กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศในห้องทำงานนิรภัยชั้นบนสุดของตึกระฟ้า คือฉากหลังที่คั่นกลางระหว่างความเป็นความตายในค่ำคืนนี้
รินรดากำแก้วกาแฟในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและเต็มไปด้วยความมั่นใจยามเจรจาธุรกิจ ตอนนี้กลับสะท้อนภาพของชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่ คิรากรถอดสูทตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักรูปงูเลื้อยพันกริชจางๆ ที่ท่อนแขนแกร่ง บรรยากาศรอบตัวเขานิ่งงันจนน่ากลัว แต่มันกลับเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์อย่างมหาศาล
"คุณจะเงียบใส่ฉันไปถึงไหน คิรากร" รินรดาเป็นฝ่ายทำลายความอึดอัดขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอยังคงความแข็งกร้าวไว้ตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด แต่ลึกๆ แล้ว เธอกำลังหวาดกลัว... ไม่ใช่กลัวอิทธิพลมืดของเขา แต่กลัวความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินหัวใจเธอเองในยามที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้
คิรากรไม่หันกลับมามองทันที เขายังคงทอดสายออกไปเบื้องล่าง มองแสงไฟจากมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ราวกับต้องการใช้ความเย็นชาภายนอกมาดับความร้อนรุ่มบางอย่างที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก
"คุณไม่ควรมาที่นี่ ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับสั่นพร่าเล็กน้อยในคำท้าย "โกดังฝั่งตะวันตกเพิ่งเคลียร์พื้นที่เสร็จ ศพพวกนั้นยังไม่ทันเย็นซะด้วยซ้ำ คุณเดินเข้ามาในถ้ำเสือโดยไม่พกแม้แต่อาวุธ... คุณบ้าหรือเปล่า"
"ฉันไม่ได้บ้า!" รินรดาก้าวเท้าเข้าไปประชิดด้านหลังเขาอย่างรวดเร็ว ความโกรธพุ่งพล่านจนลืมความกลัว "ฉันแค่อยากรู้ความจริงเรื่องพี่ชายฉัน! และคนที่กุมเบาะแสทั้งหมดก็คือคุณ... ตาแก่หน้าตายอย่างคุณที่เอาแต่ปกปิดมันไว้!"
พรึบ!
ร่างสูงหมุนกลับมาอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ รินรดาไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างบางพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง คิรากรคว้าข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างแล้วดันเข้าหาบานกระจกใส เสียงกระจกกระทบแผ่นหลังทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬก้มลงจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่ยากจะคาดเดา มันไม่ใช่สายตาคาดโทษอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความเจ็บปวด... และความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้อย่างยาวนาน
"อยากรู้ความจริงมากนักใช่ไหม..." คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นนิคโคตินและเปปเปอร์มิ้นต์ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "ความจริงก็คือ... ฉันตามสืบเรื่องพี่ชายคุณ ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ใช่เพราะหน้าที่บ้าบออะไรในโลกใต้ดิน..."
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก แรงกดดันจากร่างหนาที่ทาบทับทำให้เธอลืมวิธีหายใจ
"...แต่เป็นเพราะฉันไม่อยากให้ผู้หญิงอวดเก่งอย่างคุณต้องร้องไห้สะอื้นอยู่คนเดียวในมุมมืด แบบที่ฉันกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ต่างหาก"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุนไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเผยอค้าง ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกใจ ปราการป้องกันภัยที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่เอ่อล้น แต่คิรากรกลับใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้นมาบังคับให้สบตา
"ฉันไม่ได้พูดเล่น ริน" แววตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วโป้งหยาบกร้านลูบไล้เบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างลืมตัว "ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณก้าวเข้ามาในโลกของฉัน คุณก็กลายเป็นจุดอ่อนเดียวที่ฉันยอมให้มีอยู่... และนั่นมันอันตรายที่สุดสำหรับฉันรู้บ้างไหม"
เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ความโกรธ ความเกลียดชัง และความหวาดระแวงในตอนแรก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทั้งสองคนให้จมดิ่งลงไป รินรดารู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต ดวงตาคู่คมของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเวิ้งว้างและเวทนาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรัก
เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจพองโตจนคับอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความจริงที่ว่าเขายอมเอาชีวิตตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพื่อปกป้องเธอมันชัดเจนยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ บนโลกใบนี้
รินรดาหลับตาลงช้าๆ ตัดสินใจทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจเป็นครั้งแรกในชีวิต เธอยกมือขึ้นแตะที่แผงอกกว้างของเขา ก่อนจะเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง เป็นการกระทำที่ไร้คำพูด แต่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
คิรากรชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มของมาเฟียผู้ไร้พ่ายที่ยอมจำนนต่อเชลยสาวอย่างราบคาบ
ร่างสูงรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างระหว่างกันอีกต่อไป เขาก้มหน้าลงหมายจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาทีที่ลมหายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว...
ปัง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างดังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหนาฝ้าสั่นไหว พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สาดส่องไปทั่วห้องทำงานนิรภัย
คิรากรสบถออกมาเบื้องต่ำด้วยความหัวเสีย นัยน์ตาคมกริบกลับมาแข็งกร้าวราวกับนักฆ่าในเสี้ยววินาที เขาดึงรินรดามาหลบหลังร่างหนาอย่างปกป้องทันทีที่ประตูห้องนิรภัยถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างคุ้นเคยที่เดินควงปืนกลมือเข้ามาท่ามกลางควันไฟจางๆ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะ... น้องชาย" เสียงทุ้มเยียบเย็นและคุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของ "คริสเตียน" พี่ชายแท้ๆ ของคิรากรที่หายสาบสูญไปในเหตุการณ์นองเลือดเมื่อห้าปีก่อน—และเขากำลังใช้ปืนจ่อตรงมาที่หัวใจของรินรดา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 19
คำสารภาพในความเงียบ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!