ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 13

งานเลี้ยงหน้ากาก

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงและดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่ถูกจัดประดับอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวสวีทเพนต์เฮาส์หรูหราดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองกลับสร้างแรงกดดัน ชนิดที่สามารถบดขยี้ประสาทสัมผัสของใครก็ตามให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา "คุณรินรดา... ถ้าชุดนี้ทำให้คุณหายใจไม่ออกจนต้องทำหน้าเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศตายขนาดนั้น ผมเกรงว่าเราคงต้องเปลี่ยนแผน... หรือไม่ก็เปลี่ยนคน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ คิรากรในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทตัดเย็บประณีตเข้ารูป ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายทว่าดุดัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายคู่นั้นกวาดมองร่างบางในชุดราตรีสไตล์วินเทจสีน้ำเงินเข้มประดับคริสตัลระยิบระยับตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างนึกฉุน เธอยกมือขึ้นจัดระเบียบสายเดี่ยวของชุดราตรีที่ทั้งเข้ารูปและแนบเนื้อจนแทบจะกลายเป็นผิวหนังชั้นที่สอง ก่อนจะหันขวับไปเผชิญหน้ากับเจ้าพ่อมาเฟียหน้าตายที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเสียเหลือเกิน "ฉันหายใจสะดวกดีค่ะ... เอ๊ย! สะดวกดีครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากใช้คำพูดติดปากเกือบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอกำลังสวมบทบาทเป็น "บอดี้การ์ดและที่ปรึกษาคนสนิท" ในคราบหนุ่มหล่อหน้าหวานนามว่า 'รวิน' เพื่อแทรกซึมเข้าสู่งานประมูลลับของกลุ่มอิทธิพลมืดค่ำคืนนี้ "แล้วก็เลิกวิจารณ์สรีระของคนอื่นเขาสักทีเถอะครับ ท่านประธานคิรากร... ถ้าไม่อยากให้แผนพังเพราะผมเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน" คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นแวบหนึ่งเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่หาดูได้ยากจากชายหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วจนเธอยกมือขึ้นตั้งการ์ดแทบไม่ทัน ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ถูกย่นย่อจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของคิรากรลอยเข้าแตะจมูก จนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวแกร่งของมาเฟียหนุ่มเอื้อมมาแตะที่ปกคอเสื้อของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ปัดผ่านผิวเนื้อบริเวณลำคอทำเอาขนลุกซู่ รินรดาตาโต หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าคมคายนั้นโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "ชุดนี้ไม่ได้ทำให้คุณหายใจไม่ออกหรอกรินรดา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างหู น้ำเสียงนั้นเจือความคลั่งรักและดุดันในเวลาเดียวกัน "แต่มันกำลังทำให้ 'คนอื่น' ละสายตาจากคุณไม่ได้ต่างหาก... และนั่นคือสิ่งที่ผมหงุดหงิดที่สุดในคืนนี้" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะอยากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ก็ทรยศความรู้สึกเสียจนหมดสิ้น เธอพยายามดันอกแกร่งออกห่างเบาๆ แต่คิรากรกลับรวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "จำกฎสามข้อของเราให้ขึ้นใจ... หนึ่ง ห้ามห่างจากรัศมีสองเมตรของผม สอง ห้ามรับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า และสาม..." คิรากรเว้นจังหวะ ปลายสายตาคมกริบก้มมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอ "ห้ามส่งยิ้มพร่ำเพรื่อให้ไอ้พวกเหลือบไรในงานเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้ผมจูบคุณกลางงานประมูลร้อยล้านนั่นจริงๆ" "คุณคิรากร! นี่คุณ..." รินรดาถลึงตาใส่ด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอาย แต่ก่อนที่เธอจะได้ต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "นายครับ รถพร้อมแล้วครับ" เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก คิรากรถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเสียดาย เขายอมปล่อยเอวบางให้เป็นอิสระ แต่สายตายังคงจ้องมองรินรดาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนจะคว้าหน้ากากแฟนตาซีกำมะหยี่สีดำสนิทขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าครึ่งบน "ไปกันเถอะ... 'รวิน' ได้เวลาไปเปิดประตูมิติสู่โลกใต้ดินที่แท้จริงกันแล้ว" *** คฤหาสน์โอ่อ่าสไตล์วิคตอเรียนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันริมทะเล ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่คลื่นซัดสาดกระทบโขดหินเสียงดังสนั่น งานเลี้ยงหน้ากากของสมาคมลับระดับโลกถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนภาพเหล่าแขกผู้ทรงอิทธิพลในชุดราตรีและสูทหรูหราพร้อมหน้ากากหลากAลวดลายที่เดินขวักไขว่กันไปมา รินรดาก้าวเดินเคียงข้างคิรากรด้วยท่าทีสง่างามและมั่นคง ภายใต้หน้ากากขนนกสีน้ำเงินเข้มเข้าชุด ดวงตาคู่สวยกวาดตามองรอบบริเวณเพื่อประเมินสถานการณ์และจดจำทางหนีทีไล่ แฟ้มข้อมูลลับเกี่ยวกับพี่ชายที่เธอตามหาถูกซ่อนไว้อย่างดีในกระเป๋าเสื้อด้านใน และคืนนี้... เบาะแสสำคัญที่สุดกำลังรอพวกเขาอยู่ ณ ชั้นใต้ดินของการประมูล "ทางด้านซ้ายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ส่วนทางขวาคือพ่อค้าอาวุธเถื่อนจากยุโรปตะวันออก" คิรากรโน้มตัวลงกระซิบกระชอนข้างใบหูของเธออย่างแนบเนียน ขณะที่มือหนายังคงโอบประคองเอวบางไว้หลวมๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของตามบทบาท "อย่าไปสบตานานเกินไป พวกมันอันตรายกว่าที่คุณคิด" "ฉันรู้ว่าควรระวังตัวยังไงน่า... ไม่ต้องคอยเตือนเหมือนฉันเป็นเด็กๆ หรอกครับท่านประธาน" รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ กลบเกลื่อนความตึงเครียด ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินผ่านกลุ่มแขกไฮโซที่กำลังล้อมวงคุยกันเรื่องธุรกิจมืดอยู่นั้น สายตาของรินรดาก็ต้องสะดุดเข้ากับแผ่นหลังของชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้อยู่ตรงระเบียงกระจก รูปร่าง... ส่วนสูง... และรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นคอข้างขวาด้านหลังนั่น... รินรดาชะงักกึก ฝีเท้าหยุดลงทันทีจนคิรากรต้องหันมามองด้วยความสงสัย เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะภาพความทรงจำที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดหลายปีซ้อนทับเข้ามาในหัว พี่ชายของเธอ... คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่เกิดเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสามปีก่อน! "รินรดา? เป็นอะไรไป?" คิรากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ "คนนั้น..." รินรดาชี้สายตาไปยังร่างของชายสวมหน้ากากที่กำลังเดินหายเข้าไปในประตูโซนวีไอพีฝั่งขวา "คิรากร... นั่นพี่ชายฉัน! คนที่ฉันตามหาอยู่!" คิรากรขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบหันไปมองตามทิศทางที่เธอบอกทันที บรรยากาศรอบตัวของมาเฟียหนุ่มเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและจริงจังในเสี้ยววินาที "มั่นใจแค่ไหน?" "มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ! ฉันจำแผลเป็นนั่นได้!" รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน ลืมตัวตนปลอมๆ ไปเสียสนิท เธอทำท่าจะก้าวเท้าวิ่งตามเข้าไปทันที แต่คิรากรกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล "อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ที่นี่คือถ้ำเสือ ถ้าคุณวิ่งเข้าไปตอนนี้ แผนทั้งหมดจะพัง และคุณอาจจะไม่ทันได้ถามอะไรเขาด้วยซ้ำ" คิรากรดึงเธอกลับมาประชิดตัว น้ำเสียงดุดันแต่แฝงด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ "เข้าใจแล้ว... งั้นเราจะทำยังไงต่อ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายความอันตรายที่พร้อมจะล่าเหยื่อออกมาอย่างเต็มที่ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเธออีกครั้ง "ก็ตามเข้าไปสิครับ... ไปดูกันว่าพี่ชายที่คุณตามหาน่ะ เขามาทำอะไรในรังของศัตรูตัวฉกาจของผม" พูดจบ คิรากรก็จูงมือรินรดาให้ก้าวเดินตามรอยเท้าของชายปริศนาคนนั้นหายลับเข้าไปในความมืดมิดของประตูโซนวีไอพี ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่เริ่มบรรเลงช้าลงเรื่อยๆ ราวกับเป็นการนับถอยหลังสู่เหตุการณ์ระทึกขวัญที่กำลังจะเกิดขึ้น... แต่ทว่า... เมื่อทั้งคู่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไปในห้องโถงวีไอพีที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มยืนรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากภายใต้หน้ากากสีเงินยวง "ยินดีต้อนรับครับ... คุณคิรากร และคุณ... เอ่อ รวิน?" ชายปริศนาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนขนหัวลุก "ท่านประธานใหญ่ของเรา... รอการมาเยือนของคุณมานานแล้ว" คิรากรชะงักกึก ร่างสูงก้าวขึ้นมาบังรินรดาไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัดเจนขึ้น นั่นไม่ใช่ลูกน้อง... แต่เป็น... *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ*
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%