"ถ้าคุณยังขยับตะกร้อมือแรงขนาดนั้น เนื้อเค้กจะฟูเกินไปจนเสียโครงสร้างนะคะ เซนอส"
เสียงของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงกระทบกันของชามผสมสแตนเลส เซนอสชะงักมือที่กำลังตีไข่ขาวจนตั้งยอด เขาหันมามองหญิงสาวที่กำลังสาละวนอยู่กับการตวงแป้งอัลมอนด์ด้วยสายตาที่ยังคงมีความกังวลฉายชัดอยู่ลึกๆ
"ผมแค่... อยากให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในผ้ากันเปื้อนสีครีมตอบพลางถอนหายใจ "คืนนี้มีคนรอชิมผลงานของเราอยู่ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อกินขนมหวานธรรมดา แต่พวกเขามาเพื่อรอการเริ่มต้นใหม่ต่างหาก"
รินวางช้อนตวงลงก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเศษแป้งบนแก้มสากของเขาออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้เซนอสนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง รินยิ้มบางๆ ให้กับเขา "การเริ่มต้นใหม่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ ความผิดพลาดเล็กน้อยในเนื้อเค้กน่ะ จริงๆ แล้วมันคือเสน่ห์ที่ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีชีวิตอยู่และกำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับมันต่างหาก"
ภายในคาเฟ่หลังม่านหมอกวันนี้ไม่ได้มีเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปคั่วกลางที่รินเตรียมไว้สำหรับแขกพิเศษ แต่ยังมีไออุ่นที่แผ่ออกมาจากเตาอบฟืนตัวเก่ง กลิ่นของสตรอว์เบอร์รีป่าที่ผ่านการเคี่ยวจนเป็นแยมเข้มข้นกำลังอบอวลไปทั่วร้าน
วันนี้ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงฉลองครบรอบการเปิดร้านครบหนึ่งเดือน แต่มันคือการประกาศชัยชนะเหนือเงาอดีตที่เคยไล่ล่าพวกเขามาตลอดหลายสัปดาห์ หลังจากที่เหล่าทหารกล้าที่บาดเจ็บจากการศึกในมิติคู่ขนานเริ่มทยอยกันกลับสู่ความสงบ คาเฟ่แห่งนี้ได้กลายเป็นจุดพักพิงเดียวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของพวกเขาเอาไว้
เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาค่ำคืน เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ไม่ได้ใช้งานมานานกลับสั่นไหวอย่างแผ่วเบา รินปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอจัดแจงวางเค้กชิฟฟอนหน้าผลไม้สดที่เธอตั้งใจทำลงบนจานเซรามิกเคลือบสีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะหันไปสบตากับเซนอส
"พร้อมนะคะ?"
เซนอสพยักหน้า เขาเดินไปที่ประตูไม้โอ๊คหนาหนักก่อนจะเปิดมันออก แสงไฟสีส้มละมุนจากภายในร้านสาดส่องออกไปปะทะกับสายหมอกหนาทึบเบื้องหน้า แขกเหรื่อทั้งสามเผ่าพันธุ์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเกร็งๆ แต่เมื่อได้รับกลิ่นหอมของเนยแท้และวานิลลามาดากัสการ์ พวกเขาก็ผ่อนคลายลง
งานเลี้ยงเล็กๆ เริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีพิธีรีตอง เสียงหัวเราะของเผ่าคนแคระที่เคยมืดมนจากการสูญเสียเหมืองทองกลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อได้ลิ้มรสมูสช็อกโกแลตเข้มข้น ในขณะที่ทูตสาวจากเผ่าเอลฟ์ที่เคยเย็นชา กลับยอมวางคันธนูลงและร่วมจิบชาเกสรดอกไม้ที่รินบรรจงชงให้อย่างประณีต
รินเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกตื้นตัน เธอรู้ดีว่านี่คือจุดจบขององค์แรก—จุดจบของความโดดเดี่ยวที่เธอกับเซนอสเคยแบกรับไว้คนเดียว ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่อย่างลับๆ อีกต่อไป แต่พวกเขากำลังกลายเป็นหัวใจของชุมชนแห่งนี้
"รินครับ" เซนอสกระซิบเรียกเธอขณะที่ทั้งคู่ออกมายืนรับลมเย็นที่หน้าร้านหลังจากแขกคนสุดท้ายกลับไปแล้ว "ตั้งแต่ผมเสียพลังไป ผมไม่เคยคิดเลยว่ามือคู่นี้จะสามารถสร้างความสุขให้ใครได้มากกว่าการใช้ดาบ ผมขอบคุณคุณนะ"
รินหันมามองเขา ดวงตาของเธอสะท้อนแสงจันทร์อ่อนๆ "เราทั้งคู่ต่างหากค่ะที่เยียวยากันและกัน"
ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนสงบสุข เซนอสกำลังจะหันกลับเข้าในร้าน แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก สายตาคมกริบของอดีตแม่ทัพจ้องเขม็งไปยังกลุ่มหมอกหนาทึบที่ดูจะขยายตัวผิดปกติ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะเกินกว่าจะเป็นสัตว์ป่าดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบงัน
รินรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เธอวางถาดอบขนมในมือลงช้าๆ พลางขยับกายไปบังประตูร้านตามสัญชาตญาณ หมอกหนาถูกแหวกออกด้วยมือของชายปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ชายคนนั้นหยุดยืนหน้าคาเฟ่ ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาโดยไม่รอการเชื้อเชิญ
"ฉันไม่ได้มาเพื่อกินขนมของเธอหรอกนะ" ชายผู้มาใหม่เอ่ยด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนความอบอุ่นในร้านมลายหายไปในพริบตา "แต่ฉันมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เธอขโมยไปจากมิตินี้... ริน"
รินหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นตราประทับสีแดงฉานบนอกเสื้อของเขา—ตราประจำตัวของกองทัพที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนจบขององค์แรกด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของคาเฟ่แห่งนี้ค่ะ!
คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 8
ค่ำคืนที่อบอุ่น
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!