กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องทำงานของกวินทร์ไม่ได้ทำให้ความกดดันในอากาศเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ศรุตนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ นัยน์ตาคมกริบดุจมีดโกนของเขาสบเข้ากับดวงตาที่ซ่อนความละโมบไว้ภายใต้รอยยิ้มอบอุ่นของนักการเมืองหนุ่ม
“คุณกำลังขอให้ผมทรยศแหล่งข่าวที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของผม กวินทร์” ศรุตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
กวินทร์หัวเราะในลำคอ เขาหมุนแก้วบรั่นดีในมือช้าๆ “โลกนี้ไม่มีใครเป็นแหล่งข่าวที่สำคัญที่สุดหรอกศรุต มีแต่คนที่ยังไม่ได้รับผลประโยชน์ที่มากพอ เรนินเป็นผู้หญิงฉลาด เธอไม่ได้กำลังตามหาความจริงเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงตระกูลหรอก เธอแค่ต้องการล้มคุณ เพื่อสร้างชื่อให้ตัวเองในวงการสื่อมวลชนที่เน่าเฟะนี้”
กวินทร์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงเคาะโลงศพของความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างทนายหนุ่มกับนักวิเคราะห์ข่าวสาว “ผมมีภารกิจให้คุณไปจัดการที่ต่างจังหวัดสามวัน และในระหว่างนั้น... ผมจะจัดการ ‘แยก’ เธอออกจากข้อมูลที่คุณไม่อยากให้เธอเห็นเอง”
ศรุตชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าของเรนินในยามที่เธอจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูล ความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในดวงตาคู่นั้น ทำให้เขารู้สึกถึงความหวั่นไหวที่พยายามกดทับไว้ภายใต้มาดสุขุม “อย่าแตะต้องเธอ”
“โอ้... ความรู้สึกห่วงหาอาทรนี่ช่างน่าขัน” กวินทร์ยักไหล่ “ถ้าคุณไม่ทำ ผมก็แค่ส่งข้อมูล ‘ชุดใหม่’ ให้เธอดู ข้อมูลที่ยืนยันว่าครอบครัวของเธอที่ล่มสลายไป ไม่ใช่เพราะกฎหมายอย่างที่คุณบอก แต่เป็นเพราะมือของ ‘หุ้นส่วน’ คนสนิทของคุณเอง... คุณคิดว่าเธอจะยังอยากนอนร่วมเตียงกับศัตรูหมายเลขหนึ่งของเธออยู่ไหม?”
ศรุตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอก เขาเป็นคนคุมเกมมาโดยตลอด แต่กวินทร์กำลังใช้ความลับที่เขาพยายามปิดตายมาเป็นอาวุธทิ่มแทง
---
ในคืนเดียวกัน ณ อพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเมือง เรนินกำลังเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าหลังจากได้รับโทรศัพท์ปริศนาที่แจ้งพิกัดลับของบัญชีม้าที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของศรุต เธอตัดสินใจหยิบเสื้อโค้ทตัวบางออกมาโดยไม่รีรอ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่ความกระหายที่จะได้มาซึ่งหลักฐานสำคัญนั้นมีอำนาจเหนือสัญชาตญาณระวังภัย
ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่โถงทางเดิน หน้าประตูห้องพักของเธอ ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยกลับยืนรออยู่ก่อนแล้ว ศรุตไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ผลักประตูห้องของเธอให้เปิดออกแล้วก้าวตามเข้าไป ก่อนจะปิดล็อกกลอนลงอย่างแน่นหนา
“คุณมาทำอะไรที่นี่” เรนินถาม น้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้
ศรุตไม่ตอบ แต่เขาก้าวเข้าไปหาเธอด้วยท่าทีคุกคาม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนเหลือเพียงลมหายใจที่สอดประสานกัน กลิ่นกายของเขาอบอวลไปด้วยความอันตรายและความหอมของเหล้าที่เขาเพิ่งดื่มมา “ผมมาเตือน... ให้คุณหยุดเรื่องที่กำลังทำอยู่ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีก”
“ฉันไม่หยุด!” เรนินเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวในอก “ฉันมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ คุณกำลังกลัวอะไรอยู่ศรุต กลัวว่าความจริงจะพรากทุกอย่างไปจากคุณหรือไง?”
ศรุตกระชากแขนเธอเข้าหาตัว แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างของเรนินปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “ความจริงมันไม่ได้พรากอะไรไปจากผม... แต่มันจะทำลายคุณให้ไม่เหลือซาก”
ริมฝีปากหนาประกบลงบนเรียวปากบางของเธออย่างเร่าร้อนและดิบเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่เปี่ยมไปด้วยความรัก แต่มันคือจูบแห่งการครอบครอง การลงทัณฑ์ และความปรารถนาที่โหยหามาเนิ่นนาน เรนินเบิกตากว้างก่อนจะโอนอ่อนผ่อนตาม สัมผัสลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาทำให้สมองของเธอขาวโพลน มือบางยกขึ้นขยุ้มผมของเขาแน่น สัญชาตญาณของการเป็นศัตรูกันมลายหายไป เหลือเพียงความต้องการทางกายภาพที่ปะทุขึ้นมาแทนที่
เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกถอดออกอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหน้าต่างห้องที่สะท้อนเงาของทั้งคู่บนผนัง ศรุตช้อนร่างบางขึ้นวางบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารวิเคราะห์ข่าวของเธอ กระดาษเหล่านั้นปลิวว่อนไปตามแรงขยับเขยื้อนของร่างกาย
ทุกสัมผัสที่ศรุตก่อขึ้นบนผิวเนียนละเอียดของเธอเปรียบเสมือนการจารึกรอยตรา เขาสำรวจทุกตารางนิ้วด้วยความหลงใหลในขณะที่ปากยังคงพร่ำบอกความนัยผ่านจุมพิตที่เร่าร้อน เรนินหลับตาพริ้ม หอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อความอบอุ่นของเขาแทรกซึมเข้ามาในกายอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงามและการปลดปล่อยที่ท่วมท้น เธอรู้สึกถึงตัวตนของเขาที่ยืนยันการมีอยู่ของกันและกันท่ามกลางความสับสนของโลกภายนอก
“อย่าทิ้งผมไป...” เสียงกระซิบพร่าของศรุตดังอยู่ข้างใบหู ในขณะที่เขาสอดประสานร่างกายเข้ากับเธอด้วยจังหวะที่หนักแน่นและเร่งเร้า
ความสุขสมเดินทางมาถึงจุดสูงสุด ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจในความมืดมิดของห้องที่เงียบสงัด
แต่ทว่า... เมื่อเรนินลืมตาขึ้นในความเงียบหลังพายุอารมณ์สงบลง สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ตกอยู่ใต้โต๊ะทำงาน มันคือเครื่องดักฟังขนาดจิ๋วที่มีไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกว่าการสนทนาและเสียงครางเมื่อครู่นี้ ถูกบันทึกไปจนหมดสิ้นแล้ว
ความเย็นวาบแล่นเข้าสู่หัวใจทันที เมื่อเธอมองเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของศรุตที่สว่างขึ้นมา เผยให้เห็นข้อความจากกวินทร์ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ...
*‘ดีมากศรุต... เก็บหลักฐานการคบชู้ของเธอไว้ให้ดี เราจะใช้มันทำลายความน่าเชื่อถือของนักข่าวสาวผู้รักความยุติธรรมคนนี้ในเช้าวันพรุ่งนี้’*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ไปพร้อมกับมิดไนท์คิสค่ะ
ทนายสายมืดกับนักวิเคราะห์ข่าวสาวผู้มีอดีตเป็นเครื่องหมายคำถาม•ตอนที่ 6
กับดักของกวินทร์
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับนักวิเคราะห์ข่าวสาวผู้มีอดีตเป็นเครื่องหมายคำถาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!