“ตัวเลขที่คุณเสนอมา มันไม่ใช่แค่การลงทุน แต่มันคือการประกาศสงครามกับบอร์ดบริหารชุดเดิมนะครับ คุณธันวา”
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนผู้เป็นซีอีโอของ ‘เน็กซัส เทค’ บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่กำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น ก้องสะท้อนอยู่ในห้องประชุมส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร นิ้วของเขาเคาะโต๊ะไม้โอ๊กแท้เป็นจังหวะที่แสดงถึงความกระวนกระวาย
ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างกายผ่อนคลาย แต่ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับจ้องมองกราฟราคาหุ้นที่ดิ่งเหวบนจอโปรเจกเตอร์ด้วยความสงบนิ่ง เยือกเย็นประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก เขาไม่ได้มองแค่ตัวเลขในปัจจุบัน แต่เขากำลังมองทะลุผ่านกาลเวลา เห็นอนาคตที่บริษัทนี้จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ในอีกสองทศวรรษข้างหน้า
“สงครามเหรอครับ?” ธันวาทวนคำ พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย “สำหรับผม สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าสงคราม มันเป็นเพียงการจัดระเบียบใหม่ให้ถูกที่ถูกทางเท่านั้น คุณเองก็รู้ดีว่าที่นี่มีเทคโนโลยีระดับเปลี่ยนโลกอยู่ในมือ เพียงแต่คนบริหารมันดันหลงทางไปกับผลกำไรระยะสั้นจนลืมหัวใจของนวัตกรรม”
เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย ประสานมือวางบนโต๊ะ แววตาของเขามีอำนาจสะกดใจจนซีอีโอฝั่งตรงข้ามเผลอกลั้นหายใจ
“ผมไม่ได้มาเพื่อยึดอำนาจเปล่าๆ ผมมาพร้อมกับทุนสำรองและกลยุทธ์ที่จะทำให้หุ้นตัวนี้พุ่งทะยานจากจุดต่ำสุดสู่ระดับนิวไฮภายในสามไตรมาส คุณมีทางเลือกสองทางครับ คือนั่งดูบริษัทที่คุณสร้างมากับมือล้มละลายไปพร้อมกับความดื้อรั้นของบอร์ดบริหารชุดเดิม หรือจะจับมือกับผม แล้วเรามาเปลี่ยนให้โลกนี้หมุนไปในทิศทางที่เราต้องการ”
รินรดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่งยิ้มให้กำลังใจ เธอรู้อยู่เต็มอกว่าธันวาไม่ได้แค่พูด แต่เขาเตรียมการมาดีพอที่จะเขย่าตลาดหุ้นโลกให้สะเทือน เธอเปิดแฟ้มข้อมูลลับที่รวบรวมความไม่โปร่งใสของบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันวางลงบนโต๊ะ
“หลักฐานพวกนี้ หากหลุดไปถึงมือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คุณคงจินตนาการออกนะครับ” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด
ซีอีโอวัยกลางคนถึงกับหน้าซีดเผือด เขาหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดูเพียงครู่เดียว มือที่ถือปากกาก็เริ่มสั่นเทา เขาเงยหน้ามองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความระแวงกลายเป็นความหวาดเกรงปนยอมจำนน
“คุณต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน?” เขาถามเสียงแผ่ว
“ผมต้องการอำนาจการตัดสินใจเบ็ดเสร็จในโปรเจกต์ ‘โปรเจกต์เจเนซิส’ และที่นั่งประธานกรรมการบริหารในนามตัวแทนกลุ่มทุนของผม” ธันวากล่าวพลางลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เข้าที่ “คุณมีเวลาตัดสินใจถึงรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้ครับ ตลาดหุ้นไม่เคยรอคนขี้ขลาด และผมเองก็เช่นกัน”
ธันวาเดินออกจากห้องประชุมนั้นด้วยความมั่นคง รินรดาเดินตามออกมาโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อยตามมารยาททางธุรกิจ
“คุณคิดว่าเขาจะยอมหรือคะ เอ้ย... จะยอมไหมครับ?” รินรดาเอ่ยถามระหว่างก้าวเดินไปที่ลิฟต์กระจก ซึ่งเผยให้เห็นภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟ
ธันวาหยุดเดินแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง “เขาไม่มีทางเลือกอื่นหรอกครับริน ความโลภและความกลัวเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดในตลาดทุน เมื่อเขารู้ว่าถ้าไม่ยอมร่วมมือ เขาจะสูญเสียทุกอย่าง เขาก็จะกลายเป็นสุนัขที่เชื่องที่สุดของเรา”
แต่ในใจของธันวาไม่ได้มีเพียงเรื่องเน็กซัส เทค เท่านั้น ภาพใบหน้าของอิทธิพลในอดีตชาติที่เคยหัวเราะเยาะเขาตอนล้มละลายผุดขึ้นมาเป็นระยะ ความแค้นที่สั่งสมมานานไม่ได้จางหายไปไหน มันเพียงแต่ถูกบ่มเพาะให้กลายเป็นความแค้นที่เย็นชาและมีระเบียบแบบแผนมากขึ้นเท่านั้น
“คุณธันวาคะ... มีสายเข้าจากอิทธิพลครับ” รินรดารับโทรศัพท์จากเลขาฯ ของธันวาก่อนจะยื่นให้เขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ธันวารับโทรศัพท์มาถือไว้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยไร้อารมณ์ “ว่าไงอิทธิพล... ได้ข่าวว่าช่วงนี้ธุรกิจของคุณกำลังไปได้สวยในตลาดอสังหาฯ นี่”
“ธันวา... แกนั่นเองสินะที่กว้านซื้อหุ้นเน็กซัส เทค ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา” เสียงของอิทธิพลจากปลายสายแหบพร่าและแฝงความอาฆาต “อย่าคิดว่าการขยับตัวแค่ไม่กี่ครั้งจะทำให้แกก้าวตามทันฉันได้ ฉันรู้ว่าแกกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ และฉันเตือนแกไว้ตรงนี้เลยนะ... อย่าให้ฉันต้องลงมือจัดการแกเป็นครั้งที่สอง”
ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสนุกสนาน “คำเตือนเหรอ? ขอบใจนะอิทธิพล แต่ฉันว่านายควรจะห่วงตัวเองดีกว่านะ เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะทำหลังจากนี้ มันไม่ใช่แค่การขยับตัว แต่มันคือการถอนรากถอนโคนทุกสิ่งที่นายภาคภูมิใจต่างหาก”
เขาตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอให้ปลายสายได้โต้ตอบ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
ทว่า ในวินาทีที่ธันวากำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตในมือของรินรดาก็ดังขึ้นถี่ๆ เธอรีบกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนจะหันมามองธันวาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
“คุณธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ มีรายงานด่วนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่ามีคำสั่งซื้อหุ้นเน็กซัส เทค จำนวนมหาศาลจากบัญชีที่ไม่ระบุตัวตนเข้ามาตัดหน้าเราไปเมื่อนาทีที่แล้ว... ที่สำคัญที่สุดคือ...” เธอหยุดชะงัก ลมหายใจขาดห้วง “มีรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นใหม่ในระบบ... ชื่อของเขาคือคนที่เราไม่คิดว่าจะร่วมมือกับอิทธิพล”
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอแท็บเล็ต ปากกาในมือเขาเกือบจะหลุดจากนิ้ว มือของเขาเริ่มสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุดเมื่อเห็นเงาหัวของบุคคลในอดีตที่เขาคิดว่าตายไปนานแล้ว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในทุกจังหวะชีวิตนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน•ตอนที่ 18
ขยายอิทธิพลสู่ระดับโลก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!