"หากท่านยังไม่ลดระดับเสียงลง ข้าเกรงว่ากาแฟแก้วนี้อาจจะเปลี่ยนทิศทางจากปากของท่าน ไปอยู่บนเสื้อคลุมหรูหรานั่นแทนนะคะ"
เสียงของรินราบเรียบ ทว่าเย็นเยือกราวกับอุณหภูมิของน้ำแข็งที่เพิ่งหย่อนลงในแก้วอเมริกาโน่เธอดริปให้ลูกค้า เธอยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊ก มือเรียวบางที่เปื้อนคราบแป้งเล็กน้อยยังคงถือเหยือกเซรามิกค้างไว้ สายตาของเธอไม่ได้มองไปยังชายชุดดำที่กำลังตบโต๊ะโครมคราม แต่จ้องมองไปยังรอยร้าวบนผนังไม้ราวกับมันน่าสนใจกว่าคำขู่จากเมืองหลวงหลายเท่านัก
เซนอสที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังขยับตัวเพียงเล็กน้อย ไอสังหารจางๆ ที่เคยคุ้นชินในสนามรบแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างจนชายชุดดำอีกสองคนต้องชะงักฝีเท้าลงโดยสัญชาตญาณ
"เจ้ามังกรไร้ปีก... คิดจะขัดขวางการตรวจสอบของทางการงั้นรึ?" ชายที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มสวมถุงมือหนังสีเข้ม เขาแสยะยิ้มก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งพายอบใหม่และเมล็ดกาแฟคั่วกลาง "ร้านเล็กๆ ซอมซ่อกลางป่าหมอกแห่งนี้ กลับมีอิทธิพลต่อจิตใจชาวบ้านจนน่าประหลาด มีข่าวลือว่าพวกเขากินขนมของเจ้าแล้วลืมเลือนความจงรักภักดีต่อราชสำนักไปสิ้น"
รินวางเหยือกกาแฟลงเบาๆ บนจานรอง เสียงกระทบกันของเซรามิกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่กดทับ เธอเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมา สวมผ้ากันเปื้อนสีครีมที่ดูขัดกับสถานการณ์ตึงเครียดนี้อย่างสิ้นเชิง
"ความจงรักภักดี... คือสิ่งที่กินไม่ได้หรอกนะคะ" รินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา "แต่ขนมชิ้นหนึ่งของฉัน สามารถทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งปี ได้พบกับความสุขเพียงชั่วครู่ นั่นคือความผิดของฉันอย่างนั้นหรือคะที่ทำให้พวกเขา ‘มีความสุข’ เกินกว่าจะสนใจเรื่องสงครามหรือภาษีของพวกท่าน?"
"สามหาว!"
หัวหน้าหน่วยตรวจสอบก้าวเข้ามาประชิดตัวริน เซนอสขยับกายดุจสายฟ้า มือหนาคว้าเข้าที่ไหล่ของชายคนนั้นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ แรงกดมหาศาลทำให้เขาทรุดเข่าลงกับพื้นทันที
"ข้าจำได้ว่าในกฎหมายของอาณาจักร การข่มขู่เจ้าของกิจการที่เสียภาษีครบถ้วนนั้นถือเป็นความผิดลหุโทษ" เซนอสเสียงต่ำ กลิ่นอายของอดีตแม่ทัพทำเอาอากาศในห้องดูหนักอึ้ง "อย่าให้ข้าต้องลืมตัวว่าตอนนี้ข้าเป็นเพียงแค่คนสวน ไม่ใช่คนที่เด็ดหัวคนเป็นว่าเล่นในสนามรบ"
รินถอนหายใจยาว เธอเดินไปที่หน้าต่างร้านที่ถูกปิดด้วยม่านโปร่งพลางมองออกไปข้างนอก หมอกยามเย็นเริ่มทวีความหนาแน่นขึ้น มันไม่ใช่หมอกธรรมชาติ แต่มันเหมือนกำลัง ‘ตอบรับ’ ต่อความตึงเครียดภายในร้านนี้
"ปล่อยเขาเถอะค่ะเซนอส" รินกล่าวเบาๆ ก่อนจะหันมามองชายชุดดำที่เริ่มหน้าเขียว "พวกท่านต้องการอะไรกันแน่? จะตรวจสอบใบอนุญาต หรือจะให้ฉันทำอะไรให้กิน? ถ้าจะมาเพื่อสร้างความวุ่นวาย ฉันเกรงว่าวันนี้วัตถุดิบหมดแล้ว... และฉันก็ไม่มีอารมณ์จะอบขนมให้คนที่พกดาบเข้ามาในร้านกาแฟด้วยค่ะ"
ชายชุดดำกัดฟันแน่น เขาหยิบตราประทับสีแดงฉานขึ้นมาวางลงบนโต๊ะไม้ "เรามาที่นี่ตามคำสั่งเบื้องบน ร้านของเจ้าถูกเพ่งเล็งว่ามีการใช้ 'เวทมนตร์ต้องห้าม' ผสมลงในขนมเพื่อสะกดจิตผู้คน หากพิสูจน์ได้ว่าจริง... โทษของเจ้าคือการประหารชีวิตในที่สาธารณะ"
รินหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากของเธอเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยที่ลึกล้ำจนน่าใจหาย เธอเดินกลับไปหลังเคาน์เตอร์ หยิบกล่องเหล็กใบเก่าออกมา ก่อนจะหยิบเค้กช็อกโกแลตชิ้นหนึ่งที่ดูเรียบง่ายแต่น่าหลงใหลออกมาวางบนจานกระเบื้อง
"เวทมนตร์เหรอคะ?" เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "สิ่งที่ฉันใส่ลงไป มีเพียงความอดทน การคัดสรรวัตถุดิบด้วยมือตัวเอง และความทรงจำที่ฉันพยายามลืมไปพร้อมกับรสชาติหวานขมของมัน... หากท่านคิดว่านั่นคือเวทมนตร์ เชิญท่านลิ้มลองให้เต็มที่เถอะค่ะ"
หัวหน้าหน่วยตรวจสอบมองจานขนมด้วยความระแวง ก่อนจะตัดสินใจหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มเนื้อเค้กนุ่มนิ่มเข้าปาก ในวินาทีที่รสสัมผัสละลายลงบนลิ้น แววตาที่แข็งกร้าวของเขาก็สั่นไหว รสชาติที่ทั้งหวานละมุนและขมปลายของช็อกโกแลตชั้นดีผสานกับกลิ่นหอมของถั่วคั่วจางๆ มันไม่ใช่แค่ขนม แต่มันคือภาพจางๆ ของบ้านในวัยเด็ก กลิ่นไอฝนที่ตกกระทบหลังคา และอ้อมกอดของแม่ที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปี
เขานิ่งอึ้ง ส้อมในมือสั่นไหวจนร่วงลงพื้น
"รสชาตินี้มัน..." เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาเริ่มมีหยดน้ำตาเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว "ทำไม... ทำไมข้าถึง..."
"ความทรงจำมักจะเจ็บปวดเสมอเมื่อเราถูกบังคับให้ลืมมันนะคะ" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับแม่ปลอบลูก "ขนมของฉันไม่มีเวทมนตร์ มีเพียงความจริงที่ใครบางคนพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของเจ้าหน้าที่รัฐ"
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนใหม่ก้าวเข้ามาภายในร้าน เขาสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีม่วงเข้มปกปิดใบหน้าไว้ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาที่วาวโรจน์ดุจเปลวเพลิงใต้ความมืดนั้นทำให้เซนอสถึงกับชะงักและขยับตัวมาบังหน้าหญิงสาวไว้โดยอัตโนมัติ
ชายลึกลับวางจดหมายตราประทับสีทองลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รินจำได้แม่นยำจนหัวใจกระตุกวูบ
"ริน... ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้าจนได้... ท่านอาของเจ้าฝากบอกว่า 'สูตรลับ' ที่เจ้าขโมยมา ถึงเวลาที่ต้องส่งคืนให้แก่ราชวงศ์ที่แท้จริงแล้ว"
เบเกอรี่มิติต่างโลกขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมสัมผัสความลับอันแสนหวานและขมขื่นไปพร้อมๆ กันนะคะ หวังว่าจะพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 9
แขกไม่ได้รับเชิญจากเมืองหลวง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!