"คุณคิดว่ารอยแผลเป็นบนตัวผม มันเกิดจากกระสุนปืนหรือความโง่เขลาของผมกันแน่ครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดีและควันจางๆ จากซิการ์ราคาแพง บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่ารินรดากลับเลือกที่จะไม่ถอยหลังหนี เธอจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงสง่าที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานี
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของคิรากรไร้ซึ่งรอยยิ้มเช่นเคย แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในวันนี้คือประกายความไหววูบในแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ฉันไม่สนใจประวัติศาสตร์บาดแผลของคุณหรอกค่ะ... เอ่อ หมายถึง ฉันไม่ได้สนใจหรอกค่ะ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดที่เกือบจะหลุดมาDด้วยความคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกร้าวทันทีเมื่อเห็นมุมปากของมาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้น่ากลัว แต่มันอันตรายต่อหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของเธอเสียเหลือเกิน
หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวยืนตรง เธอเพิ่งกลับจากการเจรจาธุรกิจที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเมื่อช่วงบ่าย แผลถลอกที่ต้นแขนจากการหลบกระสุนยังคงส่งความแสบร้อนจางๆ แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บอาการไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน" คิรากรพึมพำเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิท
"คุณคิรากร ถอยไปหน่อยค่ะ เรากำลังคุยกันเรื่องดีลลับของกลุ่มสยามวรา" เธอพยายามดันอกแกร่งเอาไว้เมื่อเขาล้ำเส้นเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นจมูก
"เรื่องดีล... เอาไว้ทีหลังครับ" คิรากรไม่เพียงแต่ไม่ถอย แต่เขากลับวางมือข้างหนึ่งลงบนบานประตู กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ สายตาสีเข้มกวาดมองสำรวจร่องรอยบาดแผลและคราบฝุ่นบนตัวเธออย่างละเอียดถี่ถ้วน ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่เคยมี มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเดือดดาลระคนห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ไม่มิด
"คุณบาดเจ็บ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปหมายจะแตะรอยแผลที่ต้นแขนของเธอ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ คิรากรก็คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบเค้นด้วยความรุนแรง แต่เป็นแรงดึงที่หนักแน่นพอจะบังคับให้เธอนิ่งเงียบ เขาดึงเธอเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนหน้าอกของเธอเกือบแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา
ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ มันไม่ใช่สายตาของมาเฟียผู้ไร้ความปรานีที่สั่งฆ่าคนได้ไม่กระพุ้งตา แต่มันคือสายตาของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญไป
"ผมเกลียดคนโกหก รินรดา" คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาอยู่ห่างจากแก้มเนียนของเธอเพียงแค่คืบ "โดยเฉพาะคำโกหกที่บอกว่า... *คุณดูแลตัวเองได้*"
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงไอ1อุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน ไวพริบและการเจรจาต่อรองที่เคยเฉียบคมราวกับใบมีด มลายหายไปสิ้นในสถานการณ์นี้ ปมในใจเรื่องพี่ชายที่เธอตามหาถูกความอบอุ่นอันดิบเถื่อนนี้ปัดเป่าให้เลือนรางลงชั่วขณะ
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ... ในเมื่อโลกที่คุณอยู่มันมีแต่ความตาย ฉันก็ต้องปกป้องตัวเอง" น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวที่มีถูกบดบังด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน
คิรากรถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เเสدงความอ่อนโยนออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยกขึ้นประคองกรอบหน้าของเธออย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเปื้อนฝุ่นอย่างเบามือ ราวกับเธอกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่หากจับแรงเกินไปอาจแตกสลายคามือ
"โลกของผมมันสกปรก... และอันตรายเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างคุณสมควรจะเอาชีวิตมาเสี่ยง" คิรากรสบตาเธออย่างจริงจัง "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะเดินหน้าต่อ... ผมจะทำให้มั่นใจว่า ไม่มีใครบนโลกนี้กล้าแตะต้องเส้นผมของคุณแม้แต่เส้นเดียว"
คำพูดเรียบๆ แต่หนักแน่นราวกับคำสาบานนั้น ทำให้ขอบตาของรินรคาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น "มาเฟียหน้าตาย" จะเอާމถ้อยคำที่ทั้งเอาแต่ใจและอบอุ่นหัวใจได้ถึงเพียงนี้
"คุณกำลังทำให้ฉัน... หวั่นไหวรู้ตัวไหมคะ" เธอสารภาพออกไปตามตรงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยอมจำนนต่อเสน่ห์อันร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของเขา
มุมปากของคิรากรยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้ จนริมฝีปากของเขากลือบจะแตะเข้ากับริมฝีปากของเธออยู่รอมร่อ
"ดีแล้วครับ..." เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ "เพราะผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้คุณรอดมือผมไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
ทว่า ในวินาทีที่ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่พุ่งเข้ามาโดยไม่เคาะ
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทางฝั่งสารวัตรธนาบุกเข้ามาค้นคลังสินค้าของเราแล้วครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 7
คำโกหกที่สวยงาม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!