"แกคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไง ธันวา?"
เสียงของอิทธิพลแหบพร่าแต่นิ่งสนิท มันเย็นเยียบพอที่จะแช่แข็งหยดเลือดที่ไหลรินอยู่บนแก้มของผม ปลายกระบอกปืน .38 ที่จ่ออยู่บนขมับไม่ได้ทำให้ผมสั่นไหว หัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะกราฟหุ้นขาขึ้นที่แม่นยำ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการคำนวณความเสี่ยง ผมมองไปยังรินรดาที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นห้องเก็บเอกสารลับใต้ดิน เธอพยายามประคองลมหายใจสุดท้ายด้วยความเข้มแข็งเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้
"ไม่ใช่พระเจ้าหรอกอิทธิพล" ผมตอบพลางขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มจางๆ "แต่ฉันคือคนที่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว... พอร์ตการลงทุนของแกมันติดลบมหาศาลแค่ไหน"
อิทธิพลหัวเราะลั่น เสียงนั้นก้องสะท้อนอยู่ในห้องคอนกรีต "มุกเดิมๆ สินะ แกยังจะมาพูดเรื่องตัวเลขอีกเหรอ? ในตอนที่ชีวิตแกกำลังจะกลายเป็นศูนย์!"
"แกไม่เคยเข้าใจเลย" ผมจ้องเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภของมัน "การที่แกสั่งให้คนวางระเบิดเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลการเงินของตระกูลรินรดา มันไม่ใช่แค่การฆ่าคน แต่มันคือการทำลายหลักฐานทางการเงินที่แกฉ้อโกงบริษัทมาตลอดสามปี แกกำลังพยายามล้างกระดานตัวเองโดยไม่รู้เลยว่า... ร่องรอยการโอนเงินไปบัญชีลับในเคย์แมน มันไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ที่แกทำลายไป"
นิ้วชี้ของอิทธิพลกระตุกเล็กน้อย ความลังเลฉายชัดในแววตา ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน
"แกหมายความว่ายังไง?"
"แกคิดว่าฉันย้อนเวลากลับมาเพื่อแค่จะรวยขึ้นงั้นเหรอ?" ผมเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "เปล่าเลย... ฉันกลับมาเพื่อวางกับดักที่ไม่มีวันหนีพ้น ข้อมูลทั้งหมดถูกอัปโหลดขึ้นบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ไปเรียบร้อยแล้ว ทุกธุรกรรมที่คุณเซ็นชื่อลงไปในฐานะกรรมการบริหาร มันกำลังถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานตรวจสอบระดับโลกในอีกสามนาทีข้างหน้า แกไม่มีทางเลือกแล้วอิทธิพล... การเหนี่ยวไกคือการยอมรับว่าแกพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจของรินรดาที่เป็นเครื่องยืนยันว่าเรายังอยู่ในความเป็นจริง ผมมองทะลุผ่านความโอหังของอิทธิพล เห็นเด็กหนุ่มที่เคยนั่งกินข้าวแกงข้างทางกับผมในชาติก่อน แววตาที่เคยใสซื่อถูกบิดเบือนด้วยอำนาจและตัวเลขมหาศาลที่จับต้องไม่ได้
"แกโกหก" อิทธิพลขบกรามแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผม "ถ้าแกมีหลักฐานจริง แกต้องเอาไปแจ้งตำรวจตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่ใช่มาเสียเวลาเล่นเกมแมวจับหนูแบบนี้กับฉัน!"
"เพราะในตอนแรก... ฉันยังไม่มั่นใจว่าใครบ้างที่อยู่เบื้องหลังแก" ผมขยับตัวเข้าใกล้กระบอกปืนมากขึ้นจนหน้าผากสัมผัสกับเหล็กเย็นเยียบ "จนกระทั่งวันนี้ ที่แกเผยตัวออกมาเพื่อจบงานนี้ด้วยตัวเอง แกไม่ได้มาเพื่อฆ่าฉันหรอกอิทธิพล... แกมาเพื่อถามหา 'คีย์' ในการถอนเงินก้อนสุดท้ายที่แกติดค้างอยู่ในพอร์ตต่างประเทศใช่ไหมล่ะ?"
อิทธิพลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่น่ารังเกียจออกมา "ฉลาดสมเป็นธันวาจริงๆ แต่สายไปแล้ว... ถ้าฉันไม่ได้เงินก้อนนั้น แกกับผู้หญิงคนนี้ก็ต้องตายไปพร้อมกับความลับของฉัน"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของอิทธิพลก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด มันขมวดคิ้ว มือที่ถือปืนสั่นไหวเล็กน้อยขณะมองดูหน้าจอ ก่อนจะรับสายด้วยท่าทางลนลาน
"ว่าไง... เฮ้ย! หมายความว่ายังไงที่พอร์ตถูกอายัด? ใครเป็นคนสั่ง!"
เขาสบถออกมาด้วยความโกรธจัด ขณะที่ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้ามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบูท เตรียมจังหวะเข้าปะทะ รินรดาเริ่มขยับตัว เธอไม่ได้รอให้ผมเป็นฝ่ายลงมือเพียงคนเดียว เธอดีดตัวขึ้นจากพื้นและพุ่งเข้าใส่แขนที่ถือปืนของอิทธิพลอย่างสุดแรงเกิด
ปัง!
เสียงปืนลั่นสนั่นห้อง แต่กระสุนพลาดเป้าไปเจาะเข้าที่กำแพงคอนกรีต ผมไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าประชิดตัวอิทธิพลทันที เรากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นห้อง กลิ่นดินปืนและกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว อิทธิพลแรงเยอะกว่าที่ผมคิดไว้มาก เขากดคอผมลงกับพื้นพร้อมกับกัดฟันกรอด
"แกทำลายชีวิตฉัน! ธันวา! ทุกอย่างที่ฉันสร้างมามันพังเพราะแกคนเดียว!"
"แกสร้างมันบนกองกระดูกและหยาดเหงื่อของคนอื่นต่างหาก อิทธิพล!" ผมตวาดกลับพร้อมกับกระแทกศอกเข้าที่ซี่โครงเขาจนอีกฝ่ายจุกจนหน้าเขียว
ในขณะที่ผมกำลังจะกดเข่าลงบนลำตัวของเขาเพื่อให้เขาหมดสภาพ จู่ๆ ประตูเหล็กหนักอึ้งของห้องเก็บเอกสารก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่น แสงไฟจากภายนอกส่องเข้ามาจนตาพร่ามัว ร่างของชายในชุดสูทสีดำนับสิบคนก้าวเข้ามา แต่คนที่นำหน้าสุดกลับไม่ใช่ตำรวจหรือทีมรักษาความปลอดภัยของรินรดา
ชายชราที่ผมคุ้นเคยดีในชาติก่อน ผู้ที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุทางเครื่องบินเมื่อสิบปีก่อน กำลังยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น
เขาเดินตรงเข้ามาหาเราสองคนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ ก่อนจะหยิบปืนจากมืออิทธิพลที่หลุดกระเด็นไปขึ้นมาถือไว้อย่างสง่างาม "พวกคุณเสียเวลาทะเลาะกันเรื่องเงินเล็กน้อยไปมากเลยนะ"
เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้ผมถึงกับชะงัก มือที่กำลังจะต่อยหน้าอิทธิพลค้างอยู่กลางอากาศ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้การย้อนเวลาของผมกำลังพังทลายลง เพราะในพอร์ตการลงทุนที่ผมคิดว่าควบคุมได้ทั้งหมด ดูเหมือนจะมีผู้เล่นที่ใหญ่กว่านั้นแฝงตัวอยู่มาโดยตลอด และชายที่ยืนตรงหน้าผมคนนี้ คือคนเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังความล้มละลายของครอบครัวผมในอดีตอย่างแท้จริง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตธันวาด้วยกันนะครับ
จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน•ตอนที่ 30
เผชิญหน้าในที่ลับ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!