เสียงดีดนิ้วของโลหะกระทบกันดัง *คลิก* ในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่ใช่เสียงของความตายที่รินรดากำลังเผชิญ แต่มันคือเสียงคำนวณของวิถีกระสุนที่เปลี่ยนทิศทางไปอย่างเฉียดฉิว
"อย่าแม้แต่จะคิดมองไปทางอื่น"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังอยู่ข้างหู ปะปนมากับกลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษเพศ—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของโคโลญจน์ราคาแพง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อร่างบางของเธอถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนลอยละลิ่วเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงคอนกรีต
เปรี้ยง!
กระสุนนัดนั้นเจาะฝังลงบนกรอบหน้าต่างกระจกแตกกระจายละเอียด เสียงเศษแก้วร่วงกราวลงพื้นราวกับเสียงปรบมือเยาะเย้ยความตาย แต่ทว่า... ไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ บนร่างกายของนักเจรจาสาว มีเพียงความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่โอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก พร้อมกับแรงเหวี่ยงตัวของคิรากรที่พลิกสถานการณ์ พาเธอกลิ้งหลบเข้าสู่มุมอับของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างปลอดภัยในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย
หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความตื่นตระหนกที่เพิ่งผ่านพ้นขอบเหวแห่งความตายมาหมาดๆ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงปืนในตอนนี้ กลับเป็นสัมผัสจากอ้อมแขนของมาเฟียหนุ่มที่กำลังโอบกอดเธอไว้แนบแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
"คุณ... คิรากร" รินรดาครางชื่อเขาแผ่วเบา ขณะเงยหน้าขึ้นสบตา ทว่าดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายในระยะประชิดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายไฟที่ลุกโชนอย่างน่ากลัว
"ถ้าเธอตายขึ้นมา... ใครจะเป็นคนจ่ายค่าเสียเวลาที่ฉันต้องมาตามเก็บกวาดเรื่องพวกนี้ให้ล่ะครับ"
คำพูดปากร้ายที่จงใจกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกของเขา ถูกส่งผ่านมาพร้อมกับแววตาที่ไหววับชั่วขณะ คิรากรไม่ได้สนใจกระสุนที่ยังคงยิงทะลุผนังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สายตาของเขาสำรวจตรวจตราตามเนื้อตัวของหญิงสาวอย่างรวดเร็วเพื่อหาบาดแผล และเมื่อมั่นใจว่าเธอยังปลอดภัยดี รังสีอำมหิตรอบตัวเขาก็แผ่ขยายออกไปจนอุณหภูมิในห้องประชุมร้างลดฮวบลงทันที
"ปากคอระรานไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้คุณเพิ่ง... เอาชีวิตมาบังกระสุนให้ฉันแท้ๆ" รินรดาฝืนยิ้มเยาะทั้งที่เสียงสั่น เธอพยายามซ่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนอยู่ในอกเอาไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งตามนิสัย
"อย่าสำคัญตัวผิดไป รินรดา" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ล,มหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอ "ฉันแค่ไม่อยากให้ของเล่นชิ้นโปรด... พังคามือคนอื่นต่างหาก"
คำว่า 'ของเล่น' ทำให้รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ เธออยากจะยกมือขึ้นตบหน้าหล่อๆ ของมาเฟียหน้าตายคนนี้สักที แต่ทว่า... สัมผัสที่มือซ้ายของเธอกลับแตะโดนความเปียกชื้นบางอย่าง สีแดงเข้มที่ซึมผ่านเสื้อสูทสีดำสนิทบริเวณหัวไหล่ด้านหลังของเขา ทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ
เลือด...
รินรดานิ่วหน้าทันที หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าเดิมด้วยความตระหนกครั้งใหม่ เมื่อปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนรอยขาดของเนื้อผ้าและคราบเลือดอุ่นๆ ที่กำลังไหลรินลงมา
"คุณ... คุณโดนยิง!" เธออุทานเสียงหลง ลืมตัวเอื้อมมือไปแตะแผ่นหลังของเขาโดยอัตโนมัติ ความเย่อหยิ่งและมานะทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวย
คิรากรขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดที่แล่นแปลบขึ้นมา แต่ใบหน้าคมคายกลับยังคงเรียบเฉยราดน้ำแข็ง เขาจับข้อมือเรียวของเธอออกจากการสัมผัสแผลด้วยท่าทีนิ่งสงบ ราวกับบาดแผลที่หัวไหล่นั้นเป็นเพียงแค่รอยมดกัด
"เรื่องแค่นี้... ไม่ทำให้ผมตายหรอกครับ" เขากล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ถ้าคุณยังเอาแต่ทำหน้าตื่นตระหนกแบบนี้... ผมอาจจะอดใจไม่ไหวจัดการทำโทษคุณตรงนี้ซะก่อนที่มือปืนข้างนอกนั่นจะได้ลงมือ"
แม้สถานการณ์จะตึงเครียดและกระสุนยังคงลั่นเปรี้ยงปร้างอยู่ด้านนอก แต่ไดอะล็อกเชือดเฉือนและเคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่กลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม ทั้งโกรธ ทั้งเป็นห่วง และทั้ง... หวั่นไหวจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
"คนบ้า! เลือดออกขนาดนี้ยังจะมาพูดจาแบบนี้อีกเหรอคะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปด้วยความลนลานจนต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน
คิรากรกระตุกยิ้มมุมปากเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและแฝงไปด้วยความคลั่งรักแบบดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น เขายื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาโอบท้ายทอยของเธอไว้ บังคับให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ห่วงผมเหรอครับ?" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู ท่ามกลางเสียงกระสุนที่เริ่มเงียบลงไปชั่วขณะ
"ใครห่วงคุณกัน อย่าหลงตัวเองน่า..." รินรดาเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวบนใบหน้า แต่กลับถูกนิ้วแกร่งเชยคางให้กลับมาสบตาเช่นเดิม
"ปากแข็งจังนะครับ... ไว้เราค่อยไปเคลียร์เรื่องปากแข็งของคุณทีหลัง ตอนนี้..." คิรากรหรี่ตาลงมองไปที่ประตูทางเข้าที่ถูกพังเข้ามาด้วยแรงถีบจากด้านนอก "แขกที่ไม่ได้รับเชิญคงจะเข้ามาทวงสิทธิ์แล้วล่ะครับ"
รินรดากำหมัดแน่น เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว คิรากรกลับเป็นฝ่ายดึงร่างเธอให้หลบไปอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างปกป้อง พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาขึ้นลำกล้องเตรียมพร้อมในท่าทางที่สง่างามและอันตรายถึงชีวิต
ประตูห้องพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล เงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามาพร้อมอาوتุธครบมือ ทว่า... ทันทีที่เงาร่างแรกก้าวพ้นกลุ่มฝุ่นควันและสบตากับแววตาดุจมัจจุราชของคิรากร ชายคนนั้นก็ชะงักงันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มควันนั้น ไม่ใช่ลูกน้องของพวกมันอย่างที่ควรจะเป็น... แต่เป็นร่างสูงสง่าของบุคคลที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แห่งนี้ และเป็นคนที่กุมกุญแจสำคัญทั้งหมดของปมปริศนาที่เธอตามหามาตลอดชีวิต
"สวัสดีครับ... น้องสาวตัวแสบของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของพี่ชายแท้ๆ ของรินรดา—คนที่หายตัวไปในโลกมืดอย่างไร้ร่องรอย และบัดนี้เขากำลังยืนถือปืนเล็งตรงมาที่หัวใจของคิรากร!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 17
บาดแผลที่ใจ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!