กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงคั่วไฟอ่อนลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศภายในห้องรับรองลับของจวนค่ายทหารบูรพาในยามวิกาลนี้กลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางคิมhansa เสิ่นจินหลิง ในอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆาคลื่นซัด ปลายแขนเสื้อกว้างขยับไหวเล็กน้อยยามที่นางจรดพู่กันขนหมาป่าลงบนกระดาษซวนจื่อสีนวลอย่างมั่นคง ท่วงท่าของนางสง่างามราวกับเซียนหญิงกำลังวาดภาพทิวทัศน์ ทว่าตัวอักษรแต่ละตัวที่ปรากฏขึ้นบนแผ่นกระดาษกลับคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมเชือดเฉือดลมหายใจของผู้ทรยศให้ขาดสะบั้น
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า แผนการตื้นเขินเพียงเท่านี้จะล่อให้สุนัขรับใช้จากเมืองหลวงคายความจริงออกมาได้?"
สุเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้นจากมุมมืด ชินอ๋องเฟยหลงก้าวพระบาทเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทรงอยู่ในฉลองพระองค์ชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยด้ายสีชาด สะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันหอมให้เห็นพระพักตร์คมคายที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าพระเนตรคมกริบกลับจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายความลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง พระองค์ทรงโน้มพระวรกายลงเล็กน้อย กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นอายสนิมเหล็กจากสนามรบโอบล้อมร่างบางของนางไว้โดยปริยาย
จินหลิงมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษ พู่กันในมือยังคงวาดลวดลายอักษรต่อไปอย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มบางเบาราวกับกลีบเหมยต้องลมปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ท่านอ๋องทรงประเมินความโลภของมนุษย์ต่ำเกินไปเพคะ..." นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น "คนอย่างรองแม่ทัพจ้าว ย่อมไม่ยอมตายเพื่อความลับที่มันไม่ได้ประโยชน์อันใด หากแต่ถ้าเราทำให้มันเชื่อว่า... มีหนทางรอดเดียวคือนำความลับนั้นมาแลกกับชีวิต มันย่อมรีบวิ่งกระโจนใส่ตะขอเบ็ดที่เราโปรยไว้ทันทีโดยไม่ต้องออกแรงดึงเลยแม้แต่น้อย"
รายงานลับจากสายสืบระบุชัดเจนว่า รองแม่ทัพจ้าวผู้กุมบัญชีเสบียงและรายชื่อสายลับในกองทัพ ได้แอบลักลอบส่งสารลับไปยังราชสำนักเพื่อถวายรายงานเท็จแก่ฮ่องเต้หมิงเต๋อ การจะจับกุมตัวโดยใช้กำลังทหารนั้นง่ายดายนัก แต่การจะกระชากหน้ากากผู้ทรยศท่ามกลางขุนนางฝ่ายเหนือที่ยังคงกังขาในความจงรักภักดีของชินอ๋อง จำเป็นต้องใช้ "เล่ห์อุบายทางการทูต" ที่แยบยลยิ่งกว่า
ในชั่วพริบตานั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับร่างขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงด้วยความร้อนรน
"กราบทูลท่านอ๋อง กุนซือเสิ่น! รองแม่ทัพจ้าวแอบนำตราประทับลับออกจากคลังอาวุธ และกำลังจะหลบหนีออกจากค่ายทางประตูทิศบูรพาในยามสามนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตアリングมองทหารรับใช้ผู้นั้น พระเนตรยังคงจับจ้องอยู่ที่เสิ่นจินหลิงราวกับนางคือสิ่งล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นแตะปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนางแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นตัดกับความเย็นเยือกของบรรยากาศรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
"หากแผนของเจ้าผิดพลาดเพียงครึ่งส่วน หัวของมันจะหลุดจากบ่าทันทีโดยไม่ต้องสืบสวน" กระแสพระSuri ต่ำพร่าเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ความดุดัน
"หม่อมฉันไม่เคยเดินหมากตาที่สองผิดพลาดเพคะ" จินหลิงเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคลาสนั้น นัยน์ตาสุกสกาวของนางฉายแววท้าทายและมั่นใจเต็มเปี่ยม "ท่านอ๋องโปรดรอชมฝีมือของ 'พู่กัน' ด้ามนี้เถอะเพคะ ว่ามันจะคมกริบยิ่งกว่าดาบอาญาสิทธิ์ได้อย่างไร"
ณ บริเวณประตูค่ายทหารทิศบูรพา สายลมยามดึกพัดโชยนำพาความหนาวเหน็บมาสู่กระดูก รองแม่ทัพจ้าวกำลังควบอาชาสีหมอกด้วยความกระวนกระวาย ในมือข้างหนึ่งกำห่อผ้าแพรที่บรรจุตราประทับและบัญชีลับไว้แน่น ทว่าเมื่อวิ่งมาถึงหน้าประตูค่าย กลับพบว่ากองทหารรักษาการณ์ไม่ได้ขัดขวาง หากแต่มีร่างระหงของกุนซือหญิงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนรออยู่กลางทางอย่างใจเย็น โดยมีโคมไฟกระดาษส่องสว่างนำทางเพียงดวงเดียว
"รองแม่ทัพจ้าว... จะรีบเร่งเดินทางไปไหนยามวิกาลเช่นนี้เล่าเจ้าคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของราตรี
ม้าศึกสะดุ้งตกใจจนต้องผงرถอยหลัง รองแม่ทัพจ้าวชักบังเหียนด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเหี้ยมเกรียมชั่วร้าย เมื่อเห็นว่ามีเพียงสตรีร่างบางผู้เดียวที่ยืนขวางทาง
"เสิ่นจินหลิง! เจ้ากล้าดียังไงมาขวางทางข้า! คิดว่ามีชินอ๋องหนุนหลังแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง หลีกไปเสีย มิฉะนั้นดาบในมือข้าไม่ไว้หน้าผู้ใดแน่!"
จินหลิงมิได้ถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ท่วงท่าสง่างามดั่งหงส์เหิน รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงประดับอยู่ราวกับกำลังชมดอกไม้ผลิบาน นางหยิบม้วนกระดาษสารตราตั้งที่ประทับตราหยกแท้ขึ้นมาคลี่ออกช้าๆ แสงไฟจากโคมกระดาษสะท้อนลงบนอักษรสีชาดอย่างเด่นชัด
"ท่านแม่ทัพจ้าว... ท่านช่างน่าสงสารยิ่งนัก" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงระคนเวทนา "ท่านคิดจริงๆ หรือว่า ราชสำนักที่ท่านยอมก้มหัวให้ จะเก็บสุนัขรับใช้ที่ไร้ประโยชน์อย่างท่านไว้หลังเสร็จงาน? พระราชโองการลับฉบับนี้เพิ่งส่งมาถึงมือหม่อมฉันเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน... ในนั้นระบุชัดเจนว่า หากท่านนำความลับของค่ายบูรพาไปมอบให้ฮ่องเต้ได้สำเร็จ สิ่งที่จะรอคอยท่านอยู่ที่เมืองหลวงมิใช่ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ หากแต่เป็น 'ยาประทาน' สามจอกเพื่อปิดปากต่างหากเล่า"
รองแม่ทัพจ้าวหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "เจ้า... เจ้าโกหก! เป็นไปไม่ได้!"
"หม่อมฉันเป็นถึงกุนซือแห่งค่ายบูรพา เหตุใดต้องเอาชื่อเสียงของตนเองมาพูดจามุสา?" จินหลิงก้าวเข้าไปประชิดอีกก้าว ปลายพู่กันในมือซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ พร้อมจะตวัดลงนามประหารชีวิตทางวาจาได้ทุกเมื่อ "ทว่า... ชินอ๋องทรงมีเมตตายิ่งนัก หากท่านยินยอมมอบรายชื่อสายลับทั้งหมดในกองทัพมาให้หม่อมฉัน ณ บัดนี้... พระองค์จะไม่เอาผิดถึงชีวิต และจะอนุญาตให้ท่านลี้ภัยไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่ชายแดนใต้ ท่านจ้าว... ระหว่างเป็นผีเฝ้าเมืองหลวงผู้ไร้ค่า กับเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่ชายแดน ท่านจะเลือกสิ่งใดเล่าเจ้าคะ?"
เหงื่อกาฬไหลโทรมกายรองแม่ทัพจ้าว ร่างกายสั่นเทาด้วยความลังเลและหวาดกลัวต่ออำนาจของพระราชโองการที่ตนหวาดระแวงมาโดยตลอด เขามองม้วนกระดาษในมือของจินหลิงสลับกับใบหน้าที่เยือกเย็นไร้ความปรานีของนาง ความภักดีที่เคยมีมลายหายสิ้นในพริบตา นิ้วมือที่กำห่อผ้าแพรเริ่มคลายออกช้าๆ
ในวินาทีนั้นเอง ที่ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารนับร้อยนายที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวรองแม่ทัพไว้ทุกด้าน พร้อมกับร่างสูงสง่าของชินอ๋องเฟยหลงที่ทรงก้าวพระบาทออกมาจากเงาไม้ด้วยพระพักตร์ดุดันดั่งมัจจุราช
"เลือกได้หรือยัง... ว่าจะส่งมอบของในมือให้กุนซือของเปิ่นหวาง หรือจะให้เปิ่นหวางเป็นผู้ผ่าร่างเจ้าเพื่อควมันออกมาด้วยตนเอง?"
รองแม่ทัพจ้าวน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสิ้นหวัง เขาทรุดกายลงคุกเข่าโครมใหญ่โยนห่อผ้าแพรลงแทบเท้าของจินหลิงอย่างยอมจำนน "ข้า... ข้าตกลง! ข้าจะบอกทุกอย่าง!"
จินหลิงก้มลงมองห่อผ้าแพรที่อยู่แทบเท้า รอยยิ้มแห่งผู้ชนะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างงดงาม ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะยื่นมือไปหยิบห่อผ้านั้นเอง... ลูกธนูอาบยาพิษสีนิลดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าแลบ ปักทะลุผ่านอกของรองแม่ทัพจ้าวในพริบตาเดียวจนร่างนั้นล้มลงสิ้นใจตายคาที่!
จินหลิงและเฟยหลงผالسหันขวับไปมองยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมา ท่ามกลางความมืดมิดบนหอคอยสูง ปรากฏเงาร่างของมือสังหารสวมชุดดำสนิทผู้หนึ่งกำลังยิ้มเยาะด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม พร้อมกับชูดอกไม้ไฟส่งสัญญาณบางอย่างขึ้นสู่ท้องฟ้า
ราตรีนี้... เกมการเมืองหาได้จบลงไม่ หากแต่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุลูกนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 4
พู่กันประหารคน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!