กาสะท้อนเสียงกระเบื้องเคลือบสีชาดกระทบกับโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ทว่ากลับดังก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัสในห้องโถงอับทึบของกระทรวงกลาโหม
รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นจินหลิงแข็งค้างทันทีในเสี้ยววินาที ร่างกายเย็นเฉียบลงฉับพลันเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกมันไม่ได้รอให้ยาพิษออกฤทธิ์ แต่พวกมันเดินเกมตลบหลังรวดเร็วกว่าที่คาดคิดไว้หลายก้าว!
กลิ่นอายอันตรายลอยคละคลุ้งปะปนกับควันกำยานราคาแพง ใต้แสงเทียนวับแวมที่สั่นไหวตามแรงลมลอดช่องหน้าต่าง แผนการที่นางและชินอ๋องเฟยหลงร่วมกันร้อยเรียงมานับเดือน บัดนี้กลับถูกฉีกกระชากออกราวกับกระดาษบางเบา เบื้องหน้าของนางคืออัครเสนาบดีหลี่ ผู้กุมอำนาจตัวจริงในกระทรวงกลาโหม ผู้ซึ่งควรจะกำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงจากฤทธิ์ของบัวหิมะพันปีทว่าไร้พิษสง ไฉนเลยจึงมานั่งจิบชาเผชิญหน้ากับนางด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นปานพญายมเช่นนี้เล่า?
"กุนซือเสิ่น... ท่านคำนวณหมากกระดานนี้ไว้ถี่ถ้วนทุกตารางนิ้วแล้วกระมัง?" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนางผ่านจอกชาที่ส่งควันกรุ่น "น่าเสียดายที่ท่านลืมคิดไปว่า สุนัขที่ถูกเลี้ยงไว้เฝ้าเรือน ย่อมรู้ดีว่านายของมันแอบซ่อนกระดูกไว้ที่มุมใดของห้อง"
จินหลิงเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว สมองที่เคยปราดเปรื่องหมุนวนประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ นางถูกตลบหลัง... บัญชีลับการโยกย้ายกำลังพลสามกองพันที่นางเพิ่งค้นพบในลิ้นชักลับเมื่อเคเค้าก่อน บัดนี้คงกลายเป็นเพียงกระดาษเปล่า หรือไม่ก็... เป็นเหยื่อล่อให้ออกมาติดกับดัก
เพล้ง!
เสียงประตูไม้แกะสลักด้านนอกถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง ทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามาปิดล้อมห้องโถงไว้ทุกด้าน แสงดาบสะท้อนประกายวับวับวาววาวบาดตา ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าจินหลิงยังคงยืนหยัดหลังตรง สง่างามดั่งต้นสนกลางพายุหิมะ อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองลายเมฆาของนางไหววูบตามแรงอารมณ์ที่กระเพื่อมไหวในอก
"ใต้เท้าหลี่ ช่างเล่นใหญ่โตเสียจริง" จินหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น จนน่าประหลาดใจ นางซ่อนมือที่กำลังสั่นระริกไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง "ใช้ชีวิตของขุนนางนับร้อยในกระทรวงกลาโหมมาเป็นหมากแลกกับการจับกุมข้าผู้เดียว ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าฮ่องเต้จะทรงพิโรธเพียงใด หากทรงทราบว่าพวกท่านจงใจทำลายหลักฐานความมั่นคงของแคว้นด้วยมือตนเอง"
อัครเสนาบดีหลี่หัวเราะร่วนในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ฮ่องเต้หรือ? พระองค์ทรงรอคอยให้ชินอ๋องและสุนัขรับใช้เช่นเจ้าพลาดท่ามานานเท่าไหร่แล้ว เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าราชโองการตรวจค้นกระทรวงกลาโหมฉบับนั้น เป็นของฮ่องเต้แต่เพียงพระองค์เดียว?"
หัวใจของจินหลิงกระตุกวูบ ทันใดนั้นเอง ภาพของชินอ๋องเฟยหลงผู้ประทับอยู่ ณ ค่ายทหารบูรพาพายัพก็ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตรวนขึ้นในอก นางไม่ได้ห่วงชีวิตตนเอง หากแต่ห่วงว่า... ทั้งหมดนี้คือแผนการใหญ่ที่ถูกวางไว้เพื่อล่อให้ท่านอ๋องเคลื่อนทัพเข้ามาในเมืองหลวง แล้วถูกปรักำลังว่าเป็นกบฏ!
*นี่คือแผนฆ่าโคตรตระกูลเพื่อรวบอำนาจทหารกลับคืนสู่ราชสำนักอย่างแท้จริง*
"จับนางไว้!" อัครเสนาบดีหลี่สะบัดแขนเสื้อสั่งการด้วยความเหี้ยมเกรียม
ทหารองครักษ์ร่างกำยำก้าวเข้ามาประชิดตัว รัศมีดาบเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ลำคอระหง ทว่าในวินาทีที่คมดาบกำลังจะแตะโดนผิวเนื้อ จินหลิงกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางกลับยิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้อัครเสนาบดีหลี่ชะงักงันไปชั่วขณะ
"ใต้เท้าหลี่ ท่านมั่นใจนักหรือว่า... ข้ามาที่นี่เพียงลำพัง?"
สิ้นเสียงหวานกังวาน ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยเงียบสงบพลันมีเสียงคำรามกึกก้องคล้ายเสียงฟ้าผ่า แต่ไม่ใช่เสียงอสนีบาต หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าม้าศึกนับหมื่นตัวที่ควบทะยานเข้ามาโอบล้อมกระทรวงกลาโหมอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นจนจอกชาบนโต๊ะกระโดดกระเด้ง
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬประดับลวดลายมังกรทะยานผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาดั่งพญาอินทรี กลิ่นอายสังหารอันเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งห้องทันทีที่เขาก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้น ดวงตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองกลุ่มคนเบื้องหน้าด้วยความดูแคลน ร่างสูงสง่าของชินอ๋องเฟยหลงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเสิ่นจินหลิง ราวกับภูเขาไท่ซานที่ไม่มีวันพังทลาย
"บังอาจนัก!" อัครเสนาบดีหลี่หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว "ชินอ๋อง! พระองค์... ไฉนจึงมาอยู่ที่นี่ได้? นี่เป็นเขตพระราชฐานชั้นใน ฝ่าฝืนราชโองการนำกำลังทหารบุกรุก ถือเป็นกบฏ!"
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตากล่าวตอบ เขาเอื้อมมือหนาโอบประคองเอวบางของจินหลิงเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ผ่านอาภรณ์หนาเข้ามาเยียวยาความเย็นเฉียบในกายของนาง ก่อนที่ดวงเนตรดุดลจะหันไปจ้องมองอัครเสนาบดีหลี่ราวกับมองมดปลวก
"กบฏงั้นหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่กลับกดดันจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ "เปิ่นหวางเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแคว้น แผ่นดินนี้หากเปิ่นหวางไม่อนุญาต ต่อให้เป็นฮ่องเต้หรือโองการปลอมของพวกสุนัขรับใช้ ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องคนของเปิ่นหวางแม้แต่ปลายเส้นผม!"
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงดาบกระทบกันดังระงมจากด้านนอกบ่งบอกว่ากองกำลังของชินอ๋องได้เข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมดแล้ว ทว่าในขณะที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของพวกเขา เฟยหลงกลับขมวดคิ้วมุ่นยามเมื่อก้มลงมองเศษกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่ร่วงหล่นลงมาจากมือของอัครเสนาบดีหลี่
มันไม่ใช่บัญชีลับ หรือราชโองการปลอม... แต่มันคือตราประทับหยกขององค์รัชทายาทผู้ล่วงลับ ที่หายสาบสูญไปเมื่อสี่ปีก่อน!
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยสิ่งใด ขันธ์ชราหน้าห้องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา พร้อมกับชูราชโองการฉบับใหม่ที่เปื้อนคราบเลือดขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นระริก
"ทูล... ทูลท่านอ๋อง พระราชโองการด่วนจากห้องบรรทม... ฮ่องเต้ทรง... ฮ่องเต้ทรงสวรรคตแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ไป๋เหลียนฮวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากในเกมอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 24
กลยุทธ์ไร้พ่าย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!