เสียงปลดล็อกไกปืนดังคลิกท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ ในห้องจัดเลี้ยงวีไอพี มันไม่ใช่เสียงที่คนทั่วไปจะแยกแยะได้ท่ามกลางความจอแจของบรรดาแขกเหรื่อไฮโซ แต่สำหรับคนในโลกมืดอย่างพวกเรา เสียงนี้ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงประกาศิตจากเบื้องบนเสียอีก
"คุณรินรดา... ผมว่าคุณกำลังเดินเข้าตาจนนะ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของคิรากรดังขึ้นชิดริมหู แรงโอบกระชับที่เอวบางทำให้รินรดาต้องฝืนตัวเกร็ง ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มใช้แผ่นอกกว้างกำบังเธอไว้จากวิถีโค้งของกระสุนที่อาจพุ่งแหวกอากาศมาได้ทุกเมื่อ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และความเย็นเยียบจากตัวเขาปะปนกับกลิ่นอายอันตรายรอบตัวจนน่าประหลาด
รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติที่กำลังแตกตื่น เธอจ้องตรงไปยังเงาดำที่สะท้อนอยู่บนกระจกเงาบานใหญ่เบื้องหน้า ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทโผล่พ้นมุมเสาหินอ่อนออกมาราวกับเขี้ยวพิษของงูร้าย
"ถ้าฉันเดินเข้าตาจน คุณก็คงเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะยอมให้ยืนค้ำหัวอยู่ดีแหละครับ... เอ้ย... ค่ะ... เอ๊ย ไม่ใช่!" รินรดาเผลอหลุดปากอุทานด้วยความหงุดหงิดที่สมองดันรวนไปชั่วขณะเมื่อฝ่ามือหนาของคนด้านหลังเลื่อนขึ้นมากุมมือเธอที่ถือแก้วไวน์ไว้แน่น พร้อมกับปลายนิ้วที่ปัดป้องเศษแก้วที่อาจแตกบาดผิว
"มีสติหน่อยรินรดา... ในสนามรบ ปากเก่งอย่างเดียวไม่ทำให้เธอรอดหรอกนะ" คิรากรกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น เธอยอมรับว่าหัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตายที่อยู่ห่างไปเพียงคืบ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของมาเฟียหน้าตายคนนี้ต่างหากที่กำลังแผดเผาเกราะป้องกันทุกชั้นของเธอให้พังทลายลง
*เปรี้ยง!*
เสียงเก็บเสียงสะท้อนทุ้มต่ำ กระสุนนัดแรกแหวกอากาศพุ่งทะลุกระจกใสแตกกระจายละเออเป็นเสี่ยง ๆ เศษแก้วนับร้อยร่วงกราวลงมากระทบพื้นพรมราคาแพง ความโกลาหลระเบิดขึ้นในพริบตา เสียงกรีดร้องของบรรดาสายลับนอกเครื่องแบบและนักธุรกิจชื่อดังดังประสานกันระงม แต่สำหรับคิรากรและรินรดาแล้ว โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
ร่างสูงของคิรากรไม่รอช้า เขาตวัดแขนรวบเอวบางของหญิงสาวให้แนบชิดติดอกแกร่ง ก่อนจะพุ่งตัวหลบหลังเสาหินแกรนิตหนาเตอะได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้รินรดาซบลงกับแผ่นอกกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือกลุ่มผม
"ปล่อยนะ!" รินรดาโวยวายเบา ๆ พยายามดันอกเขาออก แต่คิรากรกลับกดศีรษะเธอให้แนบชิดยิ่งขึ้นไปอีก จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา
"อยากตายหรือไง ถึงได้ทำตัวเป็นเป้านิ่งให้มือปืนรับจ้างพวกนั้นเล็งเล่น" คิรากรก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม แววตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่รั้นไม่เข้าเรื่องด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ใครจะเป็นคนช่วยฉันลากคอไอ้หนอนบ่อนไส้ในองค์กรออกมาล่ะ"
"ปากแข็งชะมัด... ห่วงฉันก็บอกตรง ๆ เถอะน่าคุณมาเฟีย" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสวนกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดมั่น
"ผมไม่ได้ห่วงเธอ... ผมแค่เสียดายกระสุนที่ต้องใช้จัดการปัญหาต่างหาก" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ
บรรยากาศตึงเครียดรอบตัวคลายลงชั่วขณะเมื่อเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของลูกน้องฝั่งคิรากรเริ่มเข้าควบคุมสถานการณ์ด้านนอก ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังสบตากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย รินรดากลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่สะท้อนอยู่บนกระจกเงาบานแตกเบื้องหลังร่างของมาเฟียหนุ่ม
แสงไฟสีแดงจากลำกล้องปืนเลเซอร์... กำลังพาดผ่านหน้าอกของคิรากร!
"ระวัง!"
รินรดาไม่คิดชีวิต เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีพุ่งตัวเข้ากระแทกคิรากรให้พ้นวิถีรังสีมรณะ แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นพรม ร่างบางของรินรดากระแทกทับอยู่บนตัวของมาเฟียหนุ่มเต็มแรง ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นที่หัวไหล่ด้านขวา พร้อมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เริ่มคละคลุ้ง
คิรากรเบิกกว้างด้วยความตกใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ร่างสูงพลิกตัวกลับมารวบประคองเธอขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองคราบเลือดสีแดงสดที่ซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อแพงบริเวณหัวไหล่ของหญิงสาว ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งเมื่อครู่แตกสลายหายวับไปกับตา กลายเป็นความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่ที่แผ่รังสีอำมหิตจนรอบข้างแทบเย็นเยือก
"รินรดา! เธอ... บ้าหรือเปล่า!" คิรากรคำรามเสียงต่ำอย่างลืมตัว มือหนากดซับแผลให้เธอด้วยความร้อนรนที่ปิดไม่มิด
รินรดากัดฟันแน่นด้วยความเจ็บ แต่เธอกลับฝืนยิ้มมุมปาก ส่งสายตากวนประสาทให้เขาตามสไตล์
"ฉันบอกแล้ว... ว่าฉันไม่ใช่เป้านิ่งของคุณ..." เธอหอบหายใจถี่กระชั้น ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว "ทีนี้... เราก็เจ๊กันแล้วนะคุณมาเฟีย"
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาที่เคยราบเรียบตอนนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะ เขาช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่สนใจสายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้น เตรียมก้าวขาพาเธอออกไปจากขุมนรกแห่งนี้
ทว่า ก่อนที่รองเท้าหนังราคาแพงจะก้าวพ้นประตูห้องจัดเลี้ยง เสียงปรบมือช้า ๆ เย็นเยียบ ก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... นายท่านคิรากร"
เงาร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวพ้นม่านกำมะหยี่สีแดงออกมาอย่างสง่างาม ใบหน้าครึ่งซีกถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากโลหะลึกลับ ดวงตาคู่คมกริบจ้องมองมาที่ทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก และสิ่งที่ทำให้คิรากรถึงกับชะงักงัน คือแหวนประจำตระกูลที่สวมอยู่บนนิ้วมือของชายแปลกหน้าผู้นั้น... แหวนที่ควรจะอยู่กับพี่ชายแท้ ๆ ของรินรดาที่หายสาบสูญไปเมื่อสี่ปีก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 15
กระสุนนัดแรก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!