หมึกสีชาดบนพระราชโองการยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลื่นอายความตายของราชสำนักก็แผ่ซ่านเข้ามาถึงค่ายทหารบูรพาผ่านไอหมอกยามราตรี
"ประหารชีวิต... ณ เพลาเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้อย่างนั้นหรือ"
เสียงทวนซ้ำของเสิ่นจินหลิงราบเรียบรากับสายน้ำในฤดูเหมันต์ นางมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อยยามที่ขันทีหลวงอ่านพ้อยท์ข้อกล่าวหากบฏจบลง ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองแผ่นกระดาษสีเหลืองทองด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ชุดคลุมกุนซือสีขาวปักลายเมฆาของนางสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกขาวดูเยือกเย็นราวกับรูปสลัก
ขันทีเฒ่าผู้ถือพระราชโองการเหงื่อกาฬแตกพลั่ก แม้เบื้องหน้าจะเป็นเพียงสตรีร่างระหงผู้หนึ่ง ทว่าแรงกดดันจากแววตาคู่นั้นกลับทำให้เขาแทบไม่กล้าหายใจแรง "ทะ... ท่านกุนซือ โปรดเตรียมตัว..."
"เตรียมตัวไปลานประหาร หรือเตรียมตัวดูจุดจบของพวกสุนัขรับใช้ที่บังอาจชักศึกเข้าบ้านกันแน่ล่ะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ม่านผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ถูกสะบัดออก ชินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาในชุดเกราะสีดำสนิท ประดับด้วยรอยเลือดแห้งกรังจากการศึก รังสีสังหารแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในกระโจมลดฮวบลงทันตาเห็น พระเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อกวาดมองขันทีหลวงผู้นั้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างบางของสตรีในดวงใจ
"ท่านอ๋อง..." ขันทีทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว "นี่คือพระราชโองการจากฮ่องเต้..."
"ฮ่องเต้ทรงพระs(สติ)เลอะเลือน หรือเป็นพวกเจ้าที่กุเรื่องขึ้นมากันแน่!" เฟยหลงแค่นHเสียงหนักหน่วง มือหนาคว้าคอเสื้อของขันทีเฒ่าขึ้นมาจนตัวลอย "กล้าดียังไงมาสั่งประหารคนของเปิ่นหวาง!"
"พะ... พะย่ะค่ะ พระราชโองการนี้... เป็นพระกระแสรับสั่งลับที่ออกผ่านเสนาบดีจ้าว... หากชินอ๋องขัดขืน จะถือว่าเป็นกบฏร่วมด้วยนะพะย่ะค่ะ!" ขันทีละล่ำละลักละลานตอบด้วยความกลัวตาย
เสิ่นจินหลิงยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของชินอ๋องเบาๆ สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับมีพลังวิเศษที่ทำให้พยัคฆ์ร้ายยอมสงบลง นางส่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่ม แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่เข้าใจกันเพียงสองคน
*หมากกระดานนี้... เดินมาถึงตาที่สามสิบสองพอดี*
"ปล่อยเขาไปเถอะเพคะท่านอ๋อง" จินหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวาน "ในเมื่อฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ประหารหม่อมฉันถึงเพียงนี้ หากหม่อมฉันไม่ไปร่วมงานเลี้ยงส่งวิญญาณที่พวกมันเตรียมไว้ คงจะเสียมารยาทต่อความตั้งใจอันยิ่งใหญ่ของเสนาบดีจ้าวแย่สิคะ"
เฟยหลงขบกรามแน่น สันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาอยู่ในอกจนแทบคลั่ง เขาไม่อาจทนเห็นนางต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับแผนการอันตรายเช่นนี้ได้ แม้จะรู้ว่านี่คือแผนการซ้อนแผนที่พวกเขาร่วมกันวางไว้เพื่อล่อให้ตัวการใหญ่อย่างเสนาบดีจ้าวและกลุ่มกบฏเงาพยัคฆ์เผยหางออกมาก็ตามที
"เจ้ามั่นใจแค่ไหน..." เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความห่วงใยระคนตัดพ้อ "ถ้าพวกมันลงมือจริง... เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะยอมให้แผ่นดินนี้หลงเหลือลมหายใจอยู่หรือไร หากไม่มีเจ้า?"
จินหลิงใจกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางลมหนาว นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมคลาวนั้นด้วยความมั่นคง "ท่านอ๋องทรงเชื่อใจหม่อมฉันหรือไม่คะ?"
ชินอ๋องนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ แล้วลืมขึ้นด้วยประกายตาเด็ดเดี่ยว "เปิ่นหวางไม่เคยเชื่อใจโชคชะตา... แต่เปิ่นหวางเชื่อเจ้าเสมอ"
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ลานประหารหน้าค่ายทหารบูรพา ธงรบสีดำโบกสะบัดท่ามกลางลมหนาวจัด บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าทหารกล้าแห่งค่ายบูรพายืนรายล้อมนับหมื่นนาย ทุกคนต่างถืออาวุธในมือแน่น ดวงตาทอประกายความโกรธแค้นและรอคอยสัญญาณจากท่านอ๋อง
เสิ่นจินหลิงในชุดนักโทษสีขาวสะอาด เดินก้าวขึ้นสู่ลานประหารด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม นางไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวระคนอยู่บนใบหน้า รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่ที่มุมปาก ราวกับนางไม่ใช่ผู้กำลังจะเดินไปสู่ความตาย แต่เป็นผู้กำลังจะไปรับตำแหน่งประธานในงานเลี้ยงสำคัญ
บนระเบียงหอคอยสูง ท่ามกลางเงาไม้ที่พรางตัวอย่างมิดชิด เสนาบดีจ้าวยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางแย้มยิ้มด้วยความสะใจ สายตากวาดมองไปยังร่างบางที่กำลังคุกเข่าลงต่อหน้าแท่นประหาร
*นังตัวดี... ในที่สุดสมองที่ฉลาดเฉลียวของเจ้าก็ต้องกลายเป็นอาหารให้แก่ความหยิ่งยโสของตนเอง วันนี้แหละคือจุดจบของเจ้าและชินอ๋อง!*
นายกองผู้ทำหน้าที่ประหารเงื่อง้าวบินดาบเล่มโตขึ้นสูง แสงอาทิตย์ยามเช้ากระทบกับคมดาบสาดประกายวาววับบาดตา ทุกคนกลั้นหายใจ... เสียงลมหายใจของฝูงชนนับหมื่นเงียบกริบราวกับป่าช้า
"ลงดาบ!" เสียงตะโกนสั่งการดังลั่น
คมดาบมหึมาพุ่งแหวกอากาศลงมาอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด!
ทว่า... ในวินาทีที่คมดาบห่างจากลำคอระหงเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น!
*ฉึบ! ฉลิบ!*
ลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศมาจากทุกทิศทุกทางด้วยความเร็วแสง เป้าหมายมิใช่เสิ่นจินหลิงบนลานประหาร... แต่พุ่งตรงไปยังระเบียงหอคอยสูงที่เสนาบดีจ้าวซ่อนตัวอยู่!
เสนาบดีจ้าวหน้าถอดสี ทิ้งถ้วยชาในมือร่วงหล่นแตกกระจาย เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นจากเงาดำที่รายล้อมเขาอยู่ ทหารองครักษ์นับสิบคนที่แฝงตัวอยู่ถูกลูกธนูลึกลับปลิดชีพลงในชั่วพริบตาเดียว
บนลานประหาร เสิ่นจินหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ นางปัดฝุ่นที่เข่าออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปมองทางหอคอยสูงด้วยสายตาที่เยือกเย็นและเฉียบคมยิ่งกว่าเดิม
และในขณะนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่...
"ช่างเป็นแผนการที่ยอดเยี่ยมเสียจริง... กุนซือเสิ่น"
--------------------------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดдерที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากไป16ตากับไป๋เหลียนฮทานะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 16
หมากตาที่สามสิบสอง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!