กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 22

บททดสอบความไว้ใจ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
ฉับ! คมศรอาบยาพิษสีม่วงเข้มพุ่งแหวกอากาศตัดผ่านความมืดของคานตำหนักบูรพา เสียงสายธนูดีดสะท้านสะเทือนโสตประสาทท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงทุบประตูกระชั้นชิด เสิ่นจินหลิงไม่ทันคิดสิ่งใดให้มากความ ร่างระหงพุ่งทะยานเข้าใส่บุรุษผู้ยืนตระหง่านเบื้องหน้า ปลายแขนเสื้อผ้าต่วนปักลายเมฆาปะทะเข้ากับหัวไหล่กว้างของชินอ๋องเฟยหลงอย่างแรง แรงกระแทกนั้นทำให้ทั้งสองล้มกลิ้งไปหลบหลังฉากกั้นลายมังกรทอง *ฉึก!* ลูกศรดอกนั้นปักฝังลงบนเสาไม้เนื้อแข็งอย่างแม่นยำ ปลายลูกศรที่อาบพิษสลายเนื้อไม้จนเกิดควันสีดำส่งกลิ่นฉุนกึกน่าสะพรึงกลัว ทว่าความโกลาหลเบื้องหน้ายังไม่น่ากลัวเท่าสายตาคมปลาบของชินอ๋องเฟยหลงที่หันมามองนางในระยะประชิด ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุม ท่ามกลางเสียงพังประตูของทหารกองารักษ์หลวงที่ดังสนั่นหวั่นไหว "เจ้า..." เสียงทุบต่ำของเฟยหลงลอดไรฟัน แววตาคู่นั้นมิได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีที่แผ่ซ่าน "เจ้าเป็นคนส่งสัญญาณบอกตำแหน่งของเป้าหมายให้มือสังหารเช่นนั้นหรือ เสิ่นจินหลิง" จินหลิงชะงักงัน ลลมหายใจของนางสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่เชื่อหู นางเพิ่งจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อรับคมศรแทนเขา แต่วินาทีต่อมา สิ่งที่นางได้รับกลับเป็นการตั้งข้อหาจากบุรุษที่นางมอบใจให้ทั้งดวง "ท่านอ๋อง... พระองค์ตรัสอันใดออกมา" น้ำเสียงของกุนซือสาวสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อทหารที่กำลังจะพังเข้ามา แต่เป็นเพราะความหน็บหนาวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "หากเจ้าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับพวกมัน เหตุใดมือสังหารบนคานจึงเลือกยิงมุมอับที่ตรงกับตำแหน่งที่เจ้าผลักข้าพอดีเล่า?" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับต้องการจะเฉือนเนื้อหนังเพื่อค้นหาความจริง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "และจดหมายลับในแขนเสื้อของเจ้า... ตราประทับของกองกำลังลับตระกูลเสิ่น เหตุใดจึงเพิ่งถูกส่งมาถึงมือก่อนที่ทหารหลวงจะบุกเข้ามาเพียงหนึ่งเค่อ!" จินหลิงก้มมองที่แขนเสื้อของตนเองด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เคยรู้เรื่องจดหมายฉบับนั้นมาก่อน! มันถูกยัดเข้ามาในอาภรณ์ของนางตั้งแต่ตอนใดกัน? *โครม!* ประตูกลอนไม้แกะสลักถูกพังทลายลงพร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้า ทหารกองารักษ์หลวงนับร้อยนายกรูเข้ามาในตำหนัก ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้แม่ทัพผู้คุมกองกำลังต้องชะงัก ชินอ๋องเฟยหลงประทับยืนตระหง่านด้วยท่าทีเยือกเย็น พระหัตถ์ข้างหนึ่งบีบข้อมือของกุนซือหญิงเสิ่นจินหลิงไว้แน่นจนขึ้นรอยแดง ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งการหักหลัง "ทูลท่านอ๋อง! ใต้ฝ่าละอองพระบาทมีรับสั่งให้ตรวจค้นตำหนักบูรพา ข้อหาสมคบคิดกับกบฏแดนใต้!" แม่ทัพราชองครักษ์ประสานมือคำนับ แม้จะเกรงกลัวบารมีของชินอ๋องเพียงใด แต่ราชโองการในมือก็คือกฎหมายสูงสุด เฟยหลงมิได้ปริปากตรัสอันใด ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของสตรีในอาณัติ ความผิดหวัง ความระแวง และความโกรธเกรี้ยวอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด ภาพของบิดาที่เคยถูกคนสนิทหักหลังในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัว และวันนี้... สตรีที่เขารักและไว้ใจที่สุด กลับเป็นผู้ถือมีดแทงข้างหลังเขาเช่นนั้นหรือ? "ค้น!" เฟยหลงสะบัดพระหัตถ์อย่างไร้เยื่อใย ร่างบางของจินหลิงเซถลาเกือบล้มลงกับพื้น ความเจ็บแปลบที่ข้อมือยังไม่เจ็บเท่าความรู้สึกร้าวรานในอก นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา พยายามค้นหาความไว้วางใจที่เคยมีให้กัน แต่นางกลับพบเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชา ราชองครักษ์กรูเข้าไปค้นทุกซอกทุกมุมของตำหนัก และในไม่ช้า ขันทีเฒ่าผู้ติดตามก็เดินถือหีบไม้ใบเล็กออกมาคุกเข่าต่อหน้าชินอ๋อง พร้อมกับยกสิ่งของข้างในขึ้นถวาย "ทูลท่านอ๋อง... พบตราประทับหยกของแม่ทัพกบฏ และแผนที่ลับเส้นทางเดินทัพชายแดนซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งของกุนซือเสิ่นพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงของขันทีเฒ่า บรรยากาศภายในตำหนักก็เงียบสงัดลงทันที ราวกับความตายได้มาเยือน เสียงคบเพลิงที่ปะทุเสียงดังเปรี๊ยะๆ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหว จินหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นางเข้าใจแล้ว... นี่คือแผนการของฮ่องเต้หมิงเต๋อที่ร่วมมือกับหนอนบ่อนไส้ในกองทัพ เพื่อสาดโคลนให้นางกลายเป็นแพะรับบาป และทำลายความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเฟยหลงให้แตกหักลงโดยสมบูรณ์ พวกมันต้องการให้ชินอ๋องเป็นผู้ลงทัณฑ์นางด้วยพระองค์เอง! นางหันไปมองหน้าเฟยหลง รอคอยให้เขากล่าวคำว่า 'ข้าเชื่อใจเจ้า' ออกมาสักคำ... ขอเพียงแค่คำเดียว นางพร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทว่า ชินอ๋องเฟยหลงกลับหลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นก็ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ สิ้นเชิง ราวกับเขากลับกลายเป็นเทพสงครามผู้ไร้หัวใจดั่งวันวาน "กุนซือเสิ่น..." สุ้มเสียงทุบต่ำกังวานก้องไปทั่วตำหนัก บาดลึกเข้าûไปในขั้วหัวใจของคนฟัง "เจ้าช่างมีความกล้าหาญยิ่งนัก กล้าใช้เล่ห์กลตื้นเขินเช่นนี้มาตบตาข้า" "ท่านอ๋อง... พระองค์ไม่เชื่อใจหม่อมฉันเลยแม้แต่น้อยหรือคะ?" น้ำเสียงของจินหลิงแผ่วเบา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าเวทนา หยดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย แต่นางกะพริบตามันกลับเข้าไปอย่างเด็ดเดี่ยว นางคือเสิ่นจินหลิง กุนซือหญิงผู้ไร้พ่าย นางจะไม่ยอมหลั่งน้ำตาให้แก่ความอยุติธรรมนี้เด็ดขาด "ความไว้ใจ... เป็นสิ่งที่มอบให้แก่ผู้ที่มีค่าคู่ควร" เฟยหลงตรัสด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจ "คุมตัวกุนซือเสิ่นไปขังไว้ที่คุกใต้ดินหลวง รอการไต่สวนในยศฐาบรรดาศักดิ์กบฏแผ่นดิน!" สิ้นพระกระแสรับสั่ง ทหารหลวงสองนายก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนของจินหลิงทันที นางไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้พวกมันลากตัวออกไปจากตำหนักช้า ๆ สายตาของนางยังคงจ้องมองตรงไปที่เฟยหลงผู้ยืนนิ่งดั่งรูปสลัก ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีที่ปกคลุมทั่ววังบูรพา เรือนร่างระหงถูกผลักเข้าไปในห้องขังมืดทึบ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ประตูเหล็กหนาปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงโซ่ตรวนที่กระทบกันดังสนั่น จินหลิงทรุดตัวลงนั่งบนกองฟางแห้ง ๆ ความหนาเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่มันยังไม่หนาวเท่ากับความจริงที่ว่า นางถูกคนที่รักที่สุดผลไสไล่ส่งด้วยความเข้าใจผิด ในขณะที่นางกำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดมิด ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องขัง กลิ่นหอมประหลาดที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่เต็มไปด้วยความสะใจ "ไม่นึกเลยว่า... กุนซือผู้ปราดเปรื่องเช่นท่าน จะต้องมาตกอับอยู่ในคุกมืดเพราะความหึงหวงและความระแวงของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น" จินหลิงเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่มาเยือน แสงไฟริบหรี่จากคบเพลิงด้านนอกส่องกระทบใบหน้าของสตรีผู้สวมชุดนางกำนัลขั้นสูง รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของอีกฝ่ายทำให้จินหลิงต้องหรี่ตาลงด้วยความตกตะลึง "เจ้า..." "ใช่... เป็นข้าเอง" สตรีผู้นั้นก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะโยนป้ายคำสั่งทองคำชิ้นหนึ่งลงตรงหน้าจินหลิง เสียงกระทบพื้นดัง *กริ๊ง* ป้ายคำสั่งนั้น... เป็นของพระชายาเอกแห่งตำหนักอ๋อง ผู้ซึ่งควรจะเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือนชั้นในมาโดยตลอด! หัวใจของจินหลิงกระตุกวูบ ภาพทุกอย่างเริ่มต่อ ภัยมืดที่แท้จริงมิใช่ฮ่องเต้ หรือแม้แต่หนอนบ่อนไส้ในกองทัพ หากแต่เป็นหมากตาสุดท้ายที่นางมองข้ามไปอย่างไม่น่าให้อภัย! "แปลกใจใช่ไหมล่ะ?" สตรีผู้นั้นยิ้มเยาะ ย่อกายลงกระซิบข้างหูจินหลิงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยพิษสง "คืนนี้... ท่านอ๋องของเจ้า กำลังเสวยสุราจอกสุดท้ายที่พระชายามอบให้ เพื่อเป็นการ 'ล้างมลทิน' ให้กับตระกูลเสิ่น... น่าเสียดายนัก ที่เจ้าไม่มีโอกาสได้เห็นลมหายใจสุดท้ายของชายที่เจ้ารักแล้วล่ะนะ" *เปรี้ยง!* ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจในยศฐาบรรดาศักดิ์มืดมิด จินหลิงเบิกTากกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สุราจอกนั้น! แผนการที่แท้จริงของพวกมันไม่ใช่การกำจัดนาง แต่มันคือการยืมมือสับเปลี่ยนตัวยาพิษเพื่อปลิดชีพเฟยหลงต่างหากเล่า! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%