เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันตงชุนไส้คู่ถูกลมราตรีพัดวูบไหวจนเงาทอดยาวบนผนังกระดาษสา เสิ่นจินหลิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นจะหยุดลงที่หน้าประตูหอตำราส่วน ภายในห้องนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเก่าแก่ของกระดาษสม้าและหมึกจีนชั้นดีที่หมักบ่มมานานนับปี แต่มันกลับไม่อาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมากับบรรยากาศการเมืองในราชสำนักได้
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว กุนซือเสิ่นยังคงเพียรพยายามทบทวนตำราพิชัยสงครามของแคว้นใดอยู่หรือ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ชินอ๋องเฟยหลงก้าวเข้ามาในอาณาเขตแสงสว่างของนาง อาภรณ์สีนิลปักดิ้นลายพยัคฆ์ทะยานเมฆไหวตามจังหวะการเดิน แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองกองฎีกาและแผนที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกกางไว้บนโต๊ะไม้จันทน์หอม
จินหลิงวางพู่กันขนกระเรียนในมือลงอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน ใบหน้าของนางเรียบเฉยราวน้ำในบึงใหญ่ไร้คลื่นลม แต่หัวใจกลับเต้นระรัวด้วยความตึงเครียด "หม่อมฉันเพียงค้นคว้าเรื่องกระบวนทัพค่ายกลแปดทิศเพลินไปหน่อยเพคะ ท่านอ๋องล่ะเหตุใดจึงยังไม่บรรทม"
เฟยหลงแค่นเสียงในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนจินหลิงต้องเอนกายถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ฝ่ามือหนาเอื้อมไปหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำครึที่ซ่อนอยู่ใต้กองตำราขึ้นมาพินิจ
"เจ้าไม่ได้กำลังดูเรื่องค่ายกล... เจ้ากำลังดูคดีฉ้อฉลเสบียงทหารเมื่อสิบปีก่อน" เฟยหลงหรี่ตาลง น้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง "คดีที่ตระกูลเสิ่นของเจ้าต้องรับโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร"
บรรยากาศในหอตำราพลันกดดันจนแทบหยุดหายใจ จินหลิงเม้มริมฝีปากแน่น ความเยือกเย็นที่สวมใส่ไว้ดั่งเกราะกำบังเริ่มมีรอยร้าว นางรู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาของชินอ๋องผู้นี้ไปได้ แต่การเผชิญหน้ากับความจริงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้ปลายนิ้วของนางเย็นเฉียบ
"หม่อมฉันเพียงสงสัยว่า เหตุใดบันทึกบัญชีของกองทัพชายแดนตะวันออกในรัชศกหมิงหยวนปีที่เจ็ด ถึงมีลายมือคัดลอกที่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับหลวงถึงสามแห่ง" จินหลิงเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเทียบกับบันทึกในมือ "ท่านอ๋องโปรดทอดพระเนตร รอยพู่กันนี้ไม่ใช่ฝีมือของท่านพ่อหม่อมฉัน... แต่เป็นตราประทับลับของสำนักอาลักษณ์หลวงต่างหาก"
เฟยหลงก้มลงมองหลักฐานในมือ แววตาที่เคยราบเรียบพลันวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายแห่งความเข้าใจ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดผ่านเส้นผมของนางเมื่อโน้มตัวลงมาใกล้ "เจ้าสงสัยว่าฮ่องเต้หมิงเต๋อทรงมีส่วนรู้เห็นในการใส่ร้ายตระกูลเสิ่น เพื่อยึดอำนาจคลังเสบียงในเวลานั้น"
"หม่อมฉันมิกล้าก้าวล่วงพระราชอาญาเพคะ..." จินหลิงเบือนหน้าหลบสายตาดุดันคู่นั้น หัวใจบีบรัดด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานานแรมปี "แต่ความยุติธรรมที่ถูกฝังกลบใต้กองเอกสารปลอมเหล่านี้ สมควรได้รับการชำระสะสางเสียที ไม่ว่าผู้บงการจะอยู่สูงส่งเพียงใดก็ตาม"
เฟยหลงไม่ตอบคำทันที มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่กำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่นางอย่างดื้อรั้น "จินหลิง... เจ้าจำสัญญาที่เราให้ไว้ต่อกัน ณ หุบเขาบูรพาได้หรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าหนี้เลือดของตระกูลเสิ่น ผู้ใดก่อผู้นั้นต้องชดใช้ แม้แต่บัลลังก์มังกร หากมันเปื้อนเลือดความอยุติธรรม ข้าก็พร้อมจะสั่นคลอนมันให้ราบคาบเพื่อเจ้า"
คำพูดทรงพลังดั่งคำประกาศิต ทำให้ดวงตาของกุนซือสาวร้อนผ่าว นางซ่อนความไหววิตรมั่นคงนี้ไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ท่านอ๋องตรัสเกินไปแล้วเพคะ การต่อกรกับโอรสสวรรค์มิใช่เรื่องล้อเล่น..."
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นทำลายบรรยากาศลึกซึ้ง ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดแต่หวานล้ำในเวลาเดียวกัน ขันทีสนิทนอกห้องเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนผ่านบานประตู "ทูลท่านอ๋อง! มีพระราชโองการด่วนจากท้องโรงใน ส่งตรงถึงหอตำราพ่ะย่ะค่ะ!"
เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากจินหลิงช้าๆ แววตาฉายแววระแวงระวังขึ้นมาทันที เขาส่งสัญญาณมือให้จินหลิงเก็บเอกสารลับทั้งหมดเข้าที่ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู
ม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามถูกส่งเข้ามาในมือของชินอ๋อง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของจินหลิงกระตุกวูบไม่ใช่ตัวอักษรบนนั้น หากแต่เป็นกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยออกมาจากผืนผ้าแพร—กลิ่นหอมของดอกอวี้หลานที่มักใช้ผสมในยาพิษรหัสลับของตำหนักใน
เฟยหลงกางพระราชโองการออกอ่านเพียงชั่วพริบตา สีพระพักตร์ที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบหันกลับมามองจินหลิงทันทีด้วยความตกใจระคนเป็นห่วง
"จินหลิง... ถอยไป!"
สิ้นเสียงคำรามเตือนสติ ร่างของขันทีผู้ส่งสสารนอกประตูก็ล้มฟุบลงกับพื้นพร้อมกับเลือดสีดำที่ทะลักออกจากปาก และในวินาทีนั้นเอง ลูกธอาบยาพิษนับสิบดอกก็แหวกทะลุกระดาษหน้าต่างหอตำราพุ่งตรงเข้ามาหมายเอาชีวิตคนทั้งคู่ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่ไร้แสงจันทร์!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมติดตามเล่ห์กลและหัวใจอันมั่นคงนี้มาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 13
ความลับในหอตำรา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!