ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 14

เต้นรำท่ามกลางศัตรู

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงเบสทุ้มต่ำจากลำโพงตัวใหญ่สั่นสะเทือนถึงแผ่นหลัง ทว่ามันยังไม่น่าหวาดหวั่นเท่าฝ่ามือหนาที่กำลังวางทาบลงบนเอวคอดกิ่วของผม... อภัยด้วยครับ ผมหมายถึงเอวของรินรดาต่างหาก เลือดในกายของผมมันสูบฉีดเสียจนแทบจะกลบเสียงดนตรีแจ๊สร่วมสมัยในห้องจัดเลี้ยงลับชั้นใต้ดินแห่งนี้จนหมดสิ้น "คุณคิรากรกำลังใช้แรงงานเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ในดีลนะครับ" เสียงกระซิบลอดไรฟันของหญิงสาวดังขึ้น ท่ามกลางแสงไฟสลัวสีอำพันที่สาดส่องกระทบกับผิวแก้มเนียน รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตาคู่สวยคู่นั้นฉายแววท้าทายเช่นเคย แม้ว่าตอนนี้ร่างบางจะถูกดึงเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจแล้วก็ตาม ผมกระตุกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่น้อยคนนักในโลกใต้ดินจะมีโอกาสได้เห็น คิรากรคนนี้ไม่เคยสนใจเรื่องข้อตกลงพรรค์นั้น ยิ่งเป็นเรื่องของเธอกด้วยแล้ว ทุกอย่างมันก้าวข้ามคำว่า 'ธุรกิจ' ไปไกลโขตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเริ่มสืบเรื่องพี่ชายของเธอด้วยกัน "ผมไม่ได้ใช้แรงงานคุณ รินรดา... ผมแค่กำลังพาคุณ 'เต้นรำ' ตามมารยาทของงานสังคม" ผมจงใจเน้นเสียงคำว่าเต้นรำ พร้อมกับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด บังคับให้จังหวะก้าวเท้าของเราประสานเป็นหนึ่งเดียวตามทำนองเพลงที่เร้าอารมณ์ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของผมที่ทาบทับอยู่บนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอทำให้รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ผมสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย... อันตรายเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนที่เฉียดผ่าน "มารยาทบ้าบออะไรที่ต้องกอดรัดกันแน่นขนาดนี้ด้วยคะ... เอ๊ย! ด้วยครับ" รินรดาเกือบหลุดปากคำสามัญสำัญญานดิบเถื่อนออกมาเมื่อผมจงใจหมุนตัวเธอเข้าหาอกกว้างอย่างรวดเร็ว จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ผมหัวเราะในลำคออย่างนึกขันกับความโก๊ะที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLมาดนักเจรจาตัวแม่ "ติดปากคำว่า 'คะ' มาจากไหนล่ะครับ หรือว่าแอบไปฝึกพูดหน้ากระจกเพื่อเอาใจผม" "หลงตัวเองที่สุดค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาค้อนใส่ผมวงใหญ่ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความขัดเคืองที่น่ารักเสียจนผมแทบอดใจไม่ไหวที่จะก้มลงไปกดจริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนนั้นสักทีสองที ทว่าบรรยากาศรอบตัวในงานเลี้ยงของพวกนักค้ายาเสพติดข้ามชาติและแก๊งมาเฟียรัสเซียยังคงเป็นอุปสรรค สายตาหลายคู่จากรอบห้องกำลังจ้องมองมาที่เรา ความอิจฉา ความระแวง และความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดอยู่ในความมืด คิรากรผู้เย็นชาและไม่เคยชายตาแลใคร กลับกำลังประคองผู้หญิงคนหนึ่งราวกับเธอคือไข่ในหิน—ไม่ใช่สิ ราวกับเธอคือสมบัติล้ำค่าชิ้นเดียวที่ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง ผมกวาดสายตาคมกริบกวาดมองไอ้พวกสารเลวที่มองรินรดาด้วยสายตาแทะโลม เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ผมส่งสายตาดุดันกลับไป พวกมันก็รีบเบือนหน้าหนีราวกับโดนไฟลวก ความหวงแหนพลุ่งพล่านขึ้นในอกอย่างควบคุมไม่ได้ มือหนาที่โอบเอวเธออยู่จึงยิ่งออกแรงรั้งเข้าหาตัวมากขึ้นไปอีก จนรินรดาต้องใช้มือเล็กๆ ดันแผงอกผมไว้ "คุณคิรากร... คนอื่นเขามองกันหมดแล้วนะ ปล่อยได้แล้ว" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จากแก้วก่อนหน้า หรือเป็นเพราะความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตกันแน่ "ปล่อยให้โง่สิครับ" ผมตอบหน้าตาย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปกระซิบข้างใบหูของเธอจนเส้นผมสีดำสนิทระ1แก้มของผม "คุณก็รู้ว่าพวกมันมองคุณด้วยสายตาแบบไหน ถ้าไม่อยากให้ผมควักลูกตาพวกมันออกมาตอนนี้ ก็อยู่เฉยๆ แล้วซบลงที่อกผมซะดีๆ" "คุณนี่มัน... เผด็จการชะมัด" รินรดาบ่นอุบอิบ แต่สุดท้ายเธอกยอมซบหน้าลงกับลาดไหล่ของผมตามคำสั่งอย่างจำยอม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวเธอลอยเข้าจมูกยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวผมให้ตื่นตัว ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สที่ยังคงบรรเลงอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปตามจังหวะช้าๆ ทว่าร้อนรุ่ม สายตาของผมยังคงกวาดมองไปรอบห้องเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ซึมซับความนุ่มนวลของร่างบางในอ้อมแขน ดีลครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความลับขององค์กรมืด แต่สิ่งที่ผมสนใจกลับไม่ใช่ผลกำไรมหาศาล... มันคือผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่เข้ามาปأسป่วนหัวใจน้ำแข็งของคิรากรให้ละลายกลายเป็นจุล แต่แล้ว... สัญชาตญาณนักล่าของผมก็กรีดร้องเตือนภัยทันที เมื่อจังหวะเพลงเปลี่ยนจากท่วงทำนองหวานซึ้งเป็นเสียงบีาสหนักหน่วง และแสงไฟในห้องโถงก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉายสาดส่องไปที่ประตูทางเข้า รินรดารีบผละออกจากอกผมโดยอัตโนมัติ มือเรียวคว้าจับชายเสื้อสูทของผมไว้แน่น ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตัวขึ้นมาทันที "เกิดอะไรขึ้น..." เธอถามเสียงเบา ผมรวบข้อมือเธอเข้าหาตัว หลบเข้ามุมเงาของเสาหินอ่อนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักปืนพกเก็บเสียงออกจากซองพกใต้สูทขึ้นมาเตรียมพร้อมในมือ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเดินผ่านประตูเข้ามาในความมืด เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงเยือกเย็นที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ขอโทษที่มาขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับ... คุณคิรากร" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%