กลิ่นอับชื้นของฟอร์มาลีนผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ในห้องชันสูตรยามวิกาล ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันคืออากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดสำหรับ ดร.อรัญญ์ แพทย์นิติเวชหนุ่มผู้เชื่อมั่นว่า “ความตายไม่เคยโกหก แต่คนเป็นต่างหากที่บิดเบือนมัน”
ทว่าความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะที่จ่ออยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าจากความมืดที่ยืนประชิดตัวโดยที่ระบบเซนเซอร์ความปลอดภัยของห้องแล็บไร้ปฏิกิริยาใดๆ
“ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ หมอ”
อรัญญ์ไม่สะดุ้ง เขานิ่งค้างมือที่กำลังถือคีมสเตนเลสคีบชิ้นเนื้อเยื่อใต้เล็บของศพ ปลายตาเหลือบมองเงาสสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ใช้สังเกตการณ์ เงาของคินน์—อดีตนักสืบผู้มีกลิ่นอายของบุหรี่ราคาถูกและคดีที่ถูกซุกไว้ใต้พรม—ทาบทับอยู่เบื้องหลัง เขาสวมเสื้อโค้ทสีเข้มชุ่มฝน และในมือไม่ได้มีอาวุธอย่างที่สัญชาตญาณเตือน แต่มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำด้านตัวเล็กๆ
อรัญญ์วางเครื่องมือลงบนถาดสเตนเลส เสียงกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาช้าๆ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความตระหนก มีเพียงแววตาคู่คมที่จ้องมองผู้บุกรุกราวกับกำลังประเมินชิ้นส่วนศพบนเตียง
“คุณนี่น่ารำคาญพอกับรอยแผลเป็นคีลอยด์เลยนะ, คินน์” อรัญญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวลแต่นิ่งสนิทราวกับผิวหน้าน้ำในบึงลึก “และถ้าคุณคิดว่าการบุกรุกห้องชันสูตรระดับสามของสถาบันนิติเวชในยามวิกาล จะทำให้คุณดูเท่เหมือนพระเอกหนัง noir สักเรื่อง ผมเกรงว่าคุณคงต้องผิดหวัง เพราะผมกำลังจะกดปุ่มเรียก รปภ. ในอีกสามวินาทีข้างหน้า”
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและเจือความเย้ยหยัน เขาเก็บวัตถุในมือลงกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างไม่รีบร้อน ก้าวเท้าพ้นจากเงาสลัวเข้ามาใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลนของโต๊ะผ่าตัด เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าคู่นั้นจ้องมองศพหญิงสาวบนเตียง ก่อนจะเบนกลับมาสบตาแพทย์นิติเวช
“คุณกดไม่ได้หรอกครับ หมออรัญญ์... เพราะตอนนี้ระบบรักษาความปลอดภัยของตึกนี้ถูกบล็อกสัญญาณไว้เรียบร้อยแล้วด้วยฝีมือผมเอง และที่สำคัญกว่านั้น...” คินน์เว้นจังหวะโน้มตัวเข้ามาใกล้ ชายเสื้อโค้ทกวัดแกว่งตามการเคลื่อนไหว “ศพที่คุณกำลังผ่าอยู่นั่น ไม่ใช่เหยื่อรายแรกของคืนนี้อย่างที่คุณเข้าใจหรอกครับ”
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที อรัญญ์หรี่ตาลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขยับบดเข้าหากันชั่วเสี้ยววินาที—ปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงเล็กน้อยที่แสดงถึงความไม่พอใจ เมื่อมีใครบางคนล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตตรรกะของเขา
“ชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า ร่างกายขาดอากาศหายใจจากรอยรัดที่ลำคอ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ รอยฟกช้ำที่ข้อศอกเกิดจากการล้มกระแทกพื้นห้องน้ำในอพาร์ตเมนต์... นั่นคือสิ่งที่รายงานเบื้องต้นของตำรวจเขียนไว้ และผมกำลังตรวจสอบเพื่อยืนยันสมมติฐานนั้น” อรัญญ์เอ่ยค้านด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือประสานกันไว้ที่หน้าอก “แล้วคุณล่ะ คินน์? คนที่ถูกไล่ออกจากราชการเพราะหลักฐานในสำนวนมักจะ ‘หายไป’ เสมอ มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าผมกำลังมองข้ามอะไรไป”
“ตำรวจมองเห็นแค่สิ่งที่อยากเห็นครับ หมอ... พวกเขาต้องการปิดคดีก่อนงบประมาณประจำไตรมาสจะหมดลง แต่ผมเห็น ‘สิ่งอื่น’” คินน์หยิบแฟลชไดรฟ์สีดำออกมาอีกครั้งแล้วโยนมันลงบนโต๊ะสเตนเลส เสียงโลหะกระทบสเตนเลสดังชัดเจนในความเงียบ “ผู้หญิงคนนั้นชื่อ ‘มณิการ์’ พนักงานบัญชีบริษัทขนส่งเอกชน ตำรวจบอกว่าเธอฆ่าตัวตายในห้องพัก ล็อคกลอนจากด้านใน หน้าต่างปิดตาย ไม่มีรอยนิ้วมืออื่นนอกจากของเธอเอง... เพอร์เฟกต์ใช่ไหมครับ? คดีจบ ศพเผา ตำรวจรับคำชม”
อรัญญ์มองแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะ สลับกับใบหน้าของอดีตนักสืบ เขาไม่แตะต้องมันทันที เพราะรู้ดีว่าข้อมูลจากมือของคินน์มักมาพร้อมกับเงื่อนไขทางจริยธรรมที่ยุ่งเหยิงเสมอ
“แล้วความจริงในแบบฉบับของคุณคืออะไรล่ะ?” อรัญญ์ถาม เสียงทุ้มต่ำแฝงความท้าทาย
“ความจริงก็คือ รอยรัดที่ลำคอของเธอน่ะ มันแคบเกินกว่าจะใช้เชือกไนลอนหรือผ้าขนหนูตามที่ตำรวจสันนิษฐาน” คินน์เดินเข้าไปใกล้ร่างไร้ชีวิตของมณิการ์อย่างถือวิสาสะ สวมถุงมือยางที่หยิบมาจากกล่องข้างเตียงอย่างไร้พิธีรีตอง นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่รอยสีม่วงคล้ำบริเวณลำคอของศพ “ลองดูมุมองศาของรอยฟกช้ำนี่สิครับ หมอ... มันเฉียงขึ้นไปทางขวาในมุมสาม puluh สององศา คนเราจะผูกคอตัวเองด้วยมุมองศาที่บังคับให้แรงดึงกระทำกับหลอดลมด้านข้างในลักษณะนั้นได้อย่างไร? เว้นเสียแต่ว่า... มีคนยืนอยู่ข้างหลังเธอ ยึดแขนเธอไว้ แล้วใช้ลวดเปียโนเส้นเล็กๆ รัดจากด้านหลังด้วยมือขวา”
อรัญญ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองตามรอยที่คินน์ชี้อย่างรวดเร็ว สมองของแพทย์นิติเวชประมวลผลข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที มุมองศา แรงกด และลักษณะการตายแบบผิดธรรมชาติที่ถูกอำพราง... สิ่งเหล่านี้หลุดรอดสายตาเขาไปได้อย่างไร? เขาตรวจสอบรอยแผลภายนอกอย่างละเอียดแล้วแท้ๆ แต่ความเร่งรีบและกรอบความคิดแบบแพทย์ที่ยึดติดกับผลชันสูตรเบื้องต้น ทำให้เขามองข้ามรายละเอียดทางกลศาสตร์ฟิสิกส์เหล่านี้ไป
“คุณเอารูปถ่ายพวกนี้มาจากไหน?” อรัญญ์ถามเสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเยือกเย็นเริ่มสั่นคลอน
“จากที่เกิดเหตุ... ก่อนที่ตำรวจจะไปถึงสามนาทีครับ” คินน์ตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ยหยัน “และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด ในแฟลชไดรฟ์นั้นมีภาพกล้องวงจรปิดจากมุมตึกตรงข้าม ที่ตำรวจชุดสืบสวน ‘บังเอิญ’ มองไม่เห็น หรือไม่อยากเห็นก็ไม่รู้ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกจากตึกนั้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่มณิการ์เสียชีวิต ผู้ชายที่สวมเสื้อโค้ทแบบเดียวกันกับผม... และมีรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่หลังมือขวา”
อรัญญ์หันขวับกลับมามองหน้าคินน์อย่างจริงจัง “แผลเป็นรูปกากบาท?”
“ใช่ครับ” คินน์หยิบรีโมทขนาดเล็กในกระเป๋าขึ้นมากด ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ข้างโต๊ะชันสูตรที่ปิดอยู่ก็สว่างวาบขึ้น มันแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดความละเอียดต่ำ ร่างเงาของชายคนหนึ่งกำลังก้าวเดินออกไปจากตึกในคืนที่ฝนตก แม้ภาพจะเบลอ แต่แสงไฟริมถนนก็สะท้อนให้เห็นรอยแผลเป็นเด่นชัดบนหลังมือข้างที่ถือร่ม
“ฆาตกรเงาในกระจก...” อรัญญ์พึมพำชื่อนี้ออกมาเบาๆ ชื่อที่ถูกพูดถึงในแฟ้มลับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อน คดีที่ปิดไม่ลง และเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพแพทย์นิติเวชของเขาเอง—คดีที่ทำให้เขาเคยเกือบสูญเสียทุกอย่าง
คินน์หันมามองอรัญญ์ แววตาส2 คนที่เต็มไปด้วยความลับสะท้อนเข้าหากันในความสว่างวาบของหน้าจอ
“ถูกต้องครับ หมอ” คินน์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูอรัญญ์อีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิทยา “และดูเหมือนว่า... เขาไม่ได้แค่กลับมาเพื่อทิ้งศพไว้ให้เราดูต่างหน้าหรอกนะครับ”
คินน์เอื้อมมือไปคลิกเมาส์เปิดไฟล์วิดีโอตัวสุดท้ายในแฟลชไดรฟ์ ภาพในวิดีโอคือภาพจากกล้องวงจรปิด *ภายใน* ห้องพักของมณิการ์เอง กล้องมุมสูงที่ติดตั้งไว้มุมห้องบันทึกภาพเหตุการณ์ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตไม่กี่นาที
บนหน้าจอ... มณิการ์กำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอน เธอมีสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด กำลังกรีดร้องใส่เงาของตัวเองในกระจกที่ขยับตัวไม่ตรงกับเธอ... และในเงาสะท้อนนั้น มีมือปริศนาคู่หนึ่งยื่นออกมาจากพื้นผิวของกระจกเงา โอบรอบลำคอของเธอโดยที่ไม่มีใครยืนอยู่ข้างหลังเธอเลยแม้แต่คนเดียว!
ก่อนที่อรัญญ์จะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอกห้องชันสูตร—เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ และกำลังมุ่งตรงมาที่ประตูห้องนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
นิติเวชไร้รอยต่อกับฆาตกรเงาในกระจก•ตอนที่ 2
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้รอยต่อกับฆาตกรเงาในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
