคาสังกะสีเสียงดังสนั่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของคนทั้งคู่ พริมหายใจหอบถี่ ไหล่บางไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจ น้ำฝนหยดลงมาจากปลายผมปรกหน้าผากมน ขับให้ใบหน้าเนียนใสดูเย้ายวนใจในความมืดสลัว ธันวายืนพิงเสาปูนอยู่ใกล้ๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างที่เปียกปอนของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาผสมผสานกับกลิ่นอายความชื้นของฝนและกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ติดตัวเธอมา มันเป็นกลิ่นที่เขารู้สึกคุ้นเคยและหงุดหงิดหัวใจทุกครั้งเข้าใกล้ "มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยโคลนติดอยู่หรือไง" พริมหันมาเจอสายตาคมกลาของเขาก่อนพอดี เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งท้าทาย แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาเล็กน้อยเพราะความหนาวเย็นของอากาศ "เปล่า..." ธันวาตอบเสียงห้วน ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นอย่างไม่ยอมสบตา "แค่กำลังคิดว่า ถ้าพวกนักข่าวบ้าจี้ฝ่าพายุมาจริงๆ แล้วเจอเราติดแหง็กอยู่กับสภาพดูไม่จืดแบบนี้ พาดหัวข่าวพรุ่งนี้เช้าคงสนุกพิลึก" "ห่วงแต่ชื่อเสียงตัวเองหรือไงคะ?" พริมก้าวเข้าไปหาเขาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มอย่างไม่หลบเลี่ยง "จำเลยสังคมอย่างคุณธันวา จะกลัวอะไรกับข่าวฉาวอีก แค่เพิ่มหัวข้อ 'แอบย่องเงียบกับอินฟลูเอนเซอร์สาวในตึกร้างยามวิกาล' เข้าไปอีกสักเรื่อง ชีวิตคุณคงมีสีสันขึ้นตั้งเยอะ" "พริม!" ธันวาหมดความอดทน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอโดยอัตโนมัติ แรงบิดกระชากเบาๆ ดึงร่างโปร่งให้เข้ามาประชิดแผ่นอกกว้างอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศแทรกผ่าน พริมสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่กุมรอบแขนเธอ และยิ่งเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกกรุ่นปะปนความห่วงใยอย่างไม่ตั้งใจ เธอก็รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง ในความเงียบงันที่ถูกคั่นกลางด้วยเสียงฝนตกกระหน่ำด้านนอก บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด กลิ่นอายความดื้อรั้นและปากกล้าของหญิงสาวปะทะเข้ากับความเย่อหยิ่งและอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายของชายหนุ่ม ธันวาก้มมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ดวงตาคู่คมฉายแววไหวระริกอย่างปิดไม่มิด นิ้วโป้งที่กุมอยู่ตรงต้นแขนเผลอออกแรงลูบไล้ผิวเนียนนุ่มภายใต้เสื้อเปียกชื้นโดยไม่รู้ตัว "คุณมันดื้อ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดแก้มเนียนจนพริมรู้สึกวูบวาบไปหมด "รู้ไหมว่าการที่คุณทำตัวเก่งเกินหน้าเกินตาแบบนี้... มันทำให้ผมอยากจะจัดการคุณให้เข็ดหลาบซะตรงนี้" พริมใจเต้นรัวระส่ำ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะยังอยากเถียงกลับตามนิสัย แต่สมองกลับตื้อตันไปหมดเมื่อเจอสายตาและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายจากคนตรงหน้า "ถ้าแน่จริง... ก็ลองดูสิคะ" เธอกลั้นใจพูดท้าทายออกไป แม้เสียงจะสั่นพร่ากว่าปกติเล็กน้อย ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาหาเธอช้าๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน หัวใจของพริมเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอหลับตาลงอัตโนมัติ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของตึกร้างและสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาจากทางโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อธันวาด้วยความตกใจของใครบางคน! "คุณธันวาครับ! คุณพริม! อยู่ข้างในนี้หรือเปล่าครับ!" ธันวาชะงักกึกทันที ดวงตาคู่คมตวัดมองไปยังต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนพริมลืมตาขึ้นพรวด ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจ เธอรีบผลักอกแกร่งของชายหนุ่มให้ออกห่างทันที ร่างสูงถอยหลังไปหนึ่งก้าว สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขากวาดสายตามองไปทางประตูทางเข้าที่แสงไฟฉายกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่เงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาวิกาลเช่นนี้ จะก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บและชวนจิกหมอนของธันวากับพริมนะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%