“ถ้าคุณยังไม่หยุดกวนประสาท ผมจะปล่อยให้คุณอยู่ตรงนี้คนเดียว แล้วผมจะออกไปหาทางรอดเอง”
เสียงทุ้มต่ำของคิรากรดังก้องไปทั่วโกดังร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและฝุ่นละออง รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก แม้ในยามที่สถานการณ์บีบคั้นจนแทบมองไม่เห็นทางออก เธอยังคงหยัดยืนด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน
“ปากแข็งไปเถอะค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัวไปหน่อย ปากแข็งไปเถอะครับคุณคิรากร ในเมื่อโซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือเราสองคนไว้ด้วยกันมันคือเหล็กกล้าชั้นดี ต่อให้คุณอยากจะทิ้งผมไปแค่ไหน คุณก็ทำไม่ได้”
รินรดาขยับข้อมือที่ถูกพันธนาการเข้ากับข้อมือหนาของมาเฟียหนุ่ม แรงดึงจากอีกฝ่ายทำให้เธอเซเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้าง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่ให้ความรู้สึกเย็นเยือกกลบกลิ่นเหม็นเน่าของโกดังจนหมดสิ้น มันเป็นกลิ่นที่เธอเริ่มจะคุ้นเคย... และแอบหลงใหลอย่างน่าประหลาด
คิรากรก้มมองหญิงสาวที่อยู่ในระยะประชิด สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในรูปแบบของระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในเสาโครงสร้าง หากแต่ในดวงตานั้นกลับมีประกายบางอย่างที่รินรดาไม่อาจนิยามได้
“รินรดา ถ้าวันนี้เราไม่รอดออกไป... มีอะไรที่คุณยังไม่ได้บอกผมบ้างไหม” เขาถามพลางกวาดสายตาสำรวจไปรอบโกดัง แสงไฟจากหลอดนีออนเก่าๆ กะพริบถี่ราวกับหัวใจที่เต้นรัว
“ถามอะไรแปลกๆ นี่คุณกำลังจะบอกลาผมเหรอครับ?” เธอย้อนถาม เสียงของเธอแผ่วเบาลง “ถ้าให้ตอบจริงๆ... สิ่งเดียวที่เสียดายคือถ้าต้องตาย ผมคงไม่ได้เห็นหน้าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และไม่ได้รู้ว่าพี่ชายผมอยู่ที่ไหน”
คิรากรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชับข้อมือที่ล่ามกันไว้แน่นขึ้น เขาฉุดรั้งให้เธอเดินตามไปยังมุมมืดของโกดัง ที่นั่นมีกองลังไม้เก่าๆ วางระเกะระกะ เขาใช้ไหล่กระแทกมันอย่างแรงจนล้มลง เผยให้เห็นช่องระบายอากาศใต้ดินที่พอจะลอดผ่านไปได้
“ทางนี้” เขาออกคำสั่งสั้นๆ
“คุณรู้ได้ยังไงว่ามีทางออกอยู่ตรงนี้?”
“ผมไม่ได้รู้” คิรากรหันมาสบตาเธอ แววตาของเขาอ่อนแสงลงชั่วขณะ “ผมแค่เดา... และหวังว่าสัญชาตญาณของคนที่เป็นศัตรูกันมานานจะยังพึ่งพาได้”
รินรดาชะงัก เธอรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงของเขา มาเฟียที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งกำลังแสดงความเปราะบางออกมาให้เธอเห็นเพียงคนเดียว ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านในใจ เธอไม่ได้กลัวความตายที่กำลังนับถอยหลัง แต่เธอกลับกลัวว่าถ้าหากวินาทีนี้จบลง ทุกความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างลับๆ จะต้องหายไปพร้อมกับเศษซากของโกดังแห่งนี้
“คิรากร...” เธอเรียกชื่อเขาพลางหยุดเดิน “ถ้าเราออกไปได้...”
*ตื๊ด... ตื๊ด...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม แสงสีแดงวาบไหวไปทั่วพื้นที่พร้อมกับเสียงเครื่องจักรทำงานหนัก คิรากรไม่รอช้า เขาคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอดแนบอก พลิกตัวเอาแผ่นหลังกำบังให้เธอในขณะที่แรงอัดอากาศเริ่มพุ่งสูงขึ้น
“กอดผมไว้!” เขาตะคอกด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนจนผิดวิสัย
รินรดาโผเข้ากอดเอวสอบของเขาไว้แน่น ใบหน้าของเธอซุกอยู่ที่อกแกร่ง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาสวนทางกับความหนาวเหน็บของสถานการณ์ ในวินาทีที่ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เขากลับกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและหนักแน่นจนหัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น
“ถ้าเราออกไปได้... คุณต้องเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว... ห้ามเจรจากับใครอีก นอกจากผม”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยคำตอบ เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องก็แผ่ขยายเข้ามาใกล้ ประตูเหล็กบานใหญ่หน้าโกดังถูกถีบออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย ปลายกระบอกปืนเงาวับเล็งตรงมาที่พวกเขา
คิรากรชักปืนออกมาจากข้างเอวด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แต่ทว่าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับลดปืนลงช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย
“นึกว่าจะจบลงด้วยความโรแมนติกซะอีก แต่ดูเหมือน ‘ความจริง’ จะโหดร้ายกว่านั้นเยอะเลยนะครับ... น้องสาว”
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ชัดเจนขึ้นในแสงสลัว คนที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ยืนอยู่ตรงหน้า... ในฐานะศัตรูที่กำลังจะจุดชนวนระเบิดสังหารเธอและชายที่เธอเริ่มเปิดใจให้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 22
ตกอยู่ในหลุมพราง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!