กลิ่นควันดินปืนและฝุ่นปูนที่คละคลุ้งยังไม่ทันจางหาย ความโกลาหลเบื้องล่างก็ถาโถมเข้าใส่โสตประสาททันที
"รินทร์! ทางนี้!"
เสียงตะโกนฝ่าความมืดของสารวัตรเอยดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายคาดหัวที่สาดส่องตัดผ่านม่านฝุ่นหนาทึบ ร่างของเธอกลิ้งหลบเศษซากคอนกรีตที่ยังคงร่วงหล่นลงมาจากเพดานอุโมงค์ใต้ดินอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะพุ่งเข้ามาคว้าแขนผมไว้แน่น แรงกระชากนั้นมากพอที่จะดึงผมให้พ้นจากการถูกเสาปูนขนาดมหึมาทับร่างในเสี้ยววินาที
พวกเรากำลังติดอยู่ภายในชั้นใต้ดินลับของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา—สถานที่ซึ่งควรจะเป็นแหล่งกบดานสุดท้ายของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ แต่กลับกลายเป็น "หลุมพราง" ที่ถูกเซ็ตระบบระเบิดทำลายหลักฐานไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
ผมหอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อผสมกับฝุ่นสีเทาไหลเข้าตาจนแสบพร่า แต่ระบบวิเคราะห์ในหัวและหน้าต่างอินเทอร์เฟซสีฟ้าโปร่งแสงของ "ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง" กลับยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่ง ตัวเลขค่าความเสี่ยงพุ่งทะยานแตะสีแดงก่ำ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนเตือนภัยระดับวิกฤตที่ดังติ๊d ๆ อยู่ในโสตประสาท
[ ตรวจพบร่องรอยการจุดระเบิดระยะไกล ]
[ สัญญาณถูกส่งมาจากอุปกรณ์พกพาในรัศมีไม่เกิน 15 เมตร ]
[ คำเตือน: เป้าหมายมิได้อยู่ภายนอก แต่... อยู่ร่วมกลุ่มกับท่านในขณะนี้ ]
หัวใจของผมกระตุกวูบ
ไม่ใช่เพราะแรงระเบิดเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะประโยคสุดท้ายจากระบบที่วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในสมอง
*เป้าหมายมิได้อยู่ภายนอก แต่... อยู่ร่วมกลุ่มกับท่านในขณะนี้*
ผมค่อย ๆ หันกลับไปมองสารวัตรเอยที่กำลังใช้มือปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้า แว่นตาไร้กรอบของเธอบิ่นเล็กน้อยที่มุมขวา เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงความเฉียบคมและเยือกเย็นดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา... หรือบางที ความเยือกเย็นนั้นอาจไม่ใช่ความเข้มแข็ง แต่เป็น "ความคุ้นเคย" กับสถานการณ์กันแน่?
"รินทร์ มองอะไรอยู่? ทางออกด้านนั้นถูกบล็อกหมดแล้ว เราต้องรีบหาทางอื่นก่อนที่โครงสร้างตรงนี้จะพังลงมาทั้งหมด" สารวัตรเอยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบไร้พิรุธ ทว่านิ้วมือข้างขวาที่กำลังไขว้ไว้ด้านหลังกลับเคาะจังหวะลงบนต้นขาเบา ๆ สามครั้ง—จังหวะรหัสลับที่ผมเคยได้ยินจากแฟ้มคดีลับของหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับสูง... หน่วยงานเดียวกับที่เธอเคยสังกัดก่อนจะย้ายมาทำคดีนี้
จังหวะที่คนนอกไม่มีวันรู้
ผมนิ่งเงียบไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงก้องของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นน้ำขังดังสะท้อนราวกับเสียงนาฬิกาจับandความตาย ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างเราสองคนจนแม้แต่ลมหายใจก็ยังรู้สึกหนักอึ้ง
"สารวัตร... จำตอนที่เราเข้าไปตรวจค้นเซฟเฮาส์ของมันครั้งแรกได้ไหมครับ" ผมเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
สารวัตรเอยชะงักไปเล็กน้อย นิ้วที่เคาะอยู่หยุดชะงักทันที "ทำไมอยู่ ๆ ถึงถามเรื่องนั้น? ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทบทวนคดีนะรินทร์"
"นั่นสิครับ ไม่ใช่เวลา... แต่เป็นเวลาที่ผมเพิ่งฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ต่างหาก" ผมก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างครึ่งก้าว มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด "ในห้องนั้น ไม่มีใครนอกจากผมกับคุณ และรหัสผ่านประตูนิรภัยระดับทหาร... ถูกป้อนด้วยความเร็วหวินวินาทีโดยไม่ลังเล ทั้งที่รหัสชุดนั้นเพิ่งถูกเปลี่ยนไปเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้านั้น"
สารวัตรเอยหรี่ตาลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวเธอเปลี่ยนจากความร้อนรนเมื่อครู่กลายเป็นความนิ่งสนิทอย่างน่ากลัว รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากถูกยกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่ร่วมงานกัน
"นายกำลังสงสัยฉันอย่างนั้นเหรอ รินทร์?" เธอถามเสียงเบา แต่ก้องกังวานในความเงียบ
"ผมไม่ได้สงสัยจากความรู้สึกส่วนตัวครับสารวัตร" ผมดึงอุปกรณ์แท็บเล็ตภาคสนามที่หน้าจอแตกละเอียดออกมาจากกระเป๋า แล้วกดเรียกข้อมูลบันทึกการใช้งานระบบย้อนหลังขึ้นมา "แต่ระบบและตรรกะมันฟ้อง... คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงสุดขององค์กรอาชญากรรมนี้ มีเพียง 'ผู้บัญชาการเงา' ที่คอยส่งข่าวให้พวกมันหลบหนีการจับกุมได้ทุกครั้ง... และคนคนนั้น ก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีคำปฏิเสธ ไม่มีท่าทีตกใจ สารวัตรเอยเพียงแค่ถอนหายใจยาวออกมาเบา ๆ ราวกับภาระอันหนักอึ้งที่แบกไว้ถูกวางลงครึ่งหนึ่ง เธอยกมือขึ้นดันแว่นตาที่เอียงขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางที่คุ้นตา
"นายฉลาดเกินไปจริง ๆ รินทร์ สมแล้วที่พวกเบื้องบนเคยกลัวนักหนาจนต้องหาทางเขี่ยทิ้ง" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไร้ซึ่งความร้อนรน มีเพียงความเยือกเย็นและจริงจังจนน่าขนลุก "ถ้านายแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเหมือนคนอื่น ๆ เราคงไม่ต้องมาจบลงแบบนี้"
[ ตรวจพบการปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยระดับ SSS จากอุปกรณ์ภายนอก ]
[ คำเตือน: ประตูทางออกทุกด้านถูกปิดตายด้วยระบบล็อกอัตโนมัติ ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวดังขึ้นซ้ำ ๆ ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเร่า ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานจะสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งอุโมงค์ใต้ดิน เผยให้เห็นเงาร่างนับสิบที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมพวกเราจากทุกทิศทาง ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่กองกำลังปริศนาเหล่านั้น... แต่เป็นปลอกกระสุนปืนที่ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อของสารวัตรเอย ซึ่งมีสัญลักษณ์สลักไว้ชัดเจน—สัญลักษณ์เดียวกับกระสุนที่ใช้สังหารอดีตคู่หูของผมเมื่อสามปีก่อน
สารวัตรเอยมองหน้าผมด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงสีแดงฉาน เธอยกปืนพกขึ้นเล็งมาที่ตรงกลางหน้าอกของผมอย่างไม่ลังเล
"ลาก่อนนะ รินทร์... หวังว่าระบบในหัวนายจะช่วยหาทางรอดจากนัดนี้ได้"
นิ้วชี้ของเธอเริ่มออกแรงกดลงบนไกปืน ท่ามกลางเสียงระบบแจ้งเตือนภารกิจสุดท้ายที่ดังลั่นทะลุโสตประสาท!
[ ⚠️ ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS: เอาชีวิตรอดจากสถานการณ์หักหลัง และเปิดโปงผู้บงการที่แท้จริงภายใน 180 วินาที ]
[ สถานะปัจจุบัน: ความน่าจะเป็นในการรอดชีวิต = 1.4% ]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความลับอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 17
ผู้บงการที่อยู่ใกล้ตัว
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!