แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่า สั่นไหวตามแรงกระแทกของปลายนิ้วที่กดทับลงไป รินทร์ไม่ได้มองหน้าสารวัตรเอยในวินาทีนั้น สายตาของเขาถูกตรึงไว้กับสำเนาใบแจ้งความและภาพถ่ายขาวดำใบหนึ่ง ซึ่งถูกกาลเวลาและคราบความชื้นกัด
เซาะจนตัวอักษรบางส่วนเลือนหาย แต่รอยหมึกสีน้ำเงินที่เซ็นกำกับไว้ในฐานะ "ผู้ปกครองโดยชอบธรรม" กลับชัดเจนบาดตา
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว" เสียงของรินทร์ราบเรียบจนน่ากลัว แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดสำหรับคนที่รู้จักเขาดี
สารวัตรเอยยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง แสงไฟนีออนจากถนนด้านนอกสาดส่องเข้ามาตัดกับเงา
โครงหน้าด้านข้างของเธอสะท้อนความเคร่งเครียด เธอลดแว่นสายตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่ง
"เพิ่งได้ข้อมูลมายืนยันเมื่อสองชั่วโมงก่อน ตอนที่ระบบวิเคราะห์คดีระดับชาติส่งชุดข้อมูลสำรองของคดีไฟไหม้โรงงานเมื่อสิบห้าปีก่อนมาให้... รินทร์ ฉันรู้ว่ามันยากที่จะยอมรับ แต่ลายเซ็นนั้น และหมายเลขประจำตัวประชาชนของพ่อคุณ มันเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนที่เรากำลังไล่ล่าอยู่โดยตรง"
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ยต่อโชคชะตา
เขาย้อนนึกถึงภาพจำในวัยเด็ก ภาพของชายผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย ตำรวจน้ำดีที่ยอมหักไม่ยอมงอ จนกระทั่งต้องสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งครอบครัว
แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากำลังบอกว่า วีรบุรุษในความทรงจำของเขานั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นสถาปนิกผู้สร้างโศกนาฏกรรมขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
[ ติ๊ด! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ระดับวิกฤต: 89% ]
[ ระบบกำลังปรับเทียบค่าความสมดุลทางตรรกะ... คำเตือน: ข้อมูลชุดนี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการวิเคราะห์คดีปัจจุบัน ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวดังขึ้นเป็นจังหวะถี่ รินทร์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของกล้ามเนื้อ
เขารู้ดีว่าในสถานการณ์การสืบสวน ความจริงมักจะโหดร้ายเสมอ แต่นี่ไม่ใช่แค่การค้นหาความจริงของคดีนอกกาย แต่มันคือการผ่าตัดหัวใจของตัวเองโดยปราศจากยาชา
"พ่อไม่ได้ฆ่าคน... และพ่อไม่ได้ขายข้อมูลให้พวกมัน" รินทร์พูดลอดไรฟัน สายตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับสารวัตรเอย "คุณก็รู้ว่าระบบราชการในยุคนั้นมันเน่าเฟะแค่ไหน ใครบางคนอาจจะใช้ชื่อของท่านเพื่ออำพรางคดี"
"หลักฐานไม่ได้บอกแบบนั้นรินทร์" เอยก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เอกสารในแฟ้มถูกพลิกไปยังหน้าถัดไป เผยให้เห็นเส้นทางการเงินที่มีการโอนเข้าบัญชีลับของนายตำรวจระดับสูง ซึ่งมีชื่อของพ่อรินทร์เป็นเจ้าของร่วม "เงินจำนวนสามล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีในเครือข่ายเดียวกันกับที่เราพบในเซฟเฮาส์ของคนร้ายเมื่อวานนี้... บัญชีที่เปิดด้วยลายมือชื่อเดียวกันเป๊ะ"
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ จนแทบทำให้หายใจไม่ออก รินทร์จ้องมองตัวเลขเหล่านั้น สมองส่วนหน้าของเขาทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลความน่าจะเป็นทั้งหมด
ทว่าครั้งนี้ ตรรกะและเหตุผลกลับตีกันยุ่งเหยิงเมื่อมันเกี่ยวข้องกับสายเลือดและความทรงจำในอดีต
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้ไม้ไถลถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังสนั่น เขาดึงเอกสารแผ่นสุดท้ายขึ้นมาดู
มันคือบันทึกข้อความภายในของกรมตำรวจเมื่อสิบห้าปีก่อน บันทึกที่ระบุว่าคดีไฟไหม้ครั้งนั้นถูกสั่ง "ปิดแฟ้ม" อย่างเร่งรีบโดยคำสั่งเบื้องบน และผู้ที่เซ็นอนุมัติคำสั่งปิดคดีไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นเจ้านายโดยตรงของพ่อเขานั่นเอง
"มีคนจงใจจัดฉาก" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนแอหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่จะขุดคุ้ยความเน่าเฟะนี้ให้ถึงรากแก้ว "ถ้าพ่อฉันรับสินบนจริง ทำไมท่านถึงต้องจบชีวิตลงในห้องขังด้วยสภาพที่ถูกปิดปากอย่างเงียบเชียบ ถ้าท่านเป็นคนทรئบจริง พวกมันคงไม่ปล่อยให้มีชื่อตกค้างอยู่ในระบบฐานข้อมูลนี้หรอก... เอย นี่ไม่ใช่หลักฐานมัดตัว แต่เป็น 'กับดัก' ที่ใครบางคนจงใจทิ้งไว้ให้เราเดินชนต่างหาก"
สารวัตรเอยชะงักไปเล็กน้อย เธอมองลึกลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า
ความเย็นชาในทีแรกเริ่มอ่อนลง เธอพยักหน้ารับช้าๆ แสดงออกถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อคู่หูคนนี้มาโดยตลอด
"ฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน" เอยหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ข้อมูลดิจิทัลชุดใหม่ถูกฉายขึ้นบนผนังห้อง "นั่นคือเหตุผลที่ฉันยังไม่รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ... เพราะถ้าเราขยับตัวผิดแม้แต่ก้าวเดียว คนที่อยู่เบื้องหลังจะรู้ทันทีว่าเรากำลังเข้าใกล้ตัวจริง"
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังวิเคราะห์ร่องรอยดิจิทัลชุดใหม่บนจอภาพ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก
เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะบ่งบอกถึงการมาเยือนที่ไม่เป็นมิตร และมันกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ห้องทำงานนี้ด้วยความเร็วสูง
รินทร์หรี่ตาลง สัญชาตญาณดิบของอดีตตำรวจมือฉมังตื่นตัวทันที เขาเอื้อมมือไปหยิบปืนพกประจำกายขึ้นมาตรวจสอบกระสุน พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้สารวัตรเอยถอยไปตั้งหลักที่มุมห้อง
ประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างของชายในชุดสูทสีเข้มสามคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก หัวหน้าทีมสวมแว่นตากันแดดทั้งที่อยู่ในร่ม กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหันมามองรินทร์ด้วยแววตาดูแคลน
"ร้อยตำรวจเอกรินทร์... และสารวัตรเอย ทางเราได้รับคำสั่งด่วนให้มาอายัดเอกสารทั้งหมดในคดีนี้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อความมั่นคงระดับประเทศ" เสียงนั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งความเคารพในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ
รินทร์กำด้ามปืนในมือแน่นขึ้น สายตากวาดมองชายฉกรรจ์ทั้งสามคนอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"ความมั่นคงของประเทศ หรือความมั่นคงของพวกแกที่กลัวความจริงกันแน่..." รินทร์เอ่ยเสียงเย็น เยาะเย้ยความกร่างของคนเบื้องบน
[ ติ๊ด! ติ๊ด! เตือนภัยระดับวิกฤต: ตรวจพบสัญญาณรบกวนจากระบบภายนอก รหัสลับระดับ SSS ถูกปลดล็อกโดยบุคคลปริศนา! ]
หน้าจอโฮโลแกรมในหัวของรินทร์สว่างวาบขึ้นเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความปริศนาที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า: *“ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริง... ลูกชายของคนทรยศ”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับรินทร์ในตอนนี้นะครับ
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 24
ความจริงที่เจ็บปวด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!