กลิ่นอับของสนิม เหล็กหล่อ และคราบเขม่าดินปืนจางๆ ยังคงอบอวลอยู่ในบรรยากาศ แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงยามวิกาล โกดังสินค้าหมายเลขเจ็ดริมท่าเรือร้างไม่ใช่สถานที่ที่คนปกติเขาเดินลัดเลาะกันในยามค่ำคืน แต่สำหรับคิรากรและรินรดาแล้ว ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการไขปริศนาที่อาจแลกมาด้วยลมหายใจ
"ระวังเศษกระจกตรงพื้นด้วยครับ... ถ้าไม่อยากให้รองเท้าบูทราคาแพงของคุณต้องมีรอยตำหนิ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับอุ้งมือหนาที่คว้าข้อศอกเรียวของหญิงสาวไว้ทันท่วงที ก่อนที่เธอจะก้าวพลาดไปเหยียบเศษซากกระจกแตกกระจายจากเหตุการณ์ถล่มเมื่อสัปดาห์ก่อน
รินรดาชักแขนกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เธอไม่ได้เกรงกลัวความคมของเศษแก้วบนพื้นเท่ากับระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่ยืนซ้อนหลังอยู่เพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมบุรุษเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาทำเอาสมาธิที่สะสมมาตลอดทางเกือบจะกระเจิง
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ... อ่า หมายถึงดูแลตัวเองได้ครับ คิรากร" รินรดาเผลอหลุดเสียงแข็งใส่ตามความคุ้นชิน ก่อนจะรีบปรับคำพูดให้เข้ากับสถานการณ์เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองตรงมา
คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างนึกสนุก แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย เขาก็ยังไม่วายหาเรื่องหยอกเย้าผู้หญิงปากเก่งตรงหน้าได้
"ติดปากคำว่า 'ค่ะ' สินะครับเวลาที่คุณประหม่า... น่ารักดี แต่เก็บไว้ใช้เวลาเราอยู่กันสองต่อสองในที่ปลอดภัยน่าจะดีกว่า ตอนนี้ใช้สมาธิมองหา 'ร่องรอย' ที่พี่ชายของคุณทิ้งไว้ดีกว่าครับคุณนักเจรจา"
รินรดาค้อนควับใส่ความหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม เธอกลืนก้อนความหงุดหงิดลงคอแล้วกวาดสายตามองไปรอบโกดัง แสงไฟฉายคาดหัวส่องสว่างไปยังคราบสีดำบนผนังเหล็ก คราบเขม่าเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทั่วไป มันคือร่องรอยของการระเบิดเคมีแรงดันสูง—ฝีมือมืออาชีพที่ต้องการทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญ
"ตรงนี้..." รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เสาเหล็กต้นใหญ่ เธอย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นผิวที่กะเทาะออก "มีรอยขูดขีดเป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนกันสามวง... พี่ชายฉันเคยใช้สัญลักษณ์นี้ตอนที่เราเล่นเกมรหัสลับกันสมัยเด็กๆ เขาไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย คิรากร เขากำลังบอกใบ้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และกำลังถูกต้อนให้จนมุม"
น้ำเสียงของเธоสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายวันเริ่มมีรอยร้าว เมื่อความจริงปรากฏชัดขึ้นว่าพี่ชายของเธอดำดิ่งลงไปลึกแค่ไหนในโลกใต้ดินแห่งนี้
คิรากรหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมที่เคยพกความเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเยือกเย็น เขาเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ เธอก่อนจะย่อตัวลงในระดับเดียวกัน ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขายื่นไปแตะรอยขูดขีดบนเสาเหล็กนั้นเบาๆ ราวกับต้องการสัมผัสร่องรอยเดียวกันกับเธอ
"รอยพวกนี้เพิ่งถูกทำขึ้นเมื่อไม่เกินสัปดาห์ก่อน..." คิรากรวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "และคนที่ทำรอยนี้ไม่ได้ทำด้วยความรีบร้อน เขามีเวลาพอที่จะสลักมันอย่างประณีต นั่นหมายความว่า ในขณะที่คนอื่นคิดว่าพี่ชายของคุณตกเป็นเหยื่อ... เขาอาจจะกำลังเล่นเกมไล่ล่ากับพวกมันอยู่ต่างหาก"
รินรดาหันขวับมามองหน้าเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความหวัง "คุณหมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า พี่ชายของคุณอาจจะอันตรายกว่าที่คุณคิดนะครับ รินรดา" คิรากรหันมาสบตาเธอนิ่ง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ความเงียบสงบในโกดังร้างราวกับถูกแช่แข็ง หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่คอยดึงให้เธอจมดิ่งลงไปในนัยน์ตาคู่สีนิลคู่นั้น
"แล้วคุณล่ะ..." รินรดาเค้นเสียงถาม ทั้งที่สติเริ่มกระเจิง "ทำไมคุณถึงยอมมาเสี่ยงโชคกับฉันในที่แบบนี้ ทั้งที่คุณรู้ว่าเบื้องหลังรอยขูดขีดนี่มันคือองค์กรระดับประเทศ"
คิรากรไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนาขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปร็อกแก้มเนียนของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาตัวเธอแข็งทื่อ ค้างเติ่งอยู่ในท่าทางที่ขยับไปไหนไม่ได้
"เพราะความอยากรู้อยากเห็น... หรือเพราะเหตุผลอื่นกันแน่ครับที่คุณมาด้วย?" เธอถามย้ำ เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยไปตามลม
มาเฟียหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูของเธอ
"เพราะผมเกลียดการปล่อยให้ของมีค่า... หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาครับ" คิรากรกระซิบเสียงพร่า
*แกร็ก!*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดด้านหลังเสาเข็มขัดคอนกรีตห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร!
ทั้งคู่ดีดตัวแยกออกจากกันในเสี้ยววินาที คิรากรดึงรินรดาเข้าาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักปืนพกเก็บเสียงออก1กระบอกขึ้นเล็งตรงไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ สายตาของมาเฟียหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นนักล่าในพริบตา ความอบอุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"ใครอยู่ตรงนั้น ออกมาซะ!" คิรากรตวาดเสียงต่ำลอดไรฟัน
ไม่มีเสียงตอบรับจากความมืด มีเพียงเงาดำทะทึนร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากหลังกองลังไม้เก่า พร้อมกับแสงสะท้อนของปลายกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนที่สามนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 3
ร่องรอยในความมืด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!