กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระเหยวนอยู่ในตำหนักสัตตบงกช ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความหนาเหน็บที่เกาะกุมอยู่ภายในใจของเสิ่นจินหลิงได้เลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะไม้สลักลายมังกรหงส์เวลานี้ มีราชโองการสีทองอร่ามที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากท้องพระโรงวางนอนสงบอยู่ แต่อักษรหมึกดำทุกตัวบนนั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนคอหอยของนางได้ทุกเมื่อ
"ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ถอดถอนตำแหน่งกุนซือของเจ้า พร้อมกับมีพระราชประสงค์ให้ส่งตัวเจ้าเข้าสู่ศาลหลวงเพื่อไต่สวนข้อหา 'สมรู้ร่วมคิดกับกบฏแดนบูรพา' ภายในยามอิ่ว... ช่างเป็นข้อหาที่รวดเร็วและเด็ดขาดยิ่งนัก"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ชินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้เนื้อหอม อาภรณ์สีนิลสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม ดวงตาคมกราบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นมิได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มีเพียงความดำมืดลึกล้ำที่ยากจะหยั่งถึง ทว่ากลับสร้างความอุ่นวาบขึ้นในทรวงอกของสตรีผู้ปราดเปรื่องอย่างนาง
จินหลิงมิได้สะท้านสะเทือน นางยังคงรินน้ำชาใส่จอกด้วยมือที่มั่นคง ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัว สติปัญญาที่เฉียบคมของนางมองทะลุกลเกมนี้มานานแล้ว นี่ไม่ใช่เพียงการกำจัดกุนซือไร้พ่ายคนหนึ่ง แต่เป็นหมากตานสำคัญที่ฮ่องเต้หมิงเต๋อต้องการใช้ตัดกำลังและบั่นทอนศักดิ์ศรีของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารในมือ
"หม่อมฉันคาดการณ์ไว้อยู่แล้วเพคะ... เพียงแต่ไม่คิดว่า ฝ่าบาทจะทรงร้อนพระทัยจนยอมใช้ข้อหาที่ไร้หลักฐานสิ้นดีเช่นนี้" จินหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบกับบุรุษตรงหน้า "พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่า หากทรงยื่นมือเข้าช่วยหม่อมฉันในตอนนี้ ตำแหน่ง 'แม่ทัพใหญ่แห่งบูรพา' ที่กุมกำลังพลสามแสนนายของพระองค์ อาจถูกริบลดลงครึ่งหนึ่งทันทีเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีตามพระราชประสงค์ของราชสำนัก"
เฟยหลงไม่ตอบคำทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านั่งสบตากับนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา นิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานี้ขัดแย้งกับสถานการณ์อันตึงเครียดรอบตัวราวฟ้ากับเหว
"ตำแหน่งในราชสำนักสามแสนนาย หรือแม้แต่บัลลังก์มังกรนั้น... สำหรับเป้าหมายของเปิ่นหวางแล้ว มีค่าน้อยยิ่งกว่าเส้นผมเส้นเดียวของเจ้าเสียอีก จินหลิง" เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงดั่งหินผา ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายความดุร้ายและดื้อรั้นที่จะปกป้องสิ่งที่เขารัก ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือประกาศสงครามกับโอวาทสวรรค์ เขาก็ไม่สน
หัวใจของกุนซือหญิงกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ขยายจนขอบตาร้อนผ่าว นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้พูดจริงทำจริง การที่เขาตัดสินใจยืนเคียงข้างนางในยามวิกฤตนี้ เท่ากับการเอาอนาคตและอำนาจทั้งหมดที่สั่งสมมาครึ่งชีวิตไปเดิมพันบนเส้นด้าย
"แต่พระองค์จะทรงเอาอนาคตของกองทัพชายแดนมาทิ้งไว้ที่หม่อมฉันไม่ได้นะเพคะ..." นางพยายามท้วงติงด้วยเหตุผล แม้ว่าเสียงในใจจะร่ำร้องโหยหาความอบอุ่นนั้นเพียงใดก็ตาม "เราต้องเดินหมากอย่างรอบคอบ..."
"หมากเกมนี้ เปิ่นหวางเป็นคนเดิน หาใช่ฝ่าบาทไม่" เฟยหลงขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เขาเอื้อมมือไปหยิบราชโองการสีทองบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะสะบัดข้อมือเพียงน้อยนิด กระดาษแผ่นสำคัญนั้นก็ถูกเปลวไฟจากตะเกียงเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถุลีในพริบตา "เปิ่นหวางได้ส่งสาส์นด่วนไปยังกองทัพบูรพาแล้ว ตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน กองกำลังรบพิเศษแปดพันนายได้เคลื่อนพลมาประชิดประตูเมืองหลวงเรียบร้อย หากผู้ใดกล้าแตะต้องตัวกุนซือของเปิ่นหวางแม้แต่ปลายเล็บ คนผู้นั้น... ก็เตรียมตัวรับมือกับคมดาบที่จะบุกทะลวงเข้าสู่ท้องพระโรงได้เลย"
จินหลิงเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง นางไม่คิดว่าเขาจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดถึงเพียงนี้ การเคลื่อนพลเข้าประชิดเมืองหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่ากับการประกาศกบฏอย่างเปิดเผย!
"พระองค์ทรงบ้าไปแล้วหรือเพคะ!"
"ใช่ เปิ่นหวางยอมบ้า เพื่อปกป้องเจ้า" เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อ "เจ้าเคยบอกว่าเราจะเดินหมากกระดานนี้ไปด้วยกันไม่ใช่หรือ? ในเมื่อพวกเขาเลือกที่จะเล่นนอกกติกา เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาหน้ากากจอมปลอมนั่นไว้อีกต่อไป"
บรรยากาศในตำหนักเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งสอง ท่ามกลางศึกชิงอำนาจอันดุเดือดและลมหายใจที่แขวนอยู่บนเส้นตาย ความรักความศรัทธาที่พวกเขามีให้แก่กันกลับยิ่งมั่นคงและลึกซึ้งเกินกว่าจะหาใดเปรียบ
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังโรยตัวลงมาปกคลุมเพื่อซึมซับความหวานล้ำอันตรายนี้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากด้านนอกตำหนัก ตามมาด้วยเสียงทุบประตูไม้บานใหญ่ด้วยความรุนแรงราวกับจะพังทลายเข้ามา
"เปิดประตู! ราชองครักษ์แห่งวังหลวงมีพระราชสาส์นด่วนที่สุด!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดดังทะลุเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของทหารนับร้อยที่สะท้อนผ่านหน้าต่างกระดาษลางๆ บ่งบอกว่าพวกเขาถูกปิดล้อมไว้หมดสิ้นแล้ว
เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากหนา เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของจินหลิงไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งผ่านความเชื่อมั่นอันไร้ขีดจำกัดให้แก่กัน
ทว่า ในวินาทีที่ประตูไม้กำลังจะถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทก เสียงขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็แผדแหลมแทรกเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล—
"หยุดมือ! มี... มีพระราชโองการฉบับที่สองจากตำหนักใน... พระสนมเอกฮวา... พระราชทานยาพิษประทานอภัยโทษให้กุนซือเสิ่น... ให้ดื่ม ณ บัดนี้!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับกุนซือหญิงของเรามาจนถึงวินาทีอันระทึกนี้ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 18
เดิมพันด้วยศรัทธา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!