คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 7

เมื่อผลไม้ในสวนสุกงอม

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวที่ลอยอวลอยู่เหนือเตาทองแดงขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่กลิ่นของผลไม้ป่าที่ถูกเคี่ยวจนงวดกับน้ำตาลอ้อยทิพย์นะคะ แต่มันคือกลิ่นของความทรงจำที่กำลังถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพ รินใช้พายไม้เนื้อเนียนกวนส่วนผสมในหม้อด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แววตาสีเขียวมรกตภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนประกายสีแดงทับทิมระยิบระยับจากผล 'บลัดเบอร์รี่' ที่ส่งตรงจากสวนหลังคาเฟ่ ลูกโตๆ ที่เซนอสช่วยเก็บเกี่ยวด้วยความทะนุถนอมเมื่อยามรุ่งสาง ผลไม้เหล่านี้ผ่านการอาบน้ำค้างแห่งมิติลี้ลับมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งเนื้อในฉ่ำหวานและเปล่งประกายแสงเรืองรองจางๆ ยามเมื่อโดนความร้อน "ระวังหน่อย ริน... ไฟตรงมุมซ้ายเริ่มแรงเกินไปแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเซนอสที่ก้าวเข้ามาประชิด อดีตแม่ทัพเผ่ามังกรในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมตัวโคร่งยื่นมือเข้ามาปรับวาล์วเตาไฟให้เบลงอย่างรู้ใจ ปลายนายนิ้วของเขาเฉียดผ่านหลังมือเรียวของเธอเพียงนิดเดียว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด รินชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ "ขอบคุณค่ะเซนอส... ถ้าไม่ได้คุณช่วยควบคุมความร้อน แยมหม้อนี้คงไหม้ขอบไปนานแล้วล่ะค่ะ" "ฉันแค่มือไวไปหน่อยเท่านั้น" เซนอสตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาสีทองคมกริบกลับทอดมองใบหน้าด้านข้างของเธอด้วยความอ่อนโยนที่มักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทีนิ่งขรึม "อีกอย่าง... ฉันไม่อยากให้ความตั้งใจหลายเดือนของเธอต้องเสียหาย ปลูกมาตั้งนานกว่าผลไม้พวกนี้จะสุกงอมไม่ใช่หรือไง" ใช่ค่ะ... มันไม่ใช่แค่ผลไม้ธรรมดา แต่มันคือผลผลิตจากดินที่เธอและเขาช่วยกันพลิกฟื้นขึ้นมาจากผืนดินแห้งแล้ง รอบตัวพวกเขามีเสียงกระซิบจากชาวเมืองที่เริ่มทยอยมารวมตัวกันที่หน้าร้าน เสียงเคาะกระจกเบาๆ และเสียงพูดคุยถึงกลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งไปทั่วตรอก ทำให้รู้ว่าข่าวเรื่อง 'แยมผลไม้ป่าสูตรพิเศษประจำฤดูกาล' ของคาเฟ่ลับหลังม่านหมอกได้แพร่สะพัดออกไปไกลแค่ไหนแล้ว ประตูไม้โอ๊กหนาหนักถูกผลักเปิดออก เสียงกระดิ่งทองเหลืองกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นต้อนรับผู้มาเยือน กิลберт พ่อค้าเร่เผ่าคนแคระร่างหนา ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยหนวดเคราสีเทายาวเฟื้อยสูดกลิ่นฟودเข้าปอดลึกจนจมูกบาน "ให้ตายสิ แม่นางริน! ข้าเดินตามกลิ่นนี้มาจากอีกฟากของจัตุรัสเลยนะ วันนี้มีอะไรมาล่อตาล่อใจคนแก่อีกเล่า" "สวัสดีค่ะคุณกิลเบิร์ต วันนี้เราไม่ได้มีแค่ขนมธรรมดาค่ะ..." รินวางพายไม้ลง หันมาส่งยิ้มพิมพ์ใจให้แขกผู้มาเยือน พร้อมกับหยิบขวดโหลแก้วใสแจ๋วที่บรรจุแยมสีทับทิมเนื้อเนียนข้นขึ้นมาโชว์ใต้แสงไฟนวลตา "นี่คือ 'แยมบลัดเบอร์รี่รัตติกาล' ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานกว่าห,กชั่วโมง ทานคู่กับโฮมเมดสโคนอุ่นๆ ที่เพิ่งออกจากเตาร้อนๆ รับรองว่าจะลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปเลยค่ะ" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มลูกค้าที่เริ่มเดินเบียดเสียดกันเข้ามาภายในร้าน ทั้งเอลฟ์สาวผู้เงียบขรึม พ่อค้ามนุษย์หน้าตาตื่นเต้น และเด็กน้อยเผ่าภูตตัวจิ๋วที่เกาะขอบเคาน์เตอร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ขวดแยมสีสวยราวกับอัญมณี เซนอสขยับตัวไปยืนบังหน้าเคาน์เตอร์ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้คุ้มกัน แม้ใบหน้าจะผ่อนคลายลงมากแล้วจากการใช้ชีวิตที่นี่ แต่รังสีความน่าเกรงขามบางเบายังคงทำให้ลูกค้าบางส่วนเว้นระยะห่างอย่างให้เกียรติ รินส่งสายตาปรามเล็กน้อยให้ชายหนุ่ม ก่อนจะลงมือตักสโคนชิ้นโตที่อบจนผิวกรอบร่วนสีทองสวย วางลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ราดด้วยแยมบลัดเบอร์รี่ฉ่ำๆ ที่ยังมีควันลอยกรุ่น และโปะท็อปปิ้งด้วยวิปครีมสดเนื้อเนียนนุ่ม จานแรกถูกส่งตรงไปให้กิลเบิร์ต พ่อค้าคนแคระรับไปถือด้วยมืออันสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น เขาใช้ส้อมตัดสโคนชิ้นพอดีคำให้เข้ากับแยมสีแดงฉ่ำ แล้วส่งเข้าปากทันทีโดยไม่รอให้เย็นลง ความเงียบงันชั่วขณะเกิดขึ้นในคาเฟ่ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟังคำตัดสินจากนักชิมปากร้ายประจำเมือง กิลเบิร์ตเบิกตากว้าง ร่างหนาทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นกลายเป็นความเคลิบเคลิ้ม รสชาติเปรี้ยวอมหวานของบลัดเบอร์รี่พุ่งชนต่อมรับรสราวกับการระเบิดของดอกไม้ไฟในยามค่ำคืน ความกรุบกรอบของเมล็ดเล็กๆ ผสมผสานกับความมันเนยของสโคนร้อนๆ และความละมุนของวิปครีม ทำให้เกิดมิติรสชาติที่ไม่เคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน มันไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่เป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารตรงดิ่งเข้าสู่หัวใจ "อื้อหือ..." กิลเบิร์ตพึมพำออกมา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง "นี่มัน... รสชาติของบ้าน รสชาติของวันที่พวกเรายังเด็ก... แม่นางริน เจ้าใส่มนต์วิเศษอะไรลงไปกันแน่!" เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นจากรอบด้าน ทันใดนั้น ความโกลาหลเล็กๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าทุกคนต่างแย่งกันสั่งซื้อแยมโหลนี้ จนเซนอสต้องออกปากจัดระเบียบแถวอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด รินยืนมองความสำเร็จตรงหน้าด้วยความอิ่มเอมใจ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหลายเดือนมลายหายไปจนหมดสิ้น ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากนอกร้าน เป็นเสียงที่แปลกแยกและไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนบนโต๊ะวูบไหว ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งด้วยฮู้ดลึกลงมา ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางร้าน รังสีความเย็นเยียบแผ่ซ่ายจนลูกค้าทุกคนหุบยิ้มและถอยร่นโดยอัตโนมัติ เซนอสขยับร่างไปบังหน้ารินทันที มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ นัยน์ตาสีทองหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวังขั้นสุด "ไม่คิดเลยว่า อดีตแม่ทัพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ จะลดตัวลงมาเป็นคนรับใช้คอยกวนหม้อแยมให้มนุษย์ชั้นต่ำในดินแดนรกร้างแห่งนี้..." เสียงแหบพร่าเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือเรียวซีดเซียวที่เอื้อมขึ้นดึงฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียวคมคายดุจปีศาจ และดวงตาสีเงินยวดยวนที่จับจ้องตรงมายังรินด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "องค์ชายวิคเตอร์..." เซนอสกัดฟันกรอด ชื่อนั้นหลุดลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ รินเบิกตากว้างเมื่อมองข้ามไหล่ของเซนอสไป ปลายมีดสั้นที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับในมือของแขกผู้มาเยือน ไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เซนอส... แต่มันกำลังจดจ่ออยู่กับขวดโหลแยมบลัดเบอร์รี่ขวดสุดท้ายบนโต๊ะ ที่มีรอยประทับตราสัญลักษณ์โบราณตระกูลของเธอเอง ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ก้นขวดอย่างแนบเนียน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ และเตรียมพบกับความจริงที่ซ่อนอยู่หลังโหลแยมโหลนี้ในตอนถัดไปนะคะ * * * ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%