กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของคลังสินค้าAbandoned ร้างราษฎร์ย่านชานเมือง ลอยคละคลุ้งปะปนกับละอองฝนที่สาดซัดผ่านช่องโหว่ของผนังกั้นสังกะสี เสียงหยดน้ำฝนที่กระทบพื้นคอนกรีตดัง ‘ติ๊ง… ติ๊ง…’ เป็นจังหวะราวกับนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของพวกเราทั้งสองคน
“หมอบลง!”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของสารวัตรเอยดังขึ้นเฉียบขาด พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ของผมจนเซถลาล้มลงไปแนบกับพื้นปูนเย็นเฉียบ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับเสียงแหวกอากาศของกระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่เจาะทะลุกระจกตู้คอนเทนเนอร์ด้านหลังเสียงดังสนั่น เศษเหล็กกระเด็นใส่แก้มของผมจนแสบผ่าว
ผมไม่รอช้า สัญชาตญาณของอดีตตำรวจมือฉมังทำงานทันที นิ้วมือเรียวยาวรีบกดปุ่มเปิดใช้งานอินเทอร์เฟซโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า
[ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูง: มือปืนรับจ้างระยะไกล 2 ตำแหน่ง ทิศทาง 11 นาฬิกา และ 2 นาฬิกา]
[ระบบทำการประเมินวิถีกระสุนและคำนวณมุมอับสายตา…]
[คำแนะนำ: ใช้เสาโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กห่างออกไป 4 เมตรเป็นที่กำบังภายใน 3.2 วินาที]
ข้อมูลตัวเลขและลูกศรนำทางสามมิติปรากฏขึ้นบนเรตินาของผมอย่างแม่นยำ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวชื่นชมประสิทธิภาพของระบบตรรกะเบื้องหลัง หน้าที่ตรงหน้าคือการเอาชีวิตรอดเคียงข้างหญิงสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้ความปรานีคนนี้
ผมเหลือบมองสารวัตรเอยที่กำลังหมอบราบอยู่ข้างกัน ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นตานิรภัยไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบและประกายความเฉียบคมที่สะท้อนแสงไฟนีออนริบหรี่ เธอกำลังปลดล็อกซองกระสุนปืนพกประจำกายอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ
“รินทร์ คุณเห็นจุดอับของมันไหม” สารวัตรเอยเอ่ยถามเสียงกระซิบ ลมหายใจของเธออุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นแขนของผมท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บ “ถ้าเรายังหมอบอยู่แบบนี้ อีกไม่เกินสองนาทีพวกมันต้องเปลี่ยนมุมยิงเพื่อเคลียร์พื้นที่แน่”
“เห็นครับ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมผ่านการประมวลผลของระบบ “มุมตึกด้านขวามีเงาอับสายตาจากโครงสร้างเครนยกของเก่า เราวิ่งไปพร้อมกันจังหวะที่เสียงฟ้าร้องกลบเสียงฝีเท้าได้”
สารวัตรเอยพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ ความไว้วางใจระหว่างเราถูกหล่อหลอมขึ้นผ่านคดีปริศนามืดดำหลายต่อหลายคดีที่ผ่านมา และในวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่บนเส้นด้าย ความเงียบงันและความเข้าใจอันลึกซึ้งนี้กลับทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องกังวานกลบเสียงปืนนัดถัดไป
“ไป!”
ผมส่งสัญญาณพร้อมกับออกตัววิ่งนำหน้า ดึงร่างของสารวัตรเอยให้พุ่งทะยานไปตามแนวบังเกอร์เหล็กอย่างรวดเร็ว หัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว อะดรีนาลีนหลั่ง Pumping สูบฉีดไปทั่วร่าง ทุกย่างก้าวต้องอาศัยความสมดุลและสมาธิขั้นสูงสุด หากพลาดเพียงนิดเดียว กระสุนมรณะจากมุมมืดจะปลิดชีพพวกเราทันที
เมื่อพุ่งตัวเข้ามาหลบหลังเสาคอนกรีตหนาทึบได้สำเร็จ ทั้งผมและเธอก็ทรุดตัวลงพิงกำแพงปูนหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อปะปนกับหยดน้ำฝนไหลซึมลงมาตามกรอบหน้า
สารวัตรเอยหันมามองผม แววตาที่เคยเรียบเฉยและสร้างกำแพงระยะห่างกับผู้คนมาโดยตลอด บัดนี้กลับมีความอ่อนโยนและระคนความรู้สึกซาบซึ้งฉายชัดขึ้นอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางของเธอเอื้อมมาแตะที่แขนของผมเบาๆ เพื่อเช็กความปลอดภัย
“คุณ… เจ็บตรงไหนไหม” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ได้เย็นชาเหมือนวันแรกที่เราพบกันในสถานีตำรวจ แต่มันมีความนุ่มนวลและห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้าง
“ผมปลอดภัยดีครับสารวัตร… ว่าแต่คุณเถอะ รอยถลอกที่มือนั่น…” ผมก้มมองรอยแผลถลอกเล็กๆ บนหลังมือของเธอที่เกิดจากการกระแทกกับพื้นคอนกรีตเมื่อครู่ สัญชาตญาณความเป็นสุภาพบุรุษทำให้ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่ลังเล บรรจงซับคราบเลือดฝาดและฝุ่นละอองให้อย่างเบามือที่สุด
สารวัตรเอยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของผมสัมผัสโดนผิวเนื้อของเธอ เธอนิ่งงงไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องมองการกระทำของผมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่ามันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคดีฆาตกรรมอันมืดมน
“ขอบคุณนะ… รินทร์” เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าสวยคมขึ้นสีแดงเรื่อระเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง ซึ่งตัดกับภาพลักษณ์สารวัตรสาวผู้เยือกเย็นโดยสิ้นเชิง
“ด้วยความยินดีครับ… งานนี้เราต้องรอดออกไปไขปริศนาเบื้องหลังทั้งหมดด้วยกัน” ผมส่งยิ้มบางๆ ให้เธอเป็นการให้กำลังใจ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงชั่วครู่ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของผมก็กระพริบเตือนเป็นแสงสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกระชั้นชิด
[แจ้งเตือนด่วน! ตรวจพบคลื่นสัญญาณความร้อนเคลื่อนตัวเข้าประชิดจากด้านหลัง 3 จุด]
[เป้าหมายไม่ใช่กลุ่มมือปืนรับจ้าง แต่เป็น… "หน่วยกวาดล้างเงา" ขององค์กรปริศนา]
[คำเตือนระดับวิกฤต: บุคคลปริศนาสวมหน้ากากเหล็กกำลังยืนอยู่เหนือโครงเหล็กชั้นสอง พร้อมกับเล็งเป้าเลเซอร์มาที่ตำแหน่งหัวใจของสารวัตรเอย!]
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะกระโจนเข้าประชองร่างของเธอ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังล้อมรอบพวกเราจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับแสงไฟฉายแรงสูงนับส่องกราดเข้ามาในมุมมืดที่พวกเราซ่อนตัวอยู่
และก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยปากเตือน สารวัตรเอยก็ชะงักไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อมองเห็นเงาสودส่องที่สะท้อนอยู่บนผนังกระจกฝั่งตรงข้าม ร่างของบุคคลลึกลับในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมหน้ากากโลหะลายกะโหลกยิ้มเยาะ กำลังยืนถือรีโมตคอนโทรลสีแดงกะพริบถี่ในมือซ้าย…
*คลิก!*
เสียงกดปุ่มดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเราก็ยุบตัวลงพร้อมกับเสียงระเบิดกึกก้องที่ฉีกกระชากสติทุกอย่างให้ดำดิ่งลงสู่ความมืดมิด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางฝ่าฟันอันตรายเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 16
สารวัตรเอยผู้เย็นชา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!