เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคณินในค่ำคืนนี้ ช่างไร้ราคาและสายเกินกว่าจะซื้อเวลาสามปีที่ถูกเผาผลาญทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย
"พ่อครับ... รถคันนี้วิ่งเร็วจังเลย"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นที่เพิ่งรีโนเวทใหม่เพื่อต้อนรับการกลับมาของสายเลือดแท้ๆ น้องพีทกำลังนั่งอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพง มือป้อมๆ ถือกำปั้นรถโมเดลเหล็กคันหรูที่คณินเพิ่งสั่งนำเข้าจากต่างประเทศมาวางกองไว้ตรงหน้าเป็นภูเขาเลากา ทว่าเด็กน้อยกลับไม่ได้ตื่นเต้นกับมูลค่าของเล่นเหล่านั้นแต่อย่างใด สิ่งที่เด็กวัยนี้ต้องการไม่ใช่แบรนด์เนมหรือห้องนอนกว้างขวางราวกับคฤหาสน์ หากแต่เป็นรอยยิ้มและการกอดจากแม่... และความอบอุ่นที่มั่นคงซึ่งคณินไม่เคยมีให้ในวันที่พวกเขายังใช้นามสกุลเดียวกัน
คณินนั่งคุกเข่าลงบนพื้นพรม สายตาคมกริบที่เคยใช้กดคู่แข่งทางธุรกิจนับร้อยล้านกลับสั่นไหวระริกยามมองหน้าลูกชาย ดวงตาของเด็กน้อยถอดแบบมาจากพิมพ์มาดา... ภรรยาเก่าที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกสลายคามือ
"ชอบไหมครับพีท รถคันนี้พ่อสั่งทำพิเศษเพื่อลูกเลยนะ" คณินฝืนยิ้ม พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในชีวิต เกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม
น้องพีทเงยหน้าขึ้นมอง ชะงักมือที่กำลังเล่นล้อรถเล็กน้อย ดวงตากลมโตใสแป๋วไร้เดียงสาเอียงคอถามด้วยความซื่อตามประสาเด็ก "แล้ว... คุณแม่ล่ะครับ ทำไมคุณแม่ถึงไม่ยิ้มเวลาที่พ่อเอาของเล่นพวกนี้มาให้?"
คำถามเดียวจากเด็กสามขวบ ราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล คณินชะงักค้าง มือที่กำลังลูบหัวลูกชายชาดิกจนแทบไร้ความรู้สึก เขารู้ดีแก่ใจ... สามปีที่เขาละเลย ปล่อยให้พิมพ์มาดาต้องอุ้มท้อง ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ เผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและความหวาดกลัวในสังคมที่โหดร้ายด้วยตัวคนเดียว สามปีที่เขาเอาแต่กอบโกยความสำเร็จและใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองโดยไม่เคยเหลียวแลว่าสองแม่ลูกจะมีข้าวกินประทังชีวิตหรือไม่
และตอนนี้... เมื่อเขาสำนึกได้ เมื่อเขามีเงินพันล้านที่พร้อมจะซื้อทุกสิ่งบนโลกใบนี้ให้ เขากลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า "เวลา" ที่เสียไปแล้ว ไม่มีวันเอาคืนกลับมาได้ด้วยเช็คเงินสดแม้แต่ใบเดียว
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูกระจกใสบานใหญ่ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างระหงในชุดทำงานเรียบเฉยแต่สง่างามของพิมพ์มาดาจะก้าวเข้ามา เธอไม่ได้มองหน้าคณินแม้แต่น้อย สายตานิ่งสนิทคู่นั้นทอดมองตรงไปยังลูกชายด้วยความรักล้นปรี่
"น้องพีทครับ ได้เวลาเข้านอนแล้วลูก ดึกมากแล้วนะ" เสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบและเยือกเย็น เป็นความเย็นชาที่น่ากลัวกว่าการตะโกนด่าทอ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขาได้กลายเป็น "อากาศธาตุ" ในสายตาเธอไปเสียแล้ว
"คุณแม่ครับ... พ่อบอกว่าจะพาผมไปสวนสนุกวันพรุ่งนี้" เด็กน้อยวิ่งเข้าไปซุกตัวกับอ้อมอกของมารดา พิมพ์มาดาก้มลงโอบกอดลูกน้อยแนบ
คณินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บแปลบ ชายหนุ่มพยายามก้าวเข้าไปหา อ้าปากหมายจะเอ่ยคำขอร้องหรือข้อเสนอใดๆ ที่จะพอช่วยเยียวยาความผิดบาปในอดีต
"พิมพ์... ผมแค่อยากชดเชย..."
"ชดเชยหรือครับคุณคณิน?" พิมพ์มาดาหันกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มที่มุมปากของเธอมันช่างเย้ยหยันและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณเอาอะไรมาพูดว่าชดเชย? เงินเหรอ? หรือของเล่นราคาแพงพวกนี้? คุณคิดว่าเวลาสามปีที่ฉันต้องร้องไห้จนหลับไปพร้อมกับลูกในห้องเช่าแคบๆ คุณคิดว่ามันตีเป็นมูลค่ากี่บาทเหรอครับ?"
น้ำเสียงที่นิ่งสนิทแต่เฉียบคมราขมิ้นปูนนั้น ทำเอาคณินพูดไม่ออก ลำคอตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ข้างใน เขาอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าเขากำลังสำนึกผิด เขากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อไถ่บาป แต่มันช่างน่าสมเพชเสียเหลือเกินเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอในอดีต
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำมันให้อภัยไม่ได้ แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้ดูแลพวกคุณบ้างเถอะนะ พิมพ์" คณินเอ่ยเสียงสั่น ประโยคที่ผู้ชายทระนงตนไม่เคยปริปากพูดกับใครมาก่อนในชีวิต บัดนี้กลับเอ่ยออกมาด้วยความสิ้นหวัง
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวและไร้เยื่อใยเช่นเดิม เธอก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ชายตามองอดีสามีด้วยหางตา
"เก็บความพยายามนั้นไว้ใช้กับคนอื่นเถอะครับคุณคณิน เพราะสำหรับฉันและลูก... ที่ตรงนี้ไม่มีที่ว่างให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกแล้ว และต่อให้คุณเอาเงินทั้งบริษัทมาแลก มันก็ซื้อความทรงจำที่เจ็บปวดพวกนั้นคืนมาไม่ได้หรอก"
พูดจบ พิมพ์มาดาก็อุ้มลูกเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้คณินยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องหรูที่เงียบงัน ความมั่งคั่งรอบตัวในเวลานี้กลายเป็นกรงขังที่เหน็บหนาวที่สุดในโลก
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง มือหนากุมขมับแน่น ความรู้สึกผิดและภาพอดีตอันเลวร้ายกำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดครอบงำจิตใจจนแทบหายใจไม่ออก เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ
คณินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความรำคาญใจ แต่พอกวาดสายตาอ่านข้อความและภาพถ่ายที่ถูกส่งเข้ามาจากเบอร์แปลกปลอม หัวใจที่กำลังเจ็บปวดอยู่แล้วกลับหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
มันคือภาพถ่ายของพิมพ์มาดากำลังยืนอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง... ผู้ชายที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี และในมือของชายคนนั้นกำลังถือ "เอกสารสำคัญบางอย่าง" ที่ทำให้คณินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 28
วันคืนที่หายไป
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!