เสียงเหล็กกระทบกันดังกึกก้องบาดประสาท ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายภายในโกดังร้างนอกเมือง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและน้ำมันเครื่องผสมปนเปไปกับกลิ่นเหงื่อไคล บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ พิมพ์มาดาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เธอพยายามก้าวเดินออกมาเพื่อเริ่มต้นใหม่อย่างสงบ จะต้องมาเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่ถูกตามล่าจากศัตรูทางธุรกิจของคณิน
ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก ร่างบางถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนเปลือย เย็นเฉียบ ความกลัวไม่ได้เกาะกุมหัวใจเธอเพราะห่วงชีวิตตัวเอง แต่มันคือภาพของ "น้องพีท" ลูกชายตัวน้อยที่เธอกอดประคองไว้แนบอกต่างหากที่ทำให้มือเรียวสั่นเทา
"ถอยไปให้พ้น!" พิมพ์มาดาตวาดเสียงกร้าว แม้เสียงจะสั่นพร่า ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทในมือของชายฉกรรจ์ตรงหน้าเล็งตรงมาที่ร่างของเธอและลูกอย่างไร้ความปรานี
ในวินาทีเป็นตายเท่ากันนั้น ร่างสูงสง่าของคณินที่พุ่งทะยานเข้ามาในโกดังผ่านม่านฝุ่นก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่ง ทรนง และมองโลกด้วยสายตาเย็นชามาตลอดชีวิต บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับมีเพียงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อสิ่งเดียวที่จะสูญเสียไปตลอดกาล
"ระวัง!"
คณินไม่ใช้เวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีในการคิดคำนวณความคุ้มค่า เขาทิ้งตัวพุ่งเข้าใส่ร่างของพิมพ์มาดาและลูกชายอย่างไม่คิดชีวิต แรงกระแทกทำให้ทั้งสามร่างล้มกลิ้งไปกระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็ง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ พร้อมกับเศษปูนที่แตกกระจายเหนือศีรษะพวกเขาไปเพียงคืบ
กระสุนนัดนั้นเฉียดไหล่กว้างของคณินไปอย่างฉิวเฉียด กลิ่นควันปืนและเลือดสีสดที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีจนกลายเป็นสีคล้ำ คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"คณิน!" เสียงหวานอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนตื่นกลัว พิมพ์มาดารีบประคองร่างหนาที่ทาบทับปกป้องเธอและลูกเอาไว้ในอ้อมแขน แววตาที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยกำแพงแห่งความเกลียดชัง บัดนี้สั่นไหวระริก เธอเห็นหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากมนของอดีสามี และรอยเลือดที่เริ่มซึมเปื้อนเสื้อผ้าของเขา
"คุณ... เจ็บตรงไหนไหม พีทเป็นอะไรหรือเปล่า" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามด้วยความร้อนรน ทั้งที่ใบหน้าของเขาเองบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการกระแทกและบาดแผล
พิมพ์มาดานิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยความเจ็บปวดในอดีต คล้ายมีรอยร้าวเกิดขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกผิดบาปและการปกป้องด้วยชีวิตของชายที่เคยทำร้ายเธออย่างไร้เยื่อใย กำลังตีรัน Fวนเวียนอยู่ในอก มือเรียวที่สั่นเทายื่นไปแตะรอยเลือดที่หัวไหล่ของเขาโดยไม่รู้ตัว
"ทำไม... คุณทำแบบนี้ทำไม คุณควรจะห่วงตัวเองสิ!" พิมพ์มาดาเอ่ยตัดพ้อ น้ำตาสองสายไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีพรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงสะื้น
คณินฝืนยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดลึกซึ้ง ดวงตาคมกริบทอดมองอดีตภรรยาและเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยความรักที่เพิ่งตระหนักรู้ "เพราะผมปล่อยให้คุณกับลูกเจ็บปวดมามากพอแล้ว... ถ้าวันนี้ผมต้องเสียพวกคุณไปอีก ชีวิตผมก็ไม่รู้จะมีค่าอะไร"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้า Zไปในขั้วหัวใจของพิมพ์มาดา กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงในพริบตา ความโกรธแค้น ความน้อยเนื้อต่ำใจ ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นสายหนึ่งที่ไหล뢰ผ่านเข้ามาในความมืดมนของจิตใจ เธอตระหนักได้ในนาทีนั้นเองว่า ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาและอำมหิตของคณิน เขายังคงมีหัวใจ—หัวใจที่ยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจเพื่อปกป้องเธอและลูก
เหตุการณ์ชุลมุนจบลงเมื่อตำรวจที่คณินประสานงานไว้บุกเข้าชาร์จตัวคนร้ายได้ทันท่วงที เสียงไซренаรถตำรวจระงมไปทั่วบริเวณ แต่ภายในโกดังร้างแห่งนั้น กลับมีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสอง
หลายวันผ่านไป คณินต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง บาดแผลที่หัวไหล่แม้จะไม่สาหัสถึงชีวิต แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นพอสมควร ประตูห้องพักพิเศษถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างบางของพิมพ์มาดาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของซุปไก่ตุ๋นยาจีน เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความแข็งกระด้างถูกแทนที่ด้วยความใส่ใจที่แม้เจ้าตัวจะพยายามซ่อนไว้ แต่มันก็แสดงออกผ่านแววตา
"คุณยังไม่นอนอีกเหรอ" พิมพ์มาดาวางปิ่นโตลงบนโต๊ะข้างเตียง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าวันวานอย่างเห็นได้ชัด
คณินที่พิงตัวอยู่บนหัวเตียงเงยหน้าขึ้นมอง เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่มือเล็กๆ อีกข้างจูงน้องพีทเข้ามาด้วย เด็กน้อยวิ่งดุ๊กๆ ไปหาผู้เป็นพ่อด้วยความคุ้นเคยที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
"ผมนอนไม่ค่อยหลับครับ..." คณินตอบตามตรง สายตามองตามร่างบางที่กำลังจัดแจงเทซุปใส่ชามอย่างคล่องแคล่ว "ขอบคุณนะพิมพ์... ที่วันนี้คุณยอมมาเยี่ยมผม"
พิมพ์มาดาชะงักมือไปเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตาคมคายนั้น ตรงๆ "ฉันไม่ได้มาเพราะเห็นแก่คุณ... แต่ฉันมาเพราะลูก ลูกอยากมาหาคุณต่างหาก" ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็งตามฟอร์ม แต่อาการหลบสายตาและพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อนั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังเขินอาย
คณินระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาเคยมีมาในรอบหลายปี "ต่อให้คุณจะอ้างลูก หรืออ้างเหตุผลอะไรก็ตาม... แค่คุณกับลูกยอมก้าวเข้ามาในห้องนี้ ยอมให้ผมได้มองเห็นพวกคุณใกล้ๆ แบบนี้ ผมก็มีความสุขมากแล้วล่ะครับ"
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดเช่นในอดีต หากแต่เป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ค่อยๆ เติบโตและเชื่อมโยงหัวใจสองดวงเข้าหากัน พิมพ์มาดายื่นชามซุปให้เขา ความใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะ มือของเขาสัมผัสมือเธอแผ่วเบาตอนรับชามซุปกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่างจนต้องรีบชักมือกลับ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความละมุนละไม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
*ก๊อกๆ*
ประตูห้องเปิดออกโดยพนักงานพยาบาลผู้ดูแล พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ เธอยื่นมันให้คณินด้วยความเคารพ "ผลตรวจที่ท่านประธานให้ทางเราเร่งดำเนินการ... ออกมาเรียบร้อยแล้วค่ะ"
คณินรับซองเอกสารนั้นมาด้วยความสงสัย ขณะที่พิมพ์มาดาขมวดคิ้วมองด้วยความไม่เข้าใจ ร่างสูงจัดการแกะผนึกซองออก หยิบกระดาษแผ่นสำคัญขึ้นมาอ่าน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาไปยังบรรทัดสุดท้ายของผลตรวจทางพันธุกรรมที่ระบุความสัมพันธ์อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
กระดาษแผ่นนั้นหลุดจากมือร่วงหล่นลงบนพื้นเตียง พิมพ์มาดาเห็นท่าทีผิดปกติจึงก้มลงหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความสงสัย แต่พอสายตากวาดผ่านตัวอักษรและเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันของ DNA พลังงานรอบตัวเธอก็แทบหยุดนิ่ง
ชื่อของคณินและเด็กชายพีท... ถูกระบุว่าเป็นพ่อลูกกันอย่างสมบูรณ์แบบ 100%
ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะได้เอ่ยถามอะไร เสียงผลักประตูก็ดังปังขึ้นอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย สีหน้าของแขกผู้มาเยือนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราด ดวงตากวาดมองคณินและพิมพ์มาดาสลับกันไปมาด้วยความเคียดแค้น
"แก... สองคนกำลังเล่นตลกอะไรกัน!"
- บันทึกคนจร -
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 26
ปกป้องคนสำคัญ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!