“ถ้าขืนคุณยังขยับมีดด้วยจังหวะที่หนักแน่นแบบนั้นอยู่ อีกไม่กี่นาทีแครอทในมือคุณจะกลายเป็นเศษผง แทนที่จะเป็นวัตถุดิบทำเค้กนะคะ เซนอส”
รินเอ่ยขึ้นเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากเมล็ดกาแฟที่กำลังคั่วอยู่ในกระทะทองเหลือง กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟพันธุ์พื้นเมืองลอยฟุ้งไปทั่วครัว ตัดกับบรรยากาศภายนอกร้านที่กำลังอึมครึมด้วยหมอกหนาผิดปกติ เซนอสชะงักมือที่กำลังหั่นผัก ปลายมีดจมลึกลงไปในเขียงไม้จนเกิดเสียงดัง ‘ปึก’ เขาถอนหายใจยาว ความกังวลที่ฉายชัดบนแววตาสีอำพันนั้นไม่ได้ปิดบังรินได้เลยแม้แต่น้อย
“ชาวเมืองเริ่มหวาดกลัวแล้วริน” อดีตแม่ทัพเอ่ย เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นเครือเล็กน้อย “เสียงเพรียกจากผืนป่าด้านหลังร้าน... มันไม่ใช่เสียงลมธรรมดา พวกลูกค้าที่เข้ามาเมื่อกี้ทุกคนล้วนมีรอยแผลเป็นแห่งความวิตกประทับอยู่บนหน้า”
รินวางกระบวยไม้ลง เธอเดินไปแตะมือที่สั่นเทาของเซนอสเบาๆ ไออุ่นจากฝ่ามือของเธอทำให้เขาสงบลงชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะหยิบ ‘ชิฟฟอนเค้กชาเอิร์ลเกรย์’ ที่อบไว้ออกมาจากเตา กลิ่นหอมละมุนของชาที่อบอวลด้วยเบอร์กามอตช่วยดึงสติให้ห้องครัวที่เคยตึงเครียดกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
“ดนตรีไม่ใช่แค่เสียงที่ลอยในอากาศ แต่มันคือการเต้นรำของหัวใจ” รินพูดพลางหยิบไวโอลินเก่าคร่ำที่วางพิงมุมห้องขึ้นมา “วันนี้... เราจะเสิร์ฟ ‘ความสงบ’ ให้กับทุกคนเองค่ะ”
รินเปิดประตูร้านออกไป ท่ามกลางหมอกสีขาวขุ่นที่ลอยต่ำจนแทบจะกลืนกินทุกอย่าง รินเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าหน้าร้าน เซนอสตามออกมาพร้อมกับถาดขนมและกาแฟดริปที่กลิ่นหอมกรุ่นเหนือกว่าปกติ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยื่นกาแฟให้กับลูกค้าที่นั่งตัวสั่นอยู่บนม้านั่งหน้าร้าน มือที่เคยจับดาบสังหารศัตรู บัดนี้กลับบรรจงวางถ้วยกาแฟอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก
เสียงไวโอลินเริ่มกรีดกราย บรรเลงบทเพลงที่รินเรียบเรียงขึ้นเอง มันเป็นท่วงทำนองที่แผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบของสายลมในฤดูใบไม้ผลิ และลึกซึ้งราวกับหยั่งรากลงในจิตวิญญาณของผู้ที่ได้ยิน
จังหวะเพลงที่รินสีนั้นค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะการจิบกาแฟของลูกค้าภายในร้าน ชายชราจากเผ่าครึ่งสัตว์ที่เคยร้องไห้ฟูมฟายหยุดสะอื้น เด็กน้อยเผ่าภูตที่หลบอยู่หลังกระโปรงแม่เริ่มคลายกอดจากมารดา ใบหน้าของพวกเขาทุกคนเริ่มผ่อนคลาย ขมวดคิ้วที่เคยยับย่นค่อยๆ คลายออก ความกลัวที่เกาะกุมใจค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยรสสัมผัสหวานนุ่มของชิฟฟอนที่ละลายในปาก
“อร่อยจัง...” เสียงพึมพำแผ่วเบาจากลูกค้าคนหนึ่งดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดไปจนหมดสิ้น
เซนอสยืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดูรินที่หลับตาพริ้มขณะสีไวโอลิน ความเด็ดขาดในฐานะอดีตแม่ทัพของเขาเลือนหายไป เหลือเพียงความชื่นชมที่เอ่อล้น เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ‘อาวุธ’ ที่แท้จริงในการปกป้องผู้คน ไม่จำเป็นต้องคมกริบหรืออาบไปด้วยเลือดเสมอไป แต่บางครั้ง... มันก็เป็นเพียงกลิ่นหอมของเนยและเสียงดนตรีที่แสนธรรมดาแบบนี้
ทว่า ขณะที่ท่วงทำนองกำลังดำเนินไปถึงจุดพีค ความสงบก็ถูกกระชากให้แตกกระเจิง เมื่อสายลมแรงปะทะเข้ากับหมอกหนาจนมันแยกออกเป็นสองฝั่ง
ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่มันคือแรงอัดจากเวทมนตร์ระดับสูง!
รินหยุดสีไวโอลินทันที หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อเห็นเงามืดขนาดมหึมาปรากฏขึ้นหลังม่านหมอก เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กระทบพื้นดินทำให้คาเฟ่ทั้งหลังสั่นสะเทือน เซนอสรีบก้าวมาขวางหน้าเธอ สัญชาตญาณนักรบตื่นขึ้นเต็มเปา มือขวาของเขากำแน่นราวกับต้องการอาวุธที่ไม่มีอยู่จริง
ชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวพ้นหมอกเข้ามา ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็ก แต่สิ่งที่ทำให้รินต้องหยุดหายใจ คือกลิ่นอายที่เขานำติดตัวมาด้วย... มันคือกลิ่นของ ‘ความทรงจำที่แตกสลาย’ ที่รินคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ในที่สุด... ข้าก็หาเจ้าเจอจนได้” เสียงแหบพร่าดั่งกระจกแตกร้าวลอดออกมาจากใต้หน้ากาก พร้อมกับที่เขายื่นมือมาข้างหน้า—ในมือคู่นั้นถือสร้อยคอที่รินเคยทำหายไปในวันเดียวกับที่เธอก้าวข้ามผ่านประตูมิติมายังโลกแห่งนี้!
“เบเกอรี่มิติต่างโลก” ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นในคาเฟ่หลังม่านหมอกไปกับรินและพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 23
บทเพลงแห่งความสงบ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!