"ถอยออกไปหน่อยค่ะคุณธันวา... หรือว่าสถาปนิกชื่อดังอย่างคุณ กลัวความจริงจนต้องใช้ร่างกายบังเลนส์กล้องของฉันไว้กันแน่?"
เสียงใสติดจะห้วนกระด้างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของไซต์งานก่อสร้างที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นปูนขาว พริมขยับตัวถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง แต่นัยน์ตากลมโตกลับจดจ้องร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนขวางหน้าเธออยู่ราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก ธันวาไม่ได้ขยับเขยื้อนตามคำพูดของเธอ เขายังคงยืนนิ่ง ไหล่กว้างเหยียดตรง สันจมูกโด่งเป็นคมเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยคนมั่นใจในตัวเองสูง ทว่าแววตาที่มองลงมากลับไม่ได้มีความเย่อหยิ่งปรากฏอยู่เลย มีเพียงความหงุดหงิดระคนระมัดระวังที่ฉายชัดผ่านม่านตาคมปลาบ
ประโยคยั่วเย้าที่พริมเพิ่งเอ่ยออกไปเมื่อครู่ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ จุดชนวนความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น เหตุการณ์จากตอนที่แล้วที่เธอจับพิรุธเขาได้คาหนังคาเขา ทำให้ธันวาต้องรีบหาทางยุติการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างตึกก่อนที่คลิปวิดีโอของเธอจะถูกส่งออกไปสร้างความเสียหายให้แก่ชื่อเสียงที่เขาเพียรสร้างมาทั้งชีวิต
แต่ใครจะคาดคิดเล่าคะ ว่าความพยายามในการแย่งชิงอุปกรณ์บันทึกภาพชิ้นสำคัญ จะนำไปสู่ความหายนะที่ไม่มีใครคาดฝัน
"คุณไม่มีสิทธิ์เผยแพร่คลิปนั้น พริม" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ร r ลอดไรฟัน ทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าจับขอบกริปกล้องวิดีโอราคาแพงลิบที่คล้องอยู่บริเวณลำคอระหงของหญิงสาว แรงฉุดกระชากเพียงเล็กน้อยจากความตกใจและสัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้พริมสะดุ้งสุดตัว
"นี่! ปล่อยนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงมาแย่งของคนอื่นแบบนี้!" พริมอุทานเสียงหลง มือเล็กข้างหนึ่งรีบตะครุบตัวกล้องไว้แน่น ขณะที่อีกข้างพยายามผลักแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แรงปะทะระหว่างคนตัวใหญ่กว่ากับความดื้อรั้นที่ไม่ยอมใครทำให้กล้องวิดีโอมืออาชีพสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ฉับ! เสียงสายคล้องคอขาดสะบั้นลงพร้อมกับร่างของกล้องตัวเก่งที่หลุดลอยจากมือของทั้งคู่ มันร่วงหล่นลงสู่พื้นคอนกรีตเปลือยเบื้องล่างด้วยความเร็วสูง และ...
*เพล้ง! แกร็ก!*
เสียงชิ้นส่วนพลาสติกและกระจกเลนส์ราคาแพงแตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา พริมยืนนิ่งค้างไปทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว เธอก้มมองซากอุปกรณ์ทำงานชิ้นเอกที่นอนแอ้งแม้งไร้ลมหายใจอยู่แทบเท้า ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับต้นเหตุของความพินาศครั้งนี้
ธันวาเองก็ชะงักไปชั่วขณะ สถาปนิกหนุ่มก้มมองซากกล้องสลับกับใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธของอินฟลูเอนเซอร์สาว ร่องรอยความสำนึกผิดวาบขึ้นในแววตาของเขาเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มาดนิ่งขรึมจะถูกดึงกลับมาสวมทับไว้อย่างรวดเร็ว
"เอ่อ... ผมไม่ได้ตั้งใจ..." ธันวาขยับปากเอ่ยเสียงเรียบ พยายามหาคำแก้ตัวให้กับความซุ่มซ่ามที่เกิดจากความตกใจของตนเอง
"ไม่ได้ตั้งใจ?! คุณพูดออกมาได้ยังไงคะคุณธันวา!" พริมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโมโหจนแทบควบคุมไม่อยู่ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา นิ้วเรียวชี้หน้าสถาปนิกหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว "กล้องตัวนี้ราคาเท่าไหร่คุณรู้ไหมคะ! เลนส์ตัวนั้นฉันต้องเก็บเงินทำงานแทบตายกว่าจะซื้อมาได้ แล้วคุณ... คุณทำมันพังพินาศคามือแบบนี้เนี่ยนะ!"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะเป็นสถาปนิกเงินเดือนสูงลิ่วและมีชื่อเสียง แต่การทำลายข้าวของของผู้อื่นโดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ มันทำให้เขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมคายฉายแววอึดอัดเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาคลอเบ้าอยู่ในดวงตากลมโตของหญิงสาว แม้เธอจะปากเก่งและต่อปากต่อคำเก่งแค่ไหน แต่ความเสียใจที่เห็นเครื่องมือทำมาหากินพังยับเยินต่อหน้าต่อตาก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ผมรับผิดชอบ..." ธันวาเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิม ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในอก "ผมจะจ่ายค่าเสียหายให้ทั้งหมด คุณตีราคามาเลย"
"คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างหรือไงคะ!" พริมตอกกลับเสียงดัง หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ทว่าแววตาที่มองเขากลับเต็มไปด้วยความพยศและไม่ยอมแพ้ "สิ่งที่คุณทำลายมันไม่ใช่แค่กล้องค่ะ แต่มันคือความตั้งใจของฉัน คลิปที่ฉันอุตส่าห์ถ่ายเพื่อแฉความจริง... มันจบลงหมดแล้วเพราะความมือบอนของคุณ!"
ธันวานิ่งเงียบไป ปล่อยให้เธียรระบายความโกรธออกมาโดยไม่คิดจะแก้ตัวอีกต่อไป เขารู้ดีว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดเต็มประตู ภาพของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธและเสียใจสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของเขา ทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความรำคาญเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ... ความรู้สึกผิดที่แปลกประหลาดและชวนให้หัวใจกระตุกวูบ
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงเหวและความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ซากปรักหักพัง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขา
"โอ้โห... นี่เรามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวาน หรือว่ากำลังดูฉากละครน้ำเน่าราคาถูกกันอยู่ครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มกวนประสาทที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ กานต์ สถาปนิกคู่แข่งคนสำคัญของธันวา ก้าวเท้าเข้ามาในไซต์งานด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองซากกล้องที่พื้นสลับกับใบหน้าของธันวาและพริมด้วยความขบขัน
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างสูงโดยอัตโนมัติ เขารีบก้าวเท้าขยับมาบังร่างของพริมไว้เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ป้องกันไม่ให้สายตาเจ้าเล่ห์ของกานต์ล่วงล้ำเข้ามาสำรวจความอ่อนแอของหญิงสาว
พริมสะดุ้งเล็กน้อยจากแรงขยับตัวของธันวา เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มลวกๆ ก่อนจะหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาระแวดระวัง
กานต์ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สายตาคมกาววาววับด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่ปิดบัง "ดูท่าทางโปรเจกต์นี้จะมีปัญหาใหญ่ซะแล้วสินะครับคุณธันวา... ลำพังแค่โครงสร้างตึกที่กำลังจะพังก็แย่พออยู่แล้ว นี่รสนิยมส่วนตัวยังเปลี่ยนมาทำลายข้าวของของอินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังอีกเหรอเนี่ย? ช่างเป็นสถาปนิกที่สร้างสรรค์ผลงาน... ได้พินาศสมชื่อจริงๆ นะครับ"
คำพูดเสียดสีและท่าทีเยาะเย้ยของกานต์ทำให้ธันวาขากรรไกรค้างด้วยความโกรธ เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ ความอดทนที่สั่งสมมานานใกล้จะระเบิดเต็มที
พริมมองหน้ากานต์สลับกับธันวา สัญชาตญาณความทันคนบอกเธอทันทีว่าสถานการณ์กำลังจะเลวร้ายลงไปอีก เมื่อคู่แข่งทางธุรกิจกระโดดเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ในเวลาที่เธอและธันวากำลังเพลี่ยงพล้ำที่สุด
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขากำหมัดแน่นข้างลำตัว ก่อนจะหันมามองพริมด้วยสายตาที่อ่อนลงชั่วพริบตา—สายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน คำพูดบางคำจ่ออยู่ริมฝีปากแต่ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยออกไป
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรเพิ่มเติม กานต์ก็ก้าวเข้าไปใกล้ซากกล้องที่พื้น ย่อตัวลงหยิบชิ้นส่วนเมมโมรี่การ์ดที่กระเด็นออกมาขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างถือวิสาสะ
"อ๊ะๆ ของชิ้นนี้น่าสนใจดีนี่ครับ..." กานต์เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มร้ายกาจให้ทั้งคู่ "ถ้าคลิปข้างในนี้หลุดออกไปสู่สาธารณะล่ะก็... ผมว่าอนาคตของใครบางคนแถวนี้คงได้พังทลายลงสมบูรณ์แบบจริงๆ แน่ๆ เลยล่ะครับ"
ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่าน เขาขยับตัวเตรียมพุ่งเข้าไปแย่งชิงเมมโมรี่การ์ดคืนมาทันที ทว่ากานต์กลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ฉีกกว้างขึ้น
พริมหัวใจกระตุกวูบ เธอรู้ทันทีว่าหากหลักฐานชิ้นนั้นตกไปอยู่ในมือของกานต์ ความพินาศที่แท้จริงกำลังจะมาเยือนพวกเขาไม่ใช่แค่เรื่องกล้องพังอีกต่อไปแล้ว... แต่หมายถึงเกมธุรกิจทั้งหมดที่กำลังจะพลิกผัน!
รี้ดเดอร์คะ... งานนี้ธันวาจะยอมปล่อยให้คู่แข่งคนสำคัญชิงหลักฐานชิ้นสุดท้ายไปได้จริงๆ หรือ และเขาจะแก้ไขสถานการณ์วิกฤตนี้อย่างไร? มาร่วมลุ้นและติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 3
กล้องวิดีโอที่พังพินาศ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!