"ผมไม่ได้ขอให้คุณมารับผิดชอบ... ผมขอให้คุณรู้จักถอยออกไปให้ห่างจากชีวิตของแม่ลูกเราต่างหาก คณิน"
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งร่องรอยของความโหยหาในอดีต ราวกับว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในเวลานี้ ไม่ใช่คนที่เธอเคยนอนร่วมเตียงและมอบหัวใจให้ทั้งดวงเมื่อหลายปีก่อน ท่าทีที่หมางเมินและกำแพงหนาเตอะที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเศษซากความช้ำระทมในอดีต คือเกราะป้องกันชั้นดีที่เธอใช้ประกาศให้เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาได้ตายไปนานแล้ว
คณินกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบที่เคยใช้มองโลกด้วยความเย่อหยิ่งและเชื่อมั่นว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง บัดนี้กลับสั่นไหวและเต็มไปด้วยร่องรอยความสำนึกผิด เขายืนอยู่กลางห้องรับแขกในคอนโดมิเนียมหรูของเธอ—สถานที่ที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำพูดดูถูกเหยียดหยามเมื่อครั้งวันวาน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ ชั่วขณะหนึ่งมีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความอึดอัด คณินยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองช้าๆ เป็นอาการแสดงความประหม่าที่คนระดับเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
"ผมรู้... ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะเอ่ยปากขอร้องให้คุณอภัย" คณินเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตภรรยา "แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา... นับตั้งแต่วันที่เราหย่ากัน วันที่คุณเดินจากไปพร้อมกับความว่างเปล่าที่ผมเป็นคนสร้างขึ้น บ้านหลังนั้นมันไม่เคยมีความหมายอีกเลย พิมพ์"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาที่เคลือบอยู่บนเรียวปากบาง
"เพิ่งมารู้สึกเอาวันที่สายไปแล้วอย่างนั้นเหรอครับ คุณคณิน" เธอจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงประชดประชัน "ตอนที่คุณไล่เราแม่ลูกออกไปจากชีวิต ตอนที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นแค่ภาระผูกพันไร้ค่า คุณเคยคิดถึงความรู้สึกนี้บ้างไหม? หรือว่าความรู้สึกผิดมันเพิ่งจะทำงาน ก็ต่อเมื่อคุณหันไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่าที่คุณเป็นคนไขว่คว้าหามาเอง"
คำพูดของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า ย้ำเตือนความจริงอันน่ารังเกียจที่เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ คณินทำได้เพียงหลับตาลงรับความเจ็บปวดนั้น ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ยอมจำนนต่อความผิดบาปที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังมาจากทางห้องนอน
"แม่จ๋า! พีทตื่นแล้วนะฮะ"
ร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูนวิ่งออกมา ขยี้ตาปอยๆ ด้วยความง่วงงุน ก่อนที่ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้นจะชะงักกึกเมื่อเห็นแขกแปลกหน้ายืนอยู่ภายในห้อง น้องพีทเอียงคอมองคณินด้วยความสงสัย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
คณินรู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่อก หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อได้สบตากับเด็กชาย—เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง—คนที่เขาเคยเกือบทำลายอนาคตตั้งแต่อยو่ในครรภ์
พิมพ์มาดารีบก้าวเข้าไปอุ้มลูกชายเข้าสู่ออก มากายของเธอกอดกระชับเด็กน้อยไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกวาดมองอดีตสามีด้วยความระแวดระวัง ราวกับแม่นกที่กำลังปกป้องลูกน้อยจากเหยี่ยวร้าย
"พะ... พีท ลูกขา มานี่มาหาแม่เร็a" เธอเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยนทันทีที่พูดกับลูก
แต่น้องพีทกลับชะโงกหน้ามองข้ามไหล่ของมารดา ดวงตากลมโตจ้องมองคณินไม่วางตา เด็กน้อยเอียงคอมองผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับสายใยบางๆ ที่มองไม่เห็นกำลังดึงดูดเขากลับสู่ผู้เป็นพ่อ
"คุณลุง... คนนั้นใครเหรอฮะแม่?" เสียงใสแจ๋วเอ่ยถาม พลางชี้มือไปยังคณิน
คณินรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ คำว่า "คุณลุง" จากปากของลูกชายแท้ๆ บีบคั้นหัวใจของเขาให้แหลกสลายเป็นจุล มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบหน้าฉาดใหญ่เสียอีก ความจริงที่ว่าเขาเป็นพ่อแต่กลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะให้ลูกเรียก พรั่งพรูเข้ามาตอกย้ำความล้มเหลวในชีวิตของเขา
คณินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เขาค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นห้อง เพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับเด็กน้อย แม้จะรู้ว่าอาจจะถูกปฏิเสธหรือถูกไล่ตะเพิด แต่วินาทีนี้ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อเอื้อมมือคว้าโอกาสครั้งที่สองที่สวรรค์อาจจะเมตตาประทานให้
"สวัสดีครับ... น้องพีท" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ รอยยิ้มที่ฝืนส่งไปนั้นเจือความเศร้าสร้อยอย่างถึงที่สุด "ลุง... เอ, ลุงขอโทษนะที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต"
น้องพีทกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันไปซุกใบหน้าลงกับซอกคอของมารดา พลางกระซิบถามเบาๆ แต่วรรคคำนั้นกลับดังชัดเจนในความเงียบ "แม่จ๋า ทำไมคุณลุง... หน้าตาเหมือนพีทเลยล่ะฮะ?"
คำถามเพียงประโยคเดียวจากเด็กวัยสามขวบ ทำให้พิมพ์มาดาชะงักงัน เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ ขณะที่คณินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวังและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังกดทับความรู้สึกของคนทั้งสามให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์อันซับซ้อน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคณินก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คณินขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ เขาไม่ได้สนใจจะหยิบมันขึ้นมาดูด้วยซ้ำ จนกระทั่งหน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า—เป็นเลขาคนสนิทของเขาที่รับหน้าที่จัดการสืบสวนเรื่องราวในอดีตทั้งหมด
เขากำลังจะกดตัดสายทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทต่อหน้าพิมพ์มาดาและลูกชาย แต่ปลายนิ้วกลับชะงักก้างเมื่อข้อความแจ้งเตือนทางแอปพลิเคชันไลน์เด้งขึ้นมาตัดหน้าจอโทรศัพท์เสียก่อน
มันเป็นไฟล์เอกสาร PDF พร้อมข้อความสั้นๆ จากห้องปฏิบัติการตรวจDNA ที่เขาแอบสั่งให้ตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเด็กชายเมื่อหลายวันก่อน
**[ด่วน: ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Paternity Test) ระหว่าง นายคณิน และ เด็กชายพีท... ระบุความน่าจะเป็น 99.99%]**
ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นในความสลัวของห้องรับแขก ลมหายใจของเขาติดขัด ขาทั้งสองข้างแทบทรุดลงไปกองกับพื้น โลกทั้งใบหยุดหมุนลงในวินาทีนั้น ความจริงที่เขาเคยสงสัยบัดนี้ถูกประทับตราด้วยวิทยาศาสตร์อย่างไร้ข้อกังขา
คณินเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตารื้นน้ำตาคู่เดิมมองตรงไปยังพิมพ์มาดาที่ยังคงอุ้มลูกน้อยไว้แน่น โดยไม่รู้เลยว่า ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปี ได้พังทลายลงในอุ้งมือของเขาเรียบร้อยแล้ว
"พิมพ์..." คณินเอמהเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่สั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุม "ผมรู้ความจริง... ทุกอย่างแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 27
เปิดใจครั้งที่สอง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!