กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นดินชื้นหลังฝนตก มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะอยู่ในร้านเบเกอรี่ที่อบอวลไปด้วยความหอมหวานของวานิลลาและเมล็ดกาแฟคั่วบด รินกระชับกุญแจดอกใหญ่ในมือแน่นจนโลหะเย็นเฉียบกดลึกลงบนฝ่ามือ เธอเดินผ่านประตูไม้โอ๊คออกไปสู่หมอกหนาทึบที่ปกคลุมชายป่าเบื้องหลังร้าน
เบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ที่ทรุดฮวบลงกับโคนต้นไม้โบราณ เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่องรอยแผลฉกรรจ์บนแผ่นหลังยังคงมีไอความร้อนสีม่วงจางๆ พุ่งออกมา มันคือร่องรอยของเวทมนตร์ต้องห้ามที่กัดกินเนื้อเยื่อของผู้ใช้
"อย่าเข้ามา..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นสะท้าน มือหนาที่มีรอยแผลเป็นพยายามควานหาดาบที่หักครึ่งทิ้งไว้ข้างตัว "มัน... จะตามมา... เจ้าจะเดือดร้อน"
รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่นั่งยองๆ ลงตรงหน้าเขา กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ทำมือและกลิ่นเบเกอรี่จากตัวเธอทำให้คนตรงหน้าชะงักไปชั่วขณะ เธอวางกุญแจร้านลงบนพื้นหญ้า ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนผืนสะอาดที่เพิ่งผูกมาคลุมตัวเขาไว้แทน
"ร้านของฉันไม่มีกฎห้ามคนเจ็บเข้ามาพักพิงหรอกนะคะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามั่นคง "และฉันก็ไม่ชอบกลิ่นเลือดในสวนหลังบ้านด้วย มันทำให้ต้นโรสแมรี่ของฉันเฉาหมดพอดี"
เซนอสมองหญิงสาวตรงหน้าผ่านม่านตาที่พร่าเลือน เขาเคยเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกร เคยถูกรายล้อมด้วยเหล่าทหารที่พร้อมจะตายแทน แต่ไม่เคยมีใครมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความต้องการผลประโยชน์เช่นนี้ มือที่สั่นเทาของเขาตกลงข้างลำตัวอย่างยอมจำนน ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะขาดผึง รินคว้าแขนเขาไว้มั่น แรงดึงของเธอนั้นเกินกว่าที่หญิงสาวรูปร่างบอบบางควรจะมี
การประคองชายร่างยักษ์เข้าสู่ตัวร้านไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่ารินกลับทำมันด้วยจังหวะที่นุ่มนวล เธอพาเขาไปที่มุมห้องครัวที่กว้างขวาง จัดวางเขาลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่ปูด้วยผ้าลินินหนาๆ รินหยิบกล่องไม้เก่าแก่ที่ซ่อนอยู่หลังเตาอบออกมา ภายในไม่ได้มีแค่ยา แต่มีขวดโหลแก้วใบเล็กที่บรรจุผงสีทองละเอียด—มันคือละอองเกสรของดอกไม้จากต่างมิติที่ช่วยสมานแผลได้ดีกว่าโอสถใดๆ
"อดทนหน่อยนะคะ มันจะรู้สึกร้อนเหมือนโดนน้ำตาลเคี่ยวลวกเล็กน้อย"
รินแตะผงสีทองลงบนรอยแผล ร่างใหญ่เกร็งตัวขึ้นทันที เสียงขบกรามของเซนอดังลั่นห้องครัว เขาพยายามกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดกำลัง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมหยักศกสีเข้ม แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ รินคอยซับเหงื่อให้เขาอย่างเงียบเชียบ มือของเธอขยับอย่างชำนาญราวกับกำลังบรรจงแต่งหน้าเค้กชิ้นสำคัญ
"เหตุใด... ถึงช่วยข้า" เสียงของเขากลับมามีพลังอีกครั้งหลังจากผ่านไปเนิ่นนาน "คนเผ่ามังกรที่ไร้พลังเช่นข้า ก็ไม่ต่างจากซากปรักหักพังที่รอวันผุพัง"
รินวางถ้วยชากลิ่นดอกคาโมมายล์ลงตรงหน้าเขา แล้วหมุนตัวไปหยิบโหลคุกกี้เนยที่อบใหม่ๆ ออกมาวาง "คุณคงหิวแล้วสินะคะ เรื่องอดีตเอาไว้คุยกันตอนท้องอิ่มดีกว่า ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงช่วย... ก็เพราะว่าในร้านนี้ ใครที่ข้ามประตูเข้ามาแล้วหิวโหย ทุกคนคือแขกของรินค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจอมมารหรือแม่ทัพมังกร"
เซนอสมองแผ่นหลังที่กำลังต้มน้ำกาแฟดริปของเธอด้วยแววตาที่ซับซ้อน ความอบอุ่นจากถ้วยชาและกลิ่นเนยหอมกรุ่นเริ่มชะล้างความหนาวเหน็บจากบาดแผลในใจเขาไปได้บ้าง แต่ขณะที่รินกำลังจะเทน้ำร้อนลงบนเมล็ดกาแฟ เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น... *ปัง ปัง ปัง!*
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบแขกทั่วไป แต่มันหนักแน่นและรุนแรงราวกับต้องการพังบานประตูเข้ามา รินชะงักมือที่ถือเหยือกน้ำร้อน เธอหันกลับมามองเซนอสที่พยายามจะลุกขึ้นทันที แต่รอยแผลยังคงเตือนให้เขาต้องนั่งลงไปอีกครั้ง
"อย่าขยับค่ะ" รินสั่งเสียงเย็น เธอเดินตรงไปที่ประตู แต่ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือถึงลูกบิด เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจจากด้านนอกก็ดังลอดเข้ามา
"ข้าได้กลิ่นมังกรทรยศที่นี่... ส่งตัวมันออกมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตร้านขนมเล็กๆ แห่งนี้"
รินก้มลงมองกุญแจในมือ ก่อนจะเหลือบมองเซนอสที่กำมือแน่นจนเลือดซึมออกมาใหม่ เธอสูดลมหายใจลึก ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะหมุนกุญแจเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่รออยู่เบื้องหน้า
เบเกอรี่มิติต่างโลกขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกลิ่นหอมของความลับในครั้งนี้นะคะ
คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 4
บอดี้การ์ดตกอับ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!