หน้าจอมือถือในมือของพริมสั่นระรัว ภาพถ่ายไฟล์ลับความละเอียดสูงบนหน้าจอไม่ใช่แค่เรื่องของกล้องราคาแพงที่พังคามือเธออีกต่อไปแล้ว หากภาพนั้นหลุดลอดไปถึงมือของกานต์ คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ธันวา ทุกสิ่งที่เธอกับเขาร่วมกันสร้างมาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้คงพังทลายไม่เป็นท่า
ความเงียบในห้องทำงานแคบๆ ยามค่ำคืนราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายเฉพาะตัวของธันวา—กลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ ผสมกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ—ยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีกหลายเท่า
"ทางเลือกไม่ได้มีเยอะนักหรอกนะคุณพริม"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองเธอราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รอยยิ้มหยันที่มุมปากของเขาช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาแรงๆ สักที
"คุณหมายความว่ายังไงคะคุณธันวา จะให้ฉันกราบขอร้อง หรือจะให้คุกเข่าสำนึกผิดดีล่ะ?" พริมเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นต่อหลักฐานในมือเขาก็ตาม เธอกัดริมฝีปากแน่น ปรารถนาจะซ่อนความตื่นตระหนกไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว
"ผมไม่ได้พิสมัยการดูละครน้ำเน่าหรอกนะ" ธันวาขยับตัวเข้าใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว ขายยาวๆ ของสถาปนิกหนุ่มทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงอย่างรวดเร็วจนพริมต้องผถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง "แต่ถ้าอยากให้เรื่องนี้จบลงแบบที่รูปพวกนั้นไม่ไปโผล่อยู่บนโต๊ะทำงานของกานต์... มันก็มีวิธีเดียว"
"วิธีอะไร" เธอถามเสียงห้วน ลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันทำให้พริมรู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องกำลังลดลง
"มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวให้ผม"
ธันวาโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอกลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความท้าทาย "ชดใช้ค่ากล้องที่พัง และชดเชยความเสียหายที่เธอสร้างไว้ ด้วยการมาทำงานรับใช้ผมทุกอย่าง... จนกว่าโปรเจกต์นี้จะปิดตัวลง"
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" พริมอุทานเสียงหลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ "ฉันเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายลุยนะคุณ ไม่ใช่ทาสรับใช้ในเรือนเบี้ยของคุณ! จะให้ฉันมาคอยแบกแปลน คอยชงกาแฟ หรือกวาดสตูดิโอให้คุณเหรอ ไม่มีทาง!"
"อ้าว นึกว่าคนปากเก่งอย่างคุณจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้นะ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงอารมณ์ "หรือว่ากลัว? กลัวว่าจะทำงานร่วมกับผมไม่ได้ หรือกลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นผิดจังหวะเวลาที่ต้องอยู่ใกล้กันแน่ล่ะ"
คำพูดเย้าแหย่ที่เจือความมั่นใจเกินร้อยนั้นทำเอาพริมเลือดขึ้นหน้า เธอยื่นมือไปผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรง แต่ธันวากลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือเธอไว้เบาๆ แต่แน่นหนา ดึงเธอเข้าไปใกล้จนแผ่นอกของเขากับตัวเธอแทบจะแนบชิดกัน
สัมผัสที่อุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาทำเอาพริมสะดุ้งวาบ กระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนขนลุกชัน เธอมองสบตาเขา ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด เคมีที่คุกรุ่นระหว่างความดื้อรั้นของเธอกับความเผด็จการของเขาปะทะกันจนเกิดประกายไฟในความมืด
"ปล่อยฉันนะ..." พริมกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาทำให้สติสตางค์ที่เคยกระจัดกระจายรวมกันไม่ติด
"ตกลงไหมล่ะ... หรือจะให้ผมส่งไฟล์นี้ให้กานต์ตอนนี้เลยดี?" ธันวาไม่ยอมปล่อย เขาก้มกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง ทำเอาหัวใจดวงน้อยของพริมกระตุกวูบอย่างแรง
ในเสี้ยววินาทีที่พริมกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำขาดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รออนุญาต!
ร่างสูงโปรดของกานต์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตาคมกวาดตามองคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันด้วยท่าทางสนิทสนมเกินกว่าเหตุ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสำคัญของพวกคุณหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดแซ่บของคู่นี้เสมอนะคะ
รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 4
ค่าจ้างที่ต้องแลกด้วยการเป็นผู้ช่วย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร่างรักกับดักหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!