"จะยืนเป็นหุ่นขี้ผึ้งให้โทรศัพท์มันแผดเสียงเรียกจนแบตหมด หรือจะหยิบขึ้นมาดูสักทีคะคุณสถาปนิก หรือกลัวว่าปลายสายจะเป็นเจ้าหนี้ที่ตามทวงแปลนโครงสร้างที่พังไม่เป็นท่าเมื่อปีก่อนล่ะคะ"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เชือดเฉือนของพริมดังแทรกความเงียบงันขึ้นมาทันที แรงสั่นครืดคราดจากกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาหยุดชะงักลงเมื่อเรียวิวนิ้วเรียวของเจ้าตัวควานไปคว้าสมาร์ทโฟนออกมากดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ใบหน้าคมสันตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กรามขบเข้าหากันจนสันนูนเด่นชัดภายใต้แสงไฟนีออนสลัวของซากอาคารเก่าที่กำลังจะถูกรีโนเวท ดวงตาคู่คมตวัดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง
ธันวาปรายตามองหมวกนิรภัยสีเหลืองบนศีรษะเล็กของพริม ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน "ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คุณพริม... น่าเสียดายที่ความสามารถในการวิเคราะห์หน้างานของคุณมันไม่ได้คมคายเท่าคำพูดพวกนั้นเลยสักนิด"
"อย่างน้อยปากจัดๆ ของฉันก็ไม่ได้ทำให้ตึกนี้เสี่ยงถล่มลงมาทับหัวใครตายเหมือนแปลนฉบับสมบูรณ์แบบจอมปลอมของคุณหรอกค่ะ!" พริมก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความท้าทาย เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีรอยร้าวลึกยาวกว่าสองเมตรเบื้องหลังเขา "ดูนี่สคะคุณธันวา รอยร้าวเฉียงแบบนี้ในทางวิศวกรรมเขาเรียกว่า 'Shear Failure' แปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายๆ สำหรับสถาปนิกที่เอาแต่ก้มหน้ามองกระดาษก็คือ โครงสร้างหลักกำลังจะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วค่ะ! ถ้าฉันเลือกที่จะรื้อถอนผนังปูนฉาบตรงนี้ออกตามดีไซน์บ้าบอที่คุณวาดฝันไว้... ตึกทั้งหลังนี้ได้กลายเป็นสุสานส่วนตัวของเราสองคนในอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้านี้แน่ๆ"
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำขู่ของเธอ แต่เป็นเพราะสายตาจริงจังที่ปราศจากแววตาหยอกเย้าใดๆ พริมในยามที่พูดเรื่องความปลอดภัยของชีวิตคน ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์สาวสายลุยที่ชอบสร้างคอนเทนต์เรียกยอดไลก์อย่างที่เขาเคยปรามาสไว้ในใจเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังยืนหยัดอยู่บนหลักการทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง แม้ว่ามันจะขัดแย้งกับกำหนดส่งงานของเขาแบบหน้ามือเป็นหลังมือก็ตาม
"คุณกำลังตื่นตูมเกินไป..." ธันวาปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ พยายามสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งขึ้นมาปกป้องอีโก้ของตัวเองอีกครั้ง ร่างสูงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น "รอยร้าวที่คุณเห็น เป็นแค่รอยแตกร้าวของปูนฉาบผิวเผินเนื่องจากการทรุดตัวตามกาลเวลา โครงสร้างรับน้ำหนักข้างในยังแข็งแรงดี ผมคำนวณมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่มีทางที่..."
"ไม่มีทางบ้าบออะไรล่ะคะ!" พริมสวนกลับทันควันโดยไม่รอให้เขาพูดจบ เธอคว้าข้อมือหนาของธันวาแล้วดึงหมับให้เดินตามไปยังมุมอับของเสาต้นเดิม แรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้สถาปนิกหนุ่มเซถลาเข้าไปใกล้จนแผ่นอกกว้างเกือบแนบชิดกับลาดไหล่บาง "มองนี่สิคะ! เอาตาคู่คมๆ ของคุณเพ่งเข้าไปใกล้ๆ อย่าเอาแต่อวดดี!"
เธอยกไฟฉายแรงสูงส่องกราดไปตามรอยแยกลึก พร้อมกับใช้นิ้วเรียวเขี่ยเศษปูนที่ร่วนซุยออกให้เห็นเนื้อเหล็กเส้นภายในที่ขึ้นสนิมจนแดงฉาน ธันวานิ่งอึ้งไปสนิท ลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันในระยะประชิดทำให้สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างแม่นยำกลับสะดุดกึก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของหญิงสาวลอยละล่องเข้ามาแตะจมูกท่ามกลางฝุ่นละอองของอาคารเก่า แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอก็คือ สภาพความเสียหายที่แท้จริงของเหล็กเสริมภายในเสาต้นนั้น... มันเสื่อมสภาพเกินกว่าร้อยละห้าสิบไปไกลโขแล้ว
ดวงตาคมกริบของธันวาหรี่ลง ความมั่นใจทั้งหมดที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นระรัวอยู่ใกล้เสียจนน่ากลัว
"เห็นหรือยังคะ..." พริมลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงคืบทำให้เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่เหนือหน้าผาก "หรือคุณจะยังยืนกรานว่านี่คือความสวยงามตามธรรมชาติของสถาปัตยกรรมแนวลอฟท์ ที่คุณตั้งใจจะโชว์ให้ลูกค้าดูคะ... คุณธันวา"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าหากดึงดันจะรีโนเวทต่อตามแบบเดิม ความหายนะรออยู่เบื้องหน้าอย่างแน่นอน แต่ทิฐิที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้ไม่อาจเอ่ยปากยอมรับความผิดพลาดออกมาได้ง่ายๆ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันต่อปากต่อคำอะไรกลับไปเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนก้องก็ดังแว่วมาจากโถงทางเข้าชั้นล่างเสียก่อน
"เฮ้ย! สองคนนั้นน่ะ ออกมาได้แล้วโว้ย! เจ้าของโครงการเขาพานายทุนใหญ่มาตรวจงานกะทันหัน... แล้วก็..." เสียงตะโกนขาดหายไปช่วงหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเย้ยหยันที่ธันวาจำได้แม่นยำ "และดูเหมือนว่าคุณกานต์ คู่แข่งตัวฉกาจของคุณ เขาจะพาผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอิสระมาแฉความผิดพลาดของคุณถึงที่ด้วยเหมือนกัน!"
พริมชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เธอมองหน้าธันวาที่ตอนนี้ขบกรามแน่นจนขึ้นสัน รังสีความโกรธเกรี้ยวและกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัวพูดอะไร มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงให้ก้าวตามไปหลบหลังเสาต้นใหญ่อย่างไม่ทันตั้งตัว
"อย่าเพิ่งออกไป..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเธออย่างเร่งรีบ ลมหายใจอุ่นที่เปรอะเปื้อนความตึงเครียดทำให้พริมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ "ถ้าพวกมันเห็นรอยร้าวนี้ก่อนที่เราจะหาทางแก้... งานนี้ผมจบเห่แน่ และคุณ... ในฐานะคนคุมงานร่วมกับผม ก็จะโดนหางเลขไปด้วยเต็มๆ"
พริมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่อยู่ใกล้จนแทบจะสิงร่าง ท่ามกลางความวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที เคมีบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟก็เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในมุมมืดของซากตึกร้างแห่งนี้
แล้วจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามก็ดังใกล้เข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูกั้น พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของกานต์ที่เอ่ยทักทายเสียงดังลั่นด้วยความสะใจ
"อ้าวคุณธันวา... ได้ยินว่าแปลนตึกนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ใช่เหรอครับ ทำไมถึงต้องมาแอบซุ่มเงียบอยู่ในมุมมืดแบบนี้ล่ะ หรือว่า... กำลังหาข้อแก้ตัวเรื่องโครงสร้างที่กำลังจะพังพินาศอยู่กันแน่?"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" คนนี้เสมอนะคะ
รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 2
ปากที่จัดกว่างานสถาปัตยกรรม
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!