เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงที่กระแทกขึ้นมาตามบันไดหินอ่อนหรูหราของคฤหาสน์เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง ปืนสั้นเก็บเสียงในมือของลูกน้องภาคินพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ รัศมีแห่งความตายแผ่ซ่านไปทั่วทางเดินมืดสลัว กลิ่นอินทรีย์ของดินปืนและหยาดเหงื่อแห่งความตึงเครียดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง
ในห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกล็อกสนิท บรรยากาศภายในกลับยิ่งอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาอันบ้าคลั่งที่สวนทางกับสถานการณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง
"มันมาเร็วกว่าที่คิด..." เสียงทุ้มต่ำของคณินกระซิบชิดริมฝีปากของลัลดา ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต มือหนาข้างหนึ่งกดท้ายทอยของเธอไว้แนบอก ขณะที่มืออีกข้างกระชับปืนพกสีดำสนิทในมือของเขาเองอย่างมั่นคง
ลัลดาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกระสุนปืนของภาคินที่กำลังจะทะลวงประตูเข้ามา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดอย่างไร้ที่ติระหว่างเธอกับชายหนุ่ม ร่างกายของเธอบดเบียดแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากสนามอิทธิพล ความร้อนผ่าวจากผิวหนังของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอแทบหลอมละลาย
"เฮีย... ข้างนอกนั้น..." เธอพยายามเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอกยามเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาไล้โค้งไปตามกรอบหน้าของเธออย่างถือดี
"ช่างหัวมันสิ ดา..." คณินคำรามในลำคอ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่เขาจะก้มลงบดจูบลงมาอย่างไร้ความปราณี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางห่ากระสุน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รสชาติของความดิบเถื่อนและอำนาจผสมผสานกันจนลมหายใจของลัลดาขาดห้วง มือเรียวเล็กที่พยายามทุบประท้วงบนอกกว้างของเขาในตอนแรก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนยับยู่ยี่ ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนปวกเปียกยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขามอบให้
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนก้องของลูกน้องภาคิน "พังประตูเข้าไป! นายสั่งให้จับเป็น!"
ทว่าภายในห้องอับทึบนี้ คณินกลับผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หยาดน้ำใสเชื่อมโยงระหว่างเรียวปากของทั้งคู่ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉาบด้วยหยาดน้ำตาแห่งความวาบหวาม เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกแน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับร่างกายของเขา
ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝ่าเท้าที่กำลังประชิดหน้าประตู คณินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป—มันนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ทว่ายังคงไว้ซึ่งความดุดันในแบบฉบับของเจ้าพ่อผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"เธอรู้ไหม... ทำไมเฮียถึงเกลียดไอ้พวกสวะพวกนั้นนัก..." คณินกระซิบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินซอกคอขาวผ่องจนลัลดาขนลุกซู่
ลัลดานิ่งงัง ปลายจมูกของเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา "เฮีย..."
"ตอนที่เฮียอายุเท่าเธอ..." เสียงทุ้มเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้อย่างมืดมิดในจิตใจ คณินกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเงาอดีตจะฉุดกระชากเธอไปจากอ้อมแขน "แม่ของเฮียถูกพวกมันฆ่าตายต่อหน้าต่อตา... ในห้องหรูหราแบบนี้แหละ ดา พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของครอบครัวเราจนไม่เหลือชิ้นดี เฮียตัวคนเดียว... ต้องปีนป่ายขึ้นมาจากกองเลือดและคราบน้ำตา เพื่อเหยียบหัวพวกมันขึ้นมามีอำนาจในวันนี้..."
สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้แผ่นหลังบางสั่นเทาเบาๆ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ลัลดาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่งของมาเฟียหนุ่ม หัวใจของเธอที่เคยต่อต้าน กลับบีบตัวเข้าหากันด้วยความสงสารและเวทนาอย่างสุดซึ้ง ความเย่อหยิ่งทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืด
"เฮียไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะคะ..." ลัลดากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือบางยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาแน่นขึ้น พร้อมกับซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นให้
คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มไหววูบชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันรุนแรงที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เขาซุกใบหน้าลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีสว่างท่ามกลางความมืดมิด มือหนาเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างเอาแต่ใจ ความต้องการครอบครองพวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ไม่สนองต่อเสียงกระแทกระทุ้งประตูจากด้านนอกอีกต่อไป
"ถ้างั้น... ก็อยู่กับเฮียตรงนี้..." เสียงกระซิบแหบพร่าของเขาชิดริมหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ไล้จູບซับหยาดน้ำตาบนแก้มใส "อย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด... เพราะถ้าพวกมันกล้าแตะต้องเธอ มันต้องก้าวผ่านศพของเฮียไปก่อน"
เพล้ง!
เสียงประตูไม้สักราคาแพงถูกถีบพังกระเด็นหลุดจากวงกบ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างเงาตะคุ่มของลูกน้องภาคินหลายชีวิตที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามา
คณินไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับผลักลัลดาไปหลบอยู่ด้านหลังด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักปืนพกขึ้นเล็งตรงไปยังผู้บุกรุกอย่างแม่นยำ แต่นัยน์ตาคู่ดาร์กของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
เมื่อร่างสูงสง่าของ "ภาคิน" ก้าวพ้นกลุ่มลูกน้องเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของคณินเย็นเฉียบ
"เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ คณิน... ของขวัญที่ฉันส่งมาต้อนรับแกคืนนี้ ไม่นึกเลยว่า... น้องสาวแท้ๆ ของแก จะกลายมาเป็นผู้หญิงของอริรักซะเอง!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
กับดักร้ายพ่ายรักคุณอา•ตอนที่ 24
อ้อมกอดในความมืด
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายพ่ายรักคุณอา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!