เสียงล็อกกลอนประตูนิรภัยดัง "คลิก" หนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของเซฟเฮาส์ลับกลางกรุง ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง
รินรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ทว่าสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอากาศภายในห้องกลับเป็นสายตาคมกริบดั่งใบมีดของคิรากร มาเฟียหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำเม็ดบนออกอย่างเชื่องช้า ทว่าน่ามองจนละสายตาไม่ได้
"คุณมองอะไรนักหนาคะ... เอ่อ มองอะไรนักหนาครับ" รินรดาเผลอหลุดปากใช้สรรพนามเดิมตามความเคยชิน ก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นอยู่เลย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
"ติดเป็นนิสัยแล้วหรือไงครับ คุณนักเจรจา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย้ายวนอันตรายลอยมาแตะจมูก "หรือจริงๆ แล้วคุณแอบติดใจสรรพนามนั้นตั้งแต่เมื่อคืนกันแน่"
"อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะ... เอ๊ย! หน่อยเลยครับ" รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความขัดใจที่เผลอหลุดปากซ้ำสอง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอในตอนนี้จะเหลือเพียงแค่คืบเดียวก็ตาม
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแกVนเนียน ความเงียบภายในเซฟเฮาส์ยามค่ำคืนราวกับถูกบีบให้แคบลงทุกที บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
"ถ้าไม่อยากให้ผมทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ ถอยไปห่างๆ เลยนะครับคุณคิรากร" รินรดายื่นมือเรียวขึ้นวางแนมอบแกร่งเพื่อดันตัวเขาออก แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับทำให้เธอสะดุ้งราวกับถูกไฟช็อต มือเล็กชักกลับแทบไม่ทัน
"ทำไมล่ะครับ กลัวผม... หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่" คิรากรไม่เพียงแต่ไม่ถอย แต่เขากลับใช้มือหนาทั้งสองข้างยันผนังห้องไว้ เป็นการกักขังเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะอ่านทะลุไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปมในใจเรื่องพี่ชายที่หายตัวไปและความเครียดสะสมตลอดทั้งวันถูกความใกล้ชิดนี้หลอมละลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เธอยอมรับกับตัวเองในใจเงียบๆ ว่า ผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดบางอย่างที่อันตรายถึงชีวิต และเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับมันทีละน้อย
"ฉัน... ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้น "แค่คิดว่าเวลาหนึ่งคืนในที่แคบๆ แบบนี้ กับคนอันตรายอย่างคุณ มันอาจทำให้ผมประสาทกินตายเสียก่อน"
"งั้นก็ลองพิสูจน์ดูสิครับ ว่าคุณจะทนความประสาทกินที่ว่านี่ได้สักกี่น้ำ"
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยได้รูปอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มของเธอเพียงแค่ลมกั้น หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวราวดรัมเบิลในอก ความหวั่นไหวพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนสมองขาวโพลน มือหนาของมาเฟียหนุ่มเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนขัดกับภาพลักษณ์ดุร้ายของเขาอย่างสิ้นเชิง
ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันตามแรงดึงดูดอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงสัญญาณเตือนภัยลับของเซฟเฮาส์ก็ดัง "ปี๊ด!" แหลม
บาดหูทำลายบรรยากาศสีชมพูพังทลายลงในพริบตา!
คิรากรชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินรดารวดเร็วราวดาวตก พร้อมกับชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงออกจากเอวขึ้นมาเตรียมพร้อม ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูนิรภัยชั้นนอกที่ควรจะไร้รอยต่อกลับถูกระเบิดด้วยแรงดันสูงจนพังกระเด็นเข้ามาด้านใน!
ควันสีขาวคลุ้งตลบอบول พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามาอย่างใจเย็น ในมือถือเอกสารลับแฟ้มสีแดงที่รินรดากำลังตามหา และเสียงทุ้มต่ำเยียบเย็นที่เอ่ยทักทายก็ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงทันที
"เซอร์ไพรส์... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรอกนะครับ เจ้านาย"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 5
เคมีอันตราย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!