คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 3

ลูกค้าคนแรกที่ไม่ใช่คน

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
ไอความร้อนจากกาต้มน้ำทองเหลืองกำลังเดือดพล่าน ส่งเสียงหวีดเบาๆ แข่งกับเสียงถอนหายใจยาวของเซนอส อดีตแม่ทัพเผ่ามังกรผู้กำลังใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านบรรจงพลิกหน้าดินแปลงแปลงผักสวนครัวหลังร้าน รินปรายตามองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสนใจผงเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ บนเคาน์เตอร์ไม้โอ๊ก กลิ่นหอมฟุ้งของช็อกโกแลตผสมกลิ่นฟรุตตี้จางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ ช่วยขับไล่ไอหมอกหนาทึบที่ยังคงเกาะตัวหนาอยู่ด้านนอกบานหน้าต่างกระจกใสของ "คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกลิ่นหอมกรุ่นและความลับที่เพิ่งเริ่มต้นในมิตินี้ไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ และในยามสายที่ความเงียบงันควรจะดำเนินต่อไปตามวิถีสโลว์ไลฟ์นั้นเอง เสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ไม่ใช่เสียงของนักเดินทางร่างยักษ์ หรือพ่อค้าเร่หน้าเลือดที่รินเคยคาดการณ์ไว้ แต่เป็นเงาร่างเล็กกระจิรหรี่ที่แนบใบหน้าติดกับกระจกใส ดวงตากลมโตสีมรกตเบิกกว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปีกใสราวกระจกแมลงปอขยับไหวระริกเพื่อพยุงร่างจิ๋วให้ทรงตัวอยู่กลางอากาศท่ามกลางอากาศเย็นเยียบ "ห้ามขยับนะเจ้ามนุษย์... ข้าไม่ได้มาปล้นนะ!" เสียงเล็กแหลมราวกระดิ่งแก้วดังลอดรอยต่อของบานหน้าต่างเข้ามา แม้จะพยายามดัดให้ทุ้มต่ำเพื่อขู่ขวัญ แต่มันกลับฟังดูคล้ายเสียงลูกแมวขู่ฟ่อเสียมากกว่า รินคลี่ยิ้มบางๆ อย่างนึกเอ็นดู เธอวางดริปเปอร์ในมือลงอย่างใจเย็น ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ประสบการณ์จากการเปิดคาเฟ่ในดินแดนรอยต่อระหว่างมิติสอนให้เธอรู้ว่า แขกตัวจิ๋วประเภทนี้มักมาพร้อมกับความหิวกระหายและเรื่องราวที่ถูกซ่อนไว้หลังม่านน้ำตา "ยินดีต้อนรับค่ะ ตัวฉันชื่อรินนะคะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง พลางเลื่อนกลอนหน้าต่างเปิดออกกว้างเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ลมหนาวด้านนอกกรูเข้ามา "อากาศข้างนอกนั่นคงหนาวมากสินะคะ เข้ามาหลบมุมอุ่นๆ ด้านในก่อนสิคะ" ร่างเล็กในชุดที่ตัดเย็บจากใบไม้แห้งและกลีบดอกไม้ป่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบินพรวดเข้ามาเกาะบนขอบถ้วยเซรามิกสีขาวสะอาดตาบนเคาน์เตอร์อย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตสีมรกตจ้องมองไปยังตู้กระจกที่อัดแน่นไปด้วยเค้กชิฟฟอนเนื้อนุ่มฟู และทาร์ตผลไม้สดสีสันสดใส น้ำลายเม็ดเล็กๆ แทบจะกลืนหายไปกับเสียงกลืนน้ำลายดังเอือก "ข...ข้าชื่อ 'พิ้งky' เอ้ย! พิ้งกี้!" ภูตน้อยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอแนะนำตัวด้วยความตื่นเต้น "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทนะ แต่... แต่กลิ่นหอมๆ นี่มันคืออะไรกัน ทำไมจมูกของข้าถึงได้สั่นระริกตั้งแต่ยังเดินมาไม่ถึงปากทางหมู่บ้านกันล่ะเนี่ย!" เซนอสที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาจากสวนหลังร้าน ชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาสสีทองคมกริบกวาดมองสิ่งมีชีวิตจิ๋วตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณนักรบที่ยังคงตื่นตัว มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามดาบข้างเอวตามความเคยชิน ก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นรินส่งสายตาปรามมาให้ "ระวังหน่อย เซนอส เดี๋ยวแขกตัวน้อยของเราจะตกใจกลัวเอานะคะ" รินเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปจัดการเทน้ำร้อนลงบนดريปเปอร์อย่างประณีต หยดน้ำร้อนค่อยๆ ไหลผ่านผงกาแฟกลAายเป็นน้ำสีอำพันเข้มข้นหยดลงสู่เหยือกแก้ว "ถ้าไม่รังเกียจ รับ 'บราוני์นี่ย์ช็อกโกแลตฟัดจ์' อุ่นๆ ทานคู่กับนมสดอุ่นสักแก้วไหมคะ? สำหรับผู้มาเยือนคนแรกของวัน ฉันยินดีต้อนรับด้วยความเต็มใจค่ะ" พิ้งกี้กะพริบตาปริบๆ ปีกใสหยุดกระพริบไปชั่วขณะเมื่อก้อนสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลเข้มเนื้อฉ่ำเยิ้มถูกวางลงบนจานรองใบจิ๋วที่ทำจากเปลือกหอยมุก กลิ่นหอมเข้มข้นของดาร์กช็อกโกแลตแท้ผสานกับเนยสดแทรกซึมเข้าสู่ประสาทสัมผัสของภูตน้อยจนร่างเล็กสั่นเทา "นะ... นี่มันมนุษย์สร้างขึ้นเองจริงๆ หรือ?" พิ้งกี้ใช้สองมือจิ๋วหยิบชิ้นบราวนี่ขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ทันทีที่ฟันซี่เล็กกัดลงไป เนื้อสัมผัสหนับหนึบแต่ละลายในปากและความหวานละมุนตัดกับความขมปลายลิ้นเล็กน้อย ก็ทำเอาดวงตาของภูตน้อยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา "อร่อย... อร่อยเหลือเกิน ฮือ... ข้าไม่เคยได้กินอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งแต่ที่พวกทหารรับจ้างจากเมืองหลวงเข้ามาตั้งค่ายที่ชายป่า..." คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของภูตน้อยทำให้บรรยากาศภายในร้านเปลี่ยนไปในทันที เซนอสขยับเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น สีหน้าของอดีตแม่ทัพมังกรเคร่งขรึมลงถนัดตา "ทหารรับจ้างจากเมืองหลวงงั้นหรือ?" เซนอสทวนคำ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันจนพิ้งกี้ต้องหดตัวหลบหลังจานเค้ก "พวกมันเข้าไปทำอะไรในเขตแดนของพวกเธอ?" "พวกมัน... พวกมันไม่ได้แค่เข้ามาตั้งค่ายนะสิคะท่าน!" พิ้งกี้สะอื้นไห้จนตัวโยน วางชิ้นบราวนี่ลงแล้วใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาปนเศษช็อกโกแลต "พวกมันประกาศกว่าป่าแห่งนี้เป็นเขตหวงห้าม และกำลังกวาดล้างต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้าง 'เส้นทางคมนาคมขนส่ง' อะไรนั่น ต้นไม้บรรพบุรุษของพวกเรากำลังจะถูกเผาทำลาย... และถ้าไม่มีพวกมัน คาเฟ่ของพวกท่านก็อาจจะ..." ภูตน้อยชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ดวงตาสสีมรกตมองเลยผ่านรินและเซนอสไปยังกระจกหน้าร้านที่บัดนี้ หมอกหนาทึบไม่ได้เป็นเพียงแค่ไอน้ำตามธรรมชาติอีกต่อไปแล้ว... แต่มันกำลังเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และมีเงาร่างนับสิบกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ประตูกระจกทีละน้อย เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงเคาะเบาๆ อย่างเกรงใจ แต่เป็นแรงกระแทกจากของแข็งที่จงใจทำลายล้าง! "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ทางการมีคำสั่งยึดพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดตรวจชั่วคราว!" เสียงห้าวหดและเย่อหยิ่งตะโกนแทรกผ่านเข้ามา พร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์อันชั่วร้ายที่แผ่พุ่งเข้ามาในร้าน รินวางเหยือกกาแฟในมือลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบของแก้วกับโต๊ะไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกพรากทุกสิ่งไป — ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยอีกครั้งอย่างนั้นหรือ? เธอกวาดสายตามองไปที่เซนอสที่กำลังกำหมัดแน่นจนข้อต่องอขาว ก่อนจะหันไปสบตากับภูตน้อยที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว รินไม่ได้ขยับหนี เธอกลับเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนผืนสะอาดมาผูกใหม่อย่างใจเย็น แล้วเดินไปหยิบกุญแจดอกใหญ่ขึ้นมาถือไว้ในมือ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเปลี่ยนนี้ด้วยกันนะคะ... และโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%