กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 23

กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“อย่าดื่มเพคะ!” เสียงอุทานที่แหลมสูงจนเกือบเพี้ยนของเสิ่นจินหลิงดังแทรกเสียงลมหนาวที่พัดกระโชกผ่านหน้าต่างตำหนักบูรพา ราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนความเงียบงันยามราตรี นางไม่สนใจแม้กระทั่งกิเลนทองคำปักดิ้นเงินบนชายกระโปรงอาภรณ์ผ้าไหมแพรต่วนชั้นดีจะเกี่ยวรั้งกับขอบโต๊ะจนขาดวิ่น ร่างบอบบางพุ่งโผนทะยานไปข้างหน้าราวกับผีเสื้อตัวน้อยที่โผเข้าหาเปลวเพลิง มือเรียวบางปัดป้องสุดกำลังจนจอกสุราหยกขาวในหัตถ์แกร่งของชินอ๋องเฟยหลงร่วงหล่นกระแทกพื้น เสียงแตกกระจายดังเพล้ง! ของเหลวสีอำพันกระจายซัดซ่านเปรอะเปื้อนพรมขนสัตว์ทอจากแดนเหนือ กลิ่นหอมหวานปนกลิ่นฉุนประหลาดคละคลุ้งขึ้นมาเตะจมูกทันทีที่หยดสุราสัมผัสกับความเย็นของพื้นหิน ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องทรงอักษรชั่วอึดใจใหญ่ เฟยหลงมิได้ขยับพระองค์หนี ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย พระเนตรฉายแววเยียบเย็นและยากจะคาดเดา ร่างสูงใหญ่ในฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บขยับพระวรกายช้าๆ พระหัตถ์ที่เพิ่งถูกปัดป้องลดลงแนบพระorงค์ สายตาคมกวาดมองเศษจอกสุราที่แตกกระจายบนพื้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจ้องมองสตรีหน้าตาตื่นตระหนกที่หอบหายใจสะท้านจนหน้าอกไหวสะเทือนอยู่ตรงหน้า “เสิ่นจินหลิง... เจ้าอาจหาญถึงขั้นกล้าตบะจอกสุราต่อหน้าเราเชียวหรือ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับกดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ให้คุกเข่าได้ภายในพริบตา แผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพทิศบูรพาผู้เลื่องลือ ทว่าในยามนี้ จินหลิงหาได้ใส่ใจต่ออาญาหัวขาดไม่ นางทรุดกายลงคุกเข่าบนพรมขนสัตว์อย่างไร้ความสำรวม มือเรียวสั่นเทาน้อยๆ เอื้อมไปแตะหยดสุราที่ซึมอยู่บนพื้นขึ้นมาดมสัมผัสเพียงเล็กน้อย ปลายนิ้วของนางเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำทันทีภายในเวลาไม่ถึงลมหายใจ! พิษสลายวิญญาณเจ็ดทิวาราตรี! พิษร้ายแรงชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น แต่มันจะทำลายเส้นโลหิตหัวใจภายในชั่วก้านธูป ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะหลับใหลอย่างสงบราวกับคนนอนหลับ และไม่มีทางตรวจพบร่องรอยการถูกลอบปลิดชีพ! แผนการชั่วช้าของฮ่องเต้หมิงเต๋อและขนมธรรมเนียมการเมืองในราชสำนัก ช่างเหี้ยมโหดและไร้ความปรานีถึงเพียงนี้เชียวหรือ พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่กำจัดกุนซือหญิงนอกคอกอย่างนาง แต่พวกมันต้องการโยนความผิดให้ “สตรีผู้เป็นที่โปรดปราน” กลายเป็นผู้กรอกยาพิษสังหารชินอ๋องด้วยมือตนเอง เพื่อให้ราชสำนักมีข้ออ้างชอบธรรมในการกวาดล้างกองกำลังทหารบูรพาให้สิ้นซาก! “พระองค์ทรงกริ้วหม่อมฉันเถิด จะประหารชีวิตหม่อมฉันด้วยพันดาบก็ย่อมได้... แต่, แต่ไฉนจึงทรงโง่เขลาถึงเพียงนี้!” น้ำเสียงของจินหลิงสั่นเครือ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยที่ปกติมักจะฉายแววเฉียบคมและเยือกเย็นอยู่เสมอ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของชายหนุ่ม หยาดน้ำตาที่รั้นไม่อยากให้ร่วงหล่น สุดท้ายก็ไหลรินอาบแก้มนวล ดั่งไข่มุกร้อยสายที่ขาดออกจากกัน “ท่านรู้ทั้งรู้ว่าสุราจอกนี้ถูกส่งมาจากตำหนักใน... รู้ทั้งรู้ว่ามีคนต้องการชีวิตท่าน เหตุใดจึงยังคิดจะดื่มมันลงไปอีก!” เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย พระเนตรที่เคยว่างเปล่าและเย็นชาปรากฏรอยร้าวลึกขึ้นมาวูบหนึ่ง พระหัตถ์หนายื่นออกไปช้าๆ ปลายพระนิ้วอุ่นเกลี่ยไล่หยดน้ำตาบนแก้มนวลของสตรีตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่านางจะแตกสลายคามือ “หากเราไม่ดื่ม แล้วเจ้าจะรอดพ้นจากข้อหา “มือสังหาร” ได้อย่างไรเล่า...” สุรเสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยออกมาเรียบเรื่อย ราวกับชีวิตของพระองค์เองเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่าที่สามารถหยิบยื่นให้ใครก็ได้ “ราชโองการลับจากฮ่องเต้สั่งให้เจ้าเป็นผู้นำสุราจอกนี้มาถวาย หากเราปฏิเสธ เจ้าจะต้องถูกลงทัณฑ์ฐานขัดราชโองการและข้อหากบฏ โทษทัณฑ์คือประหารเจ็ดชั่วโคตร... จินหลิง เจ้าคิดว่าเราจะยอมให้เจ้าต้องตายแทนเราหรือ?” หัวใจของจินหลิงกระตุกวูบ ราวกับถูกค้อนเหล็กหนักๆ ทุบซ้ำลงกลางอก ความรู้สึกอุ่นวาบซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่างกายท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูหนาว นางจ้องมองบุรุษตรงหน้า บุรุษผู้คนทั่วหล้าต่างหวาดกลัวและขนานนามว่า “ปีศาจทมิฬแห่งชายแดน” ผู้ไร้หัวใจและไร้ความรู้สึก แต่ในยามนี้ กลับยอมแลกชีวิตของพระองค์เอง เพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือมัจจุราชในวังหลวง ความโกรธ ความหวาดกลัว และความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปี พังทลายลงในวินาทีนั้น จินหลิงโถมกายเข้าสวมกอดเอวสอบของเฟยหลงไว้แน่น ใบหน้าเนียนซบลงกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ เสียงสะื้นไหวดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง นางทุบกำปั้นน้อยๆ ลงบนอกพระองค์อย่างไม่ยั้งแรง “คนบ้า! ท่านมันคนโง่เง่าที่สุด! หากท่านตายไปแล้ว ข้าจะอยู่เพื่อผู้ใดเล่า! ข้าอุตส่าห์อดทนอดกลั้นยอมสวมรอยเป็นกุนซือ ทำตามแผนการสกปรกของพวกมัน ยอมแบกรับความเกลียดชัง เพื่อสืบหาความจริงเรื่องตระกูลเสิ่น ก็เพื่อให้เราสองคนได้มีชีวิตรอด... แต่ท่านกลับทำตัวเป็นวีรบุรุษผู้เสียสละเช่นนี้ เพื่ออันใดกัน!” เฟยหลงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่วงแขนแกร่งจะตวัดโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของนางให้เป็นส่วนหนึ่งของพระวรกาย พระองค์ซุกพระพักตร์ลงกับซอกคอหอมกรุ่นของสตรีในดวงใจ สูดดِمความหอมหวานที่โหยหามาเนิ่นนาน ความเยือกเย็นชาที่เคยห่อหุ้มพระองค์มาตลอดหลายปีพังทลายลงสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่โอบอุ้มหัวใจทั้งสองดวงเข้าหากัน “เราไม่เคยกลัวความตาย... จินหลิง” สุรเสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนนางขนลุกซู่ “แต่เรากลัว... กลัวว่าจะต้องสูญเสียเจ้าไปตลอดกาล เจ้าคือสิ่งเดียวในแผ่นดินนี้ ที่ทำให้หัวใจที่ตายด้านดวงนี้กลับมาเต้นได้อีกครั้ง” ริมฝีปากหยักลึกประทับลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนลงมาซับหยดน้ำตาบนแพขนตางอน และหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงสั่นระริก สัมผัสแรกเริ่มต้นอย่างอ่อนโยนดั่งสายน้ำไหลริน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและโหยหา ราวกับต้องการชดเชยช่วงเวลาแห่งการพลัดพรากและความหวาดระแวงที่ต้องทรมานหัวใจมาเนิ่นนาน จินหลิงเผยริมฝีปากรับรสจุมพิตที่ทั้งดุดันและลึกซึ้งนั้นอย่างจำนน มือเรียวขยุกลงบนฉลองพระองค์ของชายหนุ่มแน่น ถ่าย1ทอนความรู้สึกทั้งหมดที่มีลงในสัมผัสอันแนบแน่นนี้ ไม่มีการอำพราง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมการเมือง ไม่มีคราบน้ำตา มีเพียงสองหัวใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเงื้อมมือของความตาย เนิ่นนานกว่าพระองค์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ พระเนตรคมกริบมองสตรีในอ้อมกอดที่ใบหน้าแดงก่ำ หอบหายใจสะท้าน ก่อนที่แววตาของชินอ๋องจะกลับมาฉายความเฉียบคมดุจพยัคฆ์ร้ายอีกครั้งเมื่อหันไปมองเศษจอกสุราพิษบนพื้น “ในเมื่อพวกมันเล่นเกมสกปรกเช่นนี้... เราก็ควรจะสนองคืนพวกมันให้สาสมเช่นกัน” เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความปรานี “จินหลิง เจ้ากล้าพอที่จะเล่นละครฉากใหญ่ร่วมกับเราอีกสักครั้งหรือไม่?” จินหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติและสัญชาตญาณของยอดกุนซือหญิงผู้ไร้พ่ายกลับคืนมา ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์ขึ้นมาทันที รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง “ย่อมได้เพคะ... ในเมื่อฝ่าบาททรงอยากให้ท่านอ๋องสิ้นพระชนม์นัก หม่อมฉันก็จะ “จัดพิธีศพ” ถวายแด่พระองค์ด้วยพระองค์เองเสียเลย!” ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการตลบหลังศัตรูอย่างฮึกเหิมนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตตำหนักบูรพา ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องกังวานของขันทีหน้าพระที่นั่งที่ดังทะลุเข้ามาในความมืด “ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ชินอ๋องและเสิ่นกุนซือ เข้าเฝ้าท้องโรงพระโรงหลวงเป็นการด่วน... บัดนี้ มีประกาศิตด่วนที่สุด ระบุว่า “ชินอ๋องเฟยหลงทรงกระทำความผิดมหันต์ ลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท และสมคบคิดกับกุนซือเสิ่นก่อกบฏ!”” รอยยิ้มบนใบหน้าของจินหลิงแข็งค้างทันทีในเสี้ยววินาที ร่างกายเย็นเฉียบลงฉับพลันเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกมันไม่ได้รอให้ยาพิษออกฤทธิ์ แต่พวกมันเดินเกมตลบหลังรวดเร็วกว่าที่คาดคิดไว้หลายก้าว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ไป๋เหลียนฮวา" มาโดยตลอดนะคะ บทนี้เข้มข้นสะใจไหมคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%