"หากแผนการทัพห้าแคว้นถูกส่งต่อไปถึงมือใต้เท้าหลิวในคืนนี้ ศีรษะบนบ่าของท่านอ๋องคงมิอาจอยู่บนร่างได้จนถึงรุ่งสางกระมังเพคะ"
น้ำเสียงราบเรียบดั่งผืนน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เสิ่นจินหลิงในอาภรณ์ปักดิ้นเงินลายเมฆาคลื่นซัด ขยับพัดหยกขาวในมือช้าๆ สายตาคมปลาบดุจกระบี่คมกริบที่ซ่อนอยู่ในฝักไม้จันทน์ ทอดมองไปยังบุรุษเบื้องหน้าผู้ประทับนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินหยก
ชินอ๋องเฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตาสแลไปยังม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายไหมสีเงินยวง พระองค์ทรงยกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ ราวกับบ้านเมืองไม่ได้กำลังตกอยู่ในไฟสงครามและการหักหลัง
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้ก้าวก่ายงานในกองทัพถึงเพียงนี้ เสิ่นจินหลิง"
สุรเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้น ก้องกังวานไปทั่วตำหนักรับรองลับที่ปิดทึบ แสงจากตะเกียงน้ำมันกฤษณาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลวดลายโบราณ
"หม่อมฉันมิได้ก้าวก่ายเพคะ... แต่หม่อมฉันเพียงแต่มองเห็นหมากตาที่สามสิบหก ซึ่งท่านอ๋องทรงมองข้ามไปเพราะความลุ่มหลงในมิตรภาพเก่าก่อน" เสิ่นจินหลิงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตนจนน่าหมั่นไส้ แต่นางมีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น ในฐานะกุนซือหญิงผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในกระดานการเมืองใด
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยของสตรีตรงหน้า พระองค์ขยับกายเข้าใกล้ขึ้นทีละน้อย จนกลิ่นกายบุรุษและกลิ่นอายสงครามจางๆ เจือจางด้วยกลิ่นหอมเย็นของชาผู่อ่อร์ลอยเข้ามารายล้อมร่างบาง
"ปากคอเราะร้ายนักนะกุนซือเสิ่น... หากเจ้าเก่งกาจนัก ไฉนจึงปล่อยให้ตระกูลเสิ่นของเจ้าต้องล่มสลายด้วยข้อหากบฏเล่า?"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าแก่ ร่างบางชะงักไปชั่วลมหายใจ ปลายนิ้วที่ถือพัดหยกขาวเกร็งแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ทว่าเสิ่นจินหลิงหาได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้นางพญาผู้เยือกเย็นเช่นนางต้องเสียชื่อไม่ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"เพราะหม่อมฉันฉลาดเกินไปอย่างไรเล่าเพคะ ถึงได้รู้ว่าใครคือสุนัขรับใช้ที่แท้จริงในราชสำนัก... และเพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงต้องมานั่งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อเจรจากับท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งอย่างไรล่ะเพคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วขณะ อุณหภูมิรอบกายราวกับลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทั้งสองจ้องตาཕันฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายระหว่างยอดกุนซือผู้ปราดเปรื่องและท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารแผ่พุ่งจนราวกับอากาศรอบตัวกำลังลุกเป็นไฟ ความหวาดระแวงในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความท้าทาย ความเข้าใจลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเชือดเฉือน ทำให้ช่องว่างระหว่างเขาทั้งสองลดลงทีละน้อยอย่างน่าประหลาด
เฟยหลงทอดพระเนตรดวงพักตร์งดงามที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ร่องรอยความเจ็บปวดในแววตานั้นกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับร้อยสนามเกิดความรู้สึกบางเบาที่ยากจะอธิบาย พระองค์ยื่นมือหนาออกไปหมายจะสัมผัสแก้มนวลที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ
ทว่า—
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งตามด้วยรหัสลับของหน่วยองครักษ์เงา ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและลึกซึ้งลงในพริบตา
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงร้อนรนของไป๋ฉี ขุนศึกคนสนิทดังลอดเข้ามา "สายสืบจากเมืองหลวงส่งม้าเร็วนำราชโองการลับมาถวายพ่ะย่ะค่ะ! เป็นพระราชโองการด่วนที่สุดจากฮ่องเต้... ทรงมีรับสั่งให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพชายแดนบูรพา และให้คุมตัวกุนซือเสิ่นกลับไปรับโทษทัณฑ์ฐานสมคบคิดกับกบฏ ณ เมืองหลวงทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
เสิ่นจินหลิงผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงหมากตานี้ ฮ่องเต้หมิงเต๋อเดินเกมเร็วกว่าที่คาดไว้มากนัก
เฟยหลงยังคงประทับนั่งนิ่งสนิท ทว่าดวงเนตรคมกริบกลับทอประกายวับวับดั่งทานตะวันรับแสงไฟ พระองค์ทรงหยิบจอกสุราขึ้นมาจิบอีกคราอย่างใจเย็น ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *กริ๊ก*
พระองค์ทรงปรายพระเนตรมองม้วนราชโองการสีเหลืองทองที่ถูกสอดเข้ามาใต้ประตูห้องรับรอง ช้าๆ... พร้อมกับยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงเนตร
"ดูท่า... ฮ่องเต้พระองค์นั้น คงจะร้อนพระทัยอยากเห็นความพ่ายแพ้ของเราเสียเต็มประดาแล้วกระมัง กุนซือเสิ่น" เฟยหลงตรัสเสียงพร่า ตรัสพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางจนเสิ่นจินหลิงต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "เช่นนั้นแล้ว... เรามาร่วมมือกันตบหน้าโอรสสวรรค์ผู้นั้น ด้วยการควคว้าชัยชนะในศึกห้าแคว้นนี้มาให้ดูดีหรือไม่เล่า?"
เสิ่นจินหลิงแหงนพักตร์ขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจ หัวใจที่เคยปิดตายกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะท่ามกลางวิกฤตเป็นตายนี้
ในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยปากตอบรับ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันเบื้องหน้าก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำหน้าต่างจนแตกละเอียด และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ประตูห้องลับก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งในชุดนักฆ่าสีดำสนิท พร้อมกับคมกระบี่อาบยาพิษสีม่วงเข้มที่พุ่งตรงมาปักลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ห่างจากร่างของทั้งสองไม่ถึงคืบ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุลูกนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 6
สายสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!