กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นหนังแท้ของเบาะรถยนต์ในห้องส่วนตัวสั่นประสาทรินรดาจนลมหายใจติดขัด เธอไม่ได้อยู่ในออฟฟิศ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สาธารณะ แต่เธอกำลังถูก 'ศิลา' ต้อนให้จนมุมอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของคฤหาสน์หรูหราที่เขาอ้างว่าเป็นที่สำหรับ 'ตกลงเรื่องงาน'
ประตูบานหนาถูกปิดล็อกลงด้วยระบบอัตโนมัติ เสียงกลไกที่ทำงานราวกับเสียงประหารชีวิตทำให้รินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่
"คุณบอกว่าจะคุยเรื่องหลักฐาน" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอพยายามให้มั่นคงที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบขยับกายเข้ามาใกล้ เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ เผยให้เห็นแผงอกหนาภายใต้เชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด แววตาของเขามืดดำราวกับมหาสมุทรในคืนไร้จันทร์ มันคือแววตาของผู้ล่าที่กำลังสนุกกับการได้เห็นเหยื่อดิ้นรนอยู่ในกรงทองที่เขาออกแบบมาเองกับมือ
"ใช่ครับ ผมจะคุยเรื่องหลักฐาน" เขาเว้นจังหวะ ก้าวเข้ามาประชิดจนร่างสูงใหญ่ของเขากดทับรัศมีของเธอเอาไว้ "แต่ผมไม่ได้บอกว่าหลักฐานเหล่านั้นจะให้คุณฟรีๆ"
ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของอำนาจเอื้อมมาเชยคางมนขึ้น รินรดาเบี่ยงหน้าหลบแต่เขากลับใช้นิ้วโป้งกดลงที่ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ แรงกดนั้นหนักหน่วงและแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเธอเดือดพล่านด้วยความโกรธและ... ความรู้สึกประหลาดที่ไม่อาจนิยามได้
"เอาออกไป" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ปากเก่งเหมือนเดิมนะครับรินรดา" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งสันสัมผัสกับพวงแก้มเนียน เขาสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธออย่างถือสิทธิ์ "คุณคงรู้ดีว่าการจะขุดคุ้ยเรื่องของผม มันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และผมไม่ใช่คนใจดีที่จะให้คุณทำลายชื่อเสียงโดยไม่ได้รับอะไรตอบแทนกลับมา"
เขาลากไล้ริมฝีปากลงมาที่ข้างลำคอระหง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินผิวหนังจนเธอขนลุกชัน รินรดารวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกกว้างของเขาออก แต่เขากลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอไปไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย พละกำลังที่แตกต่างกันมหาศาลทำให้เธอรู้ซึ้งว่าในสถานการณ์นี้ เขาคือพระเจ้าและเธอเป็นเพียงตุ๊กตาที่เขาสามารถฉีกทึ้งได้ตามใจชอบ
"ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณ ศิลา"
"คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวครับ..." เขากระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทจนรินรดาเผลอหลุดเสียงครางแผ่วเมื่อเขางับติ่งหูเธอเบาๆ ก่อนจะขบเม้มซ้ำอย่างหยอกเย้า "แต่คุณกำลังถูกทำให้เป็นของผม ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเหยียบเข้ามาในถิ่นของผมแล้ว"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดของเกมการเมืองกลายเป็นความเร่าร้อนที่แทรกซึมผ่านอณูอากาศ ศิลาเริ่มสำรวจเรือนร่างของเธอผ่านสายตาที่แทบจะเผาไหม้เสื้อผ้าของเธอให้มอดไหม้ ฝ่ามือที่ว่างอยู่เริ่มซุกซนไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของเอวบาง รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง ความโกรธแค้นในใจเริ่มสั่นคลอนด้วยแรงปรารถนาที่เขาจงใจกระตุ้น
"ถ้าคุณต้องการแค่ตัวฉัน... คุณก็แค่กดขี่ฉันได้เลย แต่จำไว้ว่าฉันจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้คุณ" รินรดาประกาศกร้าว แม้ดวงตาจะสั่นไหว
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบแต่กลับเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาเปลี่ยนจากการตรึงข้อมือมาเป็นการโอบเอวเธอแน่นขึ้นจนร่างกายไร้ช่องว่างเบียดชิดกัน ความแข็งแกร่งของเขาที่ดันเข้าที่หน้าท้องเธอทำให้รินรดาต้องเผลอเงยหน้ามองด้วยความตื่นตระหนก
"ความยอมจำนนไม่ได้อยู่ที่การก้มหัวครับรินรดา... แต่อยู่ที่การที่คุณยอมครางชื่อผมในขณะที่ผมกำลังเป็นเจ้าของร่างกายคุณต่างหาก"
เขากดจูบหนักหน่วงลงบนเรียวปากบางของเธอ ไม่มีการถนอมน้ำใจ มีเพียงความดิบเถื่อนที่เรียกร้องสิทธิ์ขาด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอพยายามจะเม้มปากแน่นแต่สัมผัสที่เชี่ยวชาญและการปลุกเร้าอย่างหนักหน่วงทำให้ปราการของเธอพังทลายลงในพริบตา ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตวัดเกี่ยวพัวพันจนเธอแทบยืนไม่อยู่
ในขณะที่เกมอารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของศิลาก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอ... 'ศัตรูเข้าใกล้เขตวงใน'
ศิลาหยุดชะงักทันที ดวงตาคมกล้าเปลี่ยนเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นชั่วขณะ เขาละจากริมฝีปากเธออย่างอ้อยอิ่งก่อนจะมองสบตาที่ยังคงมึนงงของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ดูเหมือนจะมีคนขัดจังหวะความสนุกของเราเสียแล้ว" เขาหยิบปืนพกกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักออกมาควงอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ "อยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปไหน... ถ้าไม่อยากตายก่อนจะได้รู้ความจริงที่มาตามหา"
เขากำลังจะก้าวออกไปจากห้อง แต่รินรดากลับคว้าแขนเขาไว้ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นที่เหนือกว่าความกลัว
"ใคร? ใครคือคนที่จะมาฆ่าคุณในบ้านตัวเอง?"
ศิลาหันกลับมามองเธอรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มอบอุ่น เขากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผละตัวออกไป
"คนที่คุณกำลังสืบหา... และเขาก็คือคนที่ส่งคุณมาให้ผมตั้งแต่วันแรกยังไงล่ะรินรดา"
ภูริศร์หวังว่าทุกท่านจะอรรถรสไปกับเกมที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในตอนนี้นะครับ
ศัสตราสังหารในคราบนักบุญ•ตอนที่ 3
เกมไล่ล่าเริ่มต้น
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราสังหารในคราบนักบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
