กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวหลงจิ่งลอยวนอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลิ่นคาวเลือดที่โชยมาจากร่างไร้ลมหายใจของไต้ซือเหวินจื้อกลับเด่นชัดเสียยิ่งกว่า เสิ่นจินหลิงไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีภาพอันน่าสยดสยองเบื้องหน้า ปิ่นหยกขาวสลักลายดอกบัวบนมวยผมปักไว้อย่างมั่นคง อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลไม่มียับยู่ยี่ แม้ว่าในยามนี้พวกมันจะรู้ตัวเร็วกว่าที่คาดไว้... หรือว่าในกลุ่มขุนนางเหล่านี้ มีหนอนบ่อนไส้อยู่ตั้งแต่แรกจริงๆ
ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองคราบโลหิตที่ยังอุ่นอยู่บนพื้นไม้ขัดมัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่อยู่นอกประตูเรือนรับรองกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ชินอ๋องเฟยหลงเคยเตือนนางแล้วว่าวังหลวงแห่งนี้เปรียบดั่งป่าช้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยโคมแดง ทว่านางไม่คาดคิดเลยว่าฝ่ายตรงข้ามจะลงมือปิดปากพยานปากเอกอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานีถึงเพียงนี้
"กุนซือเสิ่น... ใต้เท้าเหวินจื้อถูกคนร้ายลอบสังหารแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์ประจำพระองค์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
จินหลิงยังคงสงบนิ่ง นางซ่อนมือเรียวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง นิ้วเรียวสัมผัสกับแผ่นกระดาษยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งที่เพิ่งถูกดึงออกมาจากอกเสื้อของศพก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอย มันคือรายชื่อขุนนางที่รับสินบนจากแคว้นจ้าว และตราประทับลับที่ชี้ชัดว่าหนอนบ่อนไส้หาใช่คนอื่นไกล แต่มันคือผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มังกรสูงศักดิ์นั่นเอง
"อย่าเพิ่งแตะต้องศพ" สสุเสียงหวานทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งสลักเอ่ยขึ้น ขัดจังหวะการก้าวเข้ามาของทหารองครักษ์ "พวกมันเพิ่งจากไปไม่นาน ไอร้อนบนบาดแผลยังไม่จางหาย... ประกาศออกไปว่าไต้ซือเหวินจื้ออาการทรุดหนักและเสียชีวิตด้วยโรคชรา"
"แต่ว่ากุนซือเสิ่น... ร่องรอยการต่อสู้นี้..."
"ข้าบอกให้เจ้าประกาศเช่นนั้น" จินหลิงหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตานิ่งสงบดั่งบึงลึกสะท้อนแสงเทียนวับแวม นางไม่ยอมให้แผนการที่วางไว้ต้องพังทลายลงเพียงเพราะความตื่นตระหนกของคนอื่น หากขันทีหรือมือสังหารพวกนั้นรู้ว่าหลักฐานสำคัญตกอยู่ในมือของนางแล้ว ย่อมต้องมีการเคลื่อนไหวระลอกใหญ่ในยามวิกาลนี้อย่างแน่นอน
สายลมยามดึกพัดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักเข้ามา หอบเอาความหนาวเหน็บเข้าสู่กระดูกดำ ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬคุ้นตาคือก้าวเข้ามาทางหน้าต่างอย่างไร้ซุ่มเสียง ชินอ๋องเฟยหลงมาถึงแล้ว... พระเนตรคมกราบดั่งพญาอินทรีทอดมองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ ก่อนจะกวาดสายตาไปยังร่างไร้ลมหายใจบนพื้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ อมยิ้มบางเบาที่มุมปากของท่านอ๋องกลับแฝงไปด้วยความดุดันและห่วงหาในคราเดียวกัน
"เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่..." สุเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา ขณะที่ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้แผงอกกำยำบังร่างของนางจากสายตาของเหล่าองครักษ์ด้านนอก มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อไว้อย่างมั่นคง ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาคือสิ่งเดียวที่ช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวในยามนี้
"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" จินหลิงเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับส่งแผ่นกระดาษชิ้นสำคัญซุกซ่อนเข้าไปในอุ้งมือของเขา "แต่พวกมันก้าวเร็วกว่าเราก้าวหนึ่ง... พยานถูกกำจัดแล้ว และคนผู้นั้นก็คงรู้ตัวแล้วเช่นกันว่าเราได้หลักฐานอะไรมาบ้าง"
เฟยหลงรับแผ่นกระดาษมาโดยไม่ต้องกอดเปิดอ่าน พระเนตรคมเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมารอบบริเวณ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น บรรยากาศรอบตัวของยอดแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสงครามกำลังเดือดดาลดั่งลาวาใต้พื้นพิภพ "หึ... กล้าดีนี่ กล้าลงมือในเขตพระราชฐานเพื่อปิดปากคนของข้า"
"ท่านอ๋องทรงยับยั้งชั่งใจก่อน..." จินหลิงเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงปราม "ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเปิดฉากเดินหมากตานี้ แปลว่าอีกไม่นาน ราชโองการปลอมหรือข้อกล่าวหากบฏคงถูกส่งมาถึงตำหนักของเราเป็นแน่"
สิ้นคำพูดของนาง เสียงฝีเท้ากึกก้องนับร้อยก็ดังสะท้านขึ้นจากลานด้านนอก แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องทะลุกระดาษสาของหน้าต่างเข้ามาจนเกิดเงาร่างนับไม่ถ้วนรายล้อมเรือนรับรองแห่งนี้ไว้หมดสิ้น เสียงตะโกนก้องด้วยความอาจหาญของขันทีคนสนิทแห่งท้องพระโรงดังทะลุเข้ามา
"ราชโองการจากฝ่าบาท! ชินอ๋องเฟยหลงและกุนซือเสิ่นจินหลิง สมคบคิดกับกบฏและสังหารพยานสำคัญ มีรับสั่งให้ควบคุมตัวไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันที ผู้ใดขัดขืนมีโทษประหารเก้าชั่วโคตร!"
บรรยากาศภายในห้องหยุดชะงักลงทันที องครักษ์ด้านนอกต่างชักดาบออกจากฝักด้วยความตกใจ ทว่าเฟยหลงกลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเย้ยหยัน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยอำนาจและอันตรายปรากฏบนใบหน้าคมคาย พระองค์ดึงร่างบางของจินหลิงเข้าสู่อ้อมอกอย่างปกป้อง พร้อมกับตวัดพระหัตถ์คว้ากระบี่ประจำพระองค์ขึ้นมาเตรียมพร้อม
ในวินาทีที่ประตูกำลังถูกพังเข้ามาด้วยกำลังทหารนับร้อย จินหลิงกลับเหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งพาดผ่านคานหลังคาด้านบน ปลายลูกศรอาบยาพิษสีม่วงเข้มกำลังเล็งตรงมาที่กลางหลังของชินอ๋องอย่างเงียบเชียบ... และก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยปากเตือน เสียงสายธนูที่ถูกดีดก็ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 21
เสียงกระซิบจากความตาย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!