เสียงยางรถยนต์บดขยี้พื้นแอสฟัลต์ดังสนั่นหวั่นไหวจนแสบแก้วหู กลิ่นไหม้ของยางและเบรกที่ทำงานเกินขีดจำกัดคละคลุ้งไปทั่วห้องโดยสารคับแคบของรถสปอร์ตคันหรู
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวไม่ได้กำที่จับเหนือศีรษะอย่างที่คนขวัญอ่อนพึงกระทำ หากแต่กำลังกดปุ่มรีเซ็ตพิกัดในแท็บเล็ตนำทางครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อคำนวณทางหนีทีไล่ท่ามกลางวงล้อมของสมุนมือปราบจากองค์กรใต้ดินที่ตามติดมาไม่ห่าง ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุดเมื่อกระจกมองข้างสะท้อนแสงไฟหน้ารถกระบะยกสูงสองคันที่กำลังไล่กวดมาด้วยความเร็วสูง
"ถ้าชนกับคันเมื่อกี้ซ้ำอีกรอบ ฉันจะขอคิดค่าทำขวัญเป็นหุ้นครึ่งหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจสีเทาของคุณนะ คิรากร"
น้ำเสียงของหญิงสาวไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเฉียดฉายความตายเพียงแค่คืบ คิรากรที่กำลังหักพวงมาลัยดริฟท์โค้งหักศอกด้วยความชำนาญเหลือเชื่อ ปรายตาคมกริบมองร่างเพรียวที่นั่งเบาะข้างเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความคลั่งไคล้ชนิดที่ต่อให้สถานการณ์ตรงหน้าคือสนามรบ เขาก็พร้อมจะพาทัยเธอเดินหน้าชนไปด้วยกัน
"สนใจหุ้นบริษัทผมเหรอครับรินรดา... แต่เกรงว่าต่อให้ยกทั้งบริษัทให้คุณ คุณก็คงไม่มีเวลาบริหารหรอก เพราะคุณจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตชดใช้หนี้ชีวิตที่เอาแต่หาเรื่องใส่ตัวแบบนี้กับผมต่างหาก"
ไดอะล็อกเชือดเฉือนลอดผ่านริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้อง คิรากรเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็วพร้อมกับเหยียบมิดชิด พารถพุ่งทะยานเข้าสู่เขตก่อสร้างร้างริมชานเมืองที่เต็มไปด้วยโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าและกองวัสดุนานาชนิด ฝุ่นตลบอบอวลบังทัศนียภาพจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า แต่นั่นกลับยิ่งทำให้แววตาสีรัตติกาลของชายหนุ่มเปล่งประกายความนิ่งสงบ ท่ามกลางพายุความโกลาหล
รินรดาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมาเฟียหน้าตาย หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งที่เมื่อครู่พวกเขายังถกเถียงกันเรื่องแผนการหลบหนี แต่ยามที่ปลายนิ้วแกร่งของเขาเอื้อมมาแตะข้อมือเธอเพื่อดึงให้หลบเศษกระจกที่กระเด็นเข้ามาจากการยิงปะทะเมื่อกี่ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อกลับทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี
"ข้างหน้าทางตัน คุณกำลังจะพาเราไปตายรึไง" รินรดาแกล้งเอ่ยแซะเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก
"ผมไม่เคยพาของสำคัญไปตายหรอกครับ... จับแน่นๆ"
สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ดึงเบรกมือสุดแรงพร้อมกับหักพวงมาลัยหมุนกลับสามร้อยหกสิบองศา รถสปอร์ตหรูพุ่งเข้าซ่อนตัวในเงาอับของคานคอนกรีตขนาดใหญ่พอดีเป๊ะ ราวกับคำนวณระยะทางไว้ด้วยเรดาร์ในหัว รถไล่ล่าทั้งสองคันพุ่งเลยผ่านไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดลมกระโชกแรง พัดเอาเศษฝุ่นกระจายไปทั่วบริเวณ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจ รินรดานั่งนิ่งอยู่ในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของคิรากรโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเผยอขึ้นลงด้วยความตื่นเต้นอย่างเปิดเผย ไม่มีทีท่าของความหวาดกลัวต่อสถานการณ์อันตรายหลงเหลืออยู่เลย
"มองอะไรคะ คุณมาเฟีย" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความหมั่นไส้เล็กๆ เมื่อถูกจ้องนานเกินไป
"มองคนที่ทำให้ผมต้องเอาชีวิตรอดจากแผนบ้าๆ ของตัวเองยังไงล่ะครับ" คิรากรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียน "รู้ตัวไหมครับว่าตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม ผมยังไม่ได้นอนเต็มตามาสามวันติดแล้ว"
"นั่นมันความผิดฉันรึไง ก็คุณดันเข้ามายุ่งกับเรื่องของพี่ชายฉันก่อน..."
คำพูดของรินรดาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของคิรากรแตะลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกินแต่วาบหวามจนทำให้ร่างบางแข็งทื่อ ดวงตาคู่คมฉายแววความดุดันที่เจือปนด้วยความอ่อนโยนอย่างประหลาด
"เรื่องพี่ชายของคุณ ผมสืบให้จนจบแน่ครับ แต่ตอนนี้..." คิรากรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าสั่นประสาท "เรามีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันก่อน... เรื่องที่เราหนีตามกันมาไกลถึงนี่ไงครับ"
บรรยากาศในรถสปอร์ตคันแคบเปลี่ยนจากความตึงเครียดของการไล่ล่า กลายเป็นสนามอารมณ์อันร้อนรุ่มที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความเคลิบเคลิ้ม เธอหลบสายตากรุ้มกริ่มนั้นไม่ได้เลย หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเหยียบหนีกระสุนปืนเสียอีก
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของคิรากรกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำพูดทั้งหมด เสียงกLick ของโลหะกระทบกันเบาๆ จากด้านหลังรถก็ดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดแนบเข้ากับท้ายทอยของมาเฟียหนุ่มอย่างแม่นยำ
"เล่นซ่อนหาพอหรือยังครับ นายหัว... ปิดฉากการหนีตามกันแค่นี้ดีกว่ามั้ง"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของบุคคลที่สามดังขึ้นจากเบาะหลัง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คิรากรชะงักค้าง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของมาเฟียหนุ่มอีกครั้งโดยไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 16
หนีตามกันไป
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!