"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาใล้กว่านี้อีกก้าวเดียว ผมรับรองว่ากระสุนนัดนี้จะไม่ได้หยุดแค่ที่ยางรถยนต์แน่ครับคุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทที่ดังขึ้นจากความมืดมิดของมุมห้องทำงานส่วนตัว ไม่ได้ทำให้หญิงสาวผู้ถือครองแฟ้มเอกสารลับสะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น รินรดาเพียงแต่ชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าส้นสูงหยุดลงบนพื้นปูนเปลือยอย่างมั่นคง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
คิรากรนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากป้ายโฆษณานอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาตกกระทบกับใบหน้าคมสันที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองเธอราวกับเสือดาวที่กำลังรอคอยให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับ ทว่าภายใต้ความเยือกเย็นเหล่านั้น กลับมีกระแสความเร่าร้อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกจนแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอขยับตัวเข้าหาโต๊ะทำงานตัวใหญ่โดยไม่เกรงกลัวต่อปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่สะท้อนแสงสลัวในมือของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
"ขู่เก่งเป็นบ้าเลยนะครับ คุณคิรากร... แต่เสียใจด้วยที่ฉันไม่ใช่เหยื่อที่จะยอมให้คุณล่าได้ง่ายๆ และที่สำคัญที่สุด แฟ้มในมือฉันนี่ต่างหากล่ะ ที่กำลังบอกว่าคุณเองก็กำลังร้อนรนไม่แพ้กัน"
เธอวางเอกสารฉบับล่าสุดลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นในทันที เอกสารแผ่นนั้นคือร่องรอยการทำธุรกรรมทางการเงินครั้งสุดท้ายของพี่ชายเธอ ซึ่งเส้นทางเงินจำนวนมหาศาลนั้นถูกโอนถ่ายไปยังบัญชีลับของกลุ่มอิทธิพลเถื่อน และพิกัดสุดท้ายของการเคลื่อนไหว... ชี้ชัดไปยัง "คลังสินค้าเก่าเขต 7" ริมแม่น้ำสายเก่า
คิรากรเหลือบสายตาลงมองเอกสารแผ่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยขึ้นมาสบตากับหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน
"คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่า เบาะแสชิ้นนี้คือความจริง? หรือคุณแค่กำลังวิ่งเข้าหาหลุมศพที่คนอื่นขุดรอไว้ให้ด้วยความเต็มใจกันแน่"
คำพูดนั้นสะกิดใจรินรดาเข้าอย่างจัง เธอรู้ดีว่าโลกใต้ดินที่คิรากรปกครองอยู่นั้นเต็มไปด้วยเกมการเมืองและการหักหลัง แต่นั่นคือพี่ชายแท้ๆ คนเดียวที่เหลืออยู่ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดิมพัน
"ต่อให้มันจะเป็นหลุมศพ ฉันก็ต้องโดนลงไปขุดดูให้รู้เรื่องครับ!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เพราะคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า คลังสินค้าแห่งนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่คุณกำลังตามล่าอยู่เหมือนกัน... หรือว่าคุณกลัวว่าฉันจะไปเจอหลักฐานอะไรที่มันสั่นคลอนบัลลังก์มาเฟียของคุณกันแน่ล่ะคะ เอ๊ย... ครับ!"
เธอเผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นเคยเดิมจนต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน คิรากรถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรก รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงเคมีอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องเผลอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกตื่นตระหนกและปั่นป่วนในท้องของหญิงสาวอย่างประหลาด
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน ทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ดื้อด้าน... และปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู "ถ้าคุณอยากไปที่คลังสินค้าเก่าแห่งนั้นนักล่ะก็... ผมจะพาไป แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องอยู่ในสายตาของผมตลอดเวลา ห้ามห่างแม้แต่ก้าวเดียว เข้าใจไหมครับ?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ถึงแม้ปากจะอยากเถียงกลับไปเหลือเกิน แต่ความใกล้ชิดสนิทแนบในระยะประชิดนี้กลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว กลิ่นอายความตายจากเบาะแสของพี่ชายยังไม่น่ากลัวเท่าอิทธิพลทำลายล้างจากผู้ชายตรงหน้าคนนี้เลย
รถยนต์หรูสีดำสนิทเคลื่อนตัวฝ่าความมืดของถนนสายเปลี่ยว มุ่งหน้าสู่เขตอนุตสาหกรรมเก่าที่ถูกทิ้งร้าง บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดและวังเวง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้องท่ามกลางความมืดมิด
เมื่อรถจอดสนิทหน้าโกดังเหล็กขึ้นสนิมขนาดใหญ่ คิรากรดับเครื่องยนต์และความมืดก็เข้าปกคลุมห้องโดยสารอีกครั้ง ชายหนุ่มหันมามองคนข้างกายที่กำลังสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า
"พร้อมนะครับ?" เขาถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นออกไปกุมมือบางที่กำลังสั่นเทาเล็กๆ ไว้โดยไม่รู้ตัว สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่เธออย่างประหลาด
รินรดาพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวลงจากรถและเดินย่องเข้าไปในความมืดของโกดังร้าง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กบานใหญ่ที่แง้มเปิดอยู่ กลิ่นแปลกปลอมอีกชนิดหนึ่งก็โชยปะทะเข้าจมูกจนรินรดาต้องขมวดคิ้ว
มันไม่ใช่กลิ่นอับของฝุ่นผง... แต่มันคือ "กลิ่นคาวเลือด" ที่เข้มข้นจนน่าสะพรึงกลัว
คิรากรดึงตัวรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังทันที สายตากวาดมองไปทั่วความมืดภายในโกดังที่มีแสงไฟฉายกะพริบวับแวมอยู่ไกลๆ บนพื้นปูนซีเมนต์มีรอยหยดของของเหลวสีเข้มลากยาวเป็นทาง ราวกับมีใครบางคนเพิ่งถูกลากผ่านบริเวณนี้ไปหมาดๆ
หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อแสงไฟฉายสาดส่องไปกระทบกับวัตถุกระจ่างตาที่อยู่กลางห้อง... เสื้อคลุมตัวเก่งของพี่ชายเธอกองอยู่บนพื้น เปื้อนคราบเลือดสีเข้มที่ยังไม่แห้งสนิทดีด้วยซ้ำ
"พี่คะ..." เธอพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ ก้าวเท้าจะพุ่งออกไปหาของสิ่งนั้น แต่ทว่า...
*คลิก!*
เสียงขึ้นลำกล้องปืนที่ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องบนชั้นลอยของโกดัง หยุดทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งคู่ในทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างเหล็ก
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักครับ... นายคิรากร และคุณน้องสาวผู้แสนน่าสงสาร"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 9
กลิ่นอายความตาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!