กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจกลบเกลื่อนกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในโสตประสาทของเสิ่นจินหลิงได้เลย
เรือนรับรองหลังเก่าแก่ปลายคูเมืองหลวงในยามวิกาล ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและเงียบงันจนน่าอึดอัด แสงตะเกียงน้ำมันไส้หญ้าหลิวสั่นไหววับแวมตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างกระดาษสา ทอดเงาบิดเบี้ยวทาบทับลงบนร่างระหงในชุดอาภรณ์สีเทาเข้มกลมกลืนกับรัตติกาล นางมิได้เอ่ยคำใดออกมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ปล่อยให้ความกดดันทำหน้าที่กัดกินสติของผู้ที่รออยู่ก่อนแล้ว
"พวกท่านยังกล้ามาพบข้าอีกหรือ"
น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับสายน้ำใต้ธารน้ำแข็งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสิ่นจินหลิงปรายตามองบุรุษสามคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งสามแห่งราชสำนัก ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเสาหลักค้ำจุนราชบัลลังก์ บัดนี้สภาพกลับร่วงโรยราวกับใบไม้ใกล้หมดอายุขัย อาภรณ์แพรต่วนราคาแพงยับย่นและเปื้อนคราบฝุ่นจากการเดินทางหลบหนี
ใต้เท้าจาง ผู้อาวุโสสูงสุดในกลุ่ม สะดุ้งเฮือกยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่ฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดของกุนซือหญิง นางไม่ใช่สตรีในห้องหอที่จะมานั่งรินชาขับกลอน แต่คือนกต่อผู้กุมชะตากรรมของพวกเขาทั้งตระกูลไว้ในอุ้งมือ
"ท่านกุนซือเสิ่น... โปรดเมตตาด้วย!" ใต้เท้าจางโขกศีรษะลงกับพื้นไม้จนเกิดเสียงดังทึบ "สถานการณ์ในราชสำนักเวลานี้ ฮ่องเต้ทรงพระs(ส)ติฟั่นเฟือนเพราะอำนาจมืดของขันทีเฒ่าหลี่ ขุนนางตงฉินถูกประหารชีวิตไปกว่าครึ่ง หากพวกเรายังนิ่งเฉย ราชวงศ์ต้าเฉิงคงถึงคราวล่มสลายเป็นแน่แท้!"
เสิ่นจินหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไว้ด้วยความหยันเหยียดจนคนฟังต้องหนาวสะท้าน นางขยับกายเล็กน้อย เสียงผ้าแพรเสียดสีกันเบาๆ ชวนให้หัวใจคนระทึก นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ลีลาสง่างามทว่าเยือกเย็นถึงกระดูกดำ
"ตงฉินงั้นหรือ?" เสิ่นจินหลิงทวนคำ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "วันที่ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรตระกูลเสิ่นของข้า พวกท่านเหล่าขุนนางผู้ทรงคุณธรรมอยู่ที่ใด? วันที่บิดาของข้าต้องรับโทษทัณฑ์ทั้งที่ไร้ความผิด พวกท่านคนใดบ้างที่กล้าก้าวออกมาถวายฎีกาคัดค้าน? หรือเวลานี้... เมื่อไฟลามเลียมาถึงเรือนของพวกท่านเองแล้ว จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าความจงรักภักดีหน้าตาเป็นเช่นไร?"
คำพูดแต่ละคำของนางคมกริบยิ่งกว่ากระบี่ อาการตัวสั่นเทาของขุนนางทั้งสามมิได้เกิดจากความหนาวเย็น แต่เกิดจากความหวาดกลัวต่อสตรีผู้เยาว์วัยตรงหน้า ผู้ซึ่งใช้สติปัญญาเพียงน้อยนิดพลิกกระดานอำนาจจนราชสำนักปั่นป่วนมาแล้ว
"เรื่องในอดีต... เป็นความขลาดเขลาของพวกเราเอง..." ขุนนางอีกคนเอ่ยเสียงสั่นเครือ "แต่เวลานี้ มีเพียงท่านชินอ๋องและท่านกุนซือเท่านั้นที่จะกอบกู้แผ่นดินได้ พวกเรานำตราประทับลับของกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงมามอบให้แล้ว ขอเพียงท่านชินอ๋องทรงกรุณานำทัพเข้าวัง... พวกเราพร้อมยอมตายถวายชีวิต!"
สิ้นคำพูดนั้น วัตถุโลหะสีทองคล้ำชิ้นหนึ่งก็ถูกวางลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ตราประทับพยัคฆ์แห่งค่ายกลหลวง สิ่งที่ฮ่องเต้ทรงตามหาพลิกแผ่นดินมาตลอดสามเดือน บัดนี้กลับนอนสงบนิ่งอยู่ต่อหน้าเสิ่นจินหลิง
บรรยากาศภายในห้องพลันหนักอึ้งขึ้นอีกหลายเท่าตัว
เสิ่นจินหลิงมิได้รีบร้อนเอื้อมมือไปหยิบ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความจงรักภักดีที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง หากแต่เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของพวกสุนัขจนตรอก หากพวกมันชนะจะได้กลับมามีอำนาจ หากแพ้... นางและชินอ๋องเฟยหลงต่างหากที่จะต้องกลายเป็นกบฏผู้ต้องอาญาแผ่นดิน
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังกดดันถึงขีดสุด ประตูห้องด้านหลังก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่คุ้นตาที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ชินอ๋องเฟยหลงในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงิน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดมองขุนนางทั้งสามด้วยความเหยียดหยันไร้ความปรานี
ขุนนางทั้งสามรีบหมอบกราบลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดผวา บุรุษผู้นี้คือเทพแห่งสงครามผู้โชกโชนในสนามรบ อำนาจที่แท้จริงหาได้อยู่ที่บัลลังก์มังกรไม่ หากแต่อยู่ในกำมือของอ๋องผู้เยือกเย็นผู้นี้
"พวกเจ้าคิดจะใช้กองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับเราอย่างนั้นรึ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ร่างสูงก้าวเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังของเสิ่นจินหลิง มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องคุ้มครองในคราเดียวกัน
"ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต! พวกเรามิกล้า! พวกเราเพียงต้องการ..."
"พอได้แล้ว" เฟยหลงยกมือขึ้นขัดจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลังอำนาจจนทุกคนต้องปิดปากเงียบกริบ "หมากกระดานนี้ เราเป็นผู้เดินเองตั้งแต่ต้น หาใช่พวกเจ้าไม่"
เสิ่นจินหลิงเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษด้านหลัง แววตาของทั้งคู่ประสานกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความเข้าใจลึกซึ้งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันทำให้พวกเขารู้ทันทีว่าควรจัดการอย่างไรกับ "หมาก" ชุดนี้
"ใต้เท้าจาง" เสิ่นจินหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง "ตราประทับชิ้นนี้... ข้าขอรับไว้ แต่เรื่องที่ท่านขอให้ชินอ๋องนำทัพเข้าวังทันที... คงต้องเปลี่ยนเป็นแผนการอื่น"
"แผนอื่นอันใดหรือขอรับ?" ใต้เท้าจางเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ
เสิ่นจินหลิงแย้มยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ขุนนางทั้งสามแทบสิ้นสติ
"ฮ่องเต้ทรงโปรดเสวยชาสมุนไพรบำรุงกำลังในยามราตรีมิใช่หรือ? ในเมื่อพวกท่านมีความจงรักภักดีนัก... รอนแรมมาเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้ ไฉนเลยไม่เป็นตัวแทนของข้า นำตราประทับนี้ไปถวายรายงานความจริงแด่ฝ่าบาทด้วยพระองค์เองเสียเลยเล่า?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ขุนนางทั้งสามหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่อยู่ การให้พวกเขาเข้าไปในวังหลวงยามวิกาลพร้อมตราประทับกบฏ... นั่นมิใช่การไปถวายรายงาน แต่เป็นการเดินเข้าสู่ลานประหารทั้งเป็น!
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ ประตูห้องด้านนอกก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล!
แสงคบเพลิงสว่างจ้าแสบตาสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากที่กรูเข้ามาปิดล้อมเรือนรับรองไว้ทุกด้าน เงาร่างของทหารองครักษ์หลวงนับร้อยนายในชุดเกราะเหล็กวาววับปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล
"ไม่ต้องลำบากเดินทางไปหรอก... เพราะฮ่องเต้ทรงส่งเรามารับพวกเจ้า... ทุกคน... กลับวังหลวงด้วยกันเเล้ว!"
ร่างของแม่ทัพหลวงผู้กุมกำลังเสริมก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือถือราชโองการสีทองสะท้อนแสงไฟวับวับ เสิ่นจินหลิงหรี่ตาลงทันที นางกวาดสายตามองไปยังกลุ่มทหารที่ล้อมกรอบเข้ามาอย่างรวดเร็ว หัวใจกระตุกวูบ
*พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่คาดไว้... หรือว่าในกลุ่มขุนนางเหล่านี้ มีหนอนบ่อนไส้อยู่ตั้งแต่แรก?!*
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 20
แผนซ้อนกลในเงามืด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!