หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 10

ความเหมือนที่น่าตกใจ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นกาแฟดำราคาแพงระยับที่ส่งกลิ่นกรุ่นอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้สมองของคณินปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความอ่อนล้าที่สะสมมาหลายคืน ความจริงที่ว่า "พิมพ์มาดา" ในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหน้าให้เขาเหยียบย่ำอีกต่อไป มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ภาพของอดีตภรรยาที่ก้าวเดินออกจากชีวิตเขาไปอย่างสง่างาม โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเศษเงินที่เขาเคยโยนให้เป็นค่าเยียวยา มันคือนามธรรมแห่งความพ่ายแพ้ที่คณินไม่เคยลิ้มรสมาก่อนในชีวิต และยิ่งเขาพยายามสืบเสาะหาความเคลื่อนไหวของเธอมากเท่าไหร่ กำแพงความลับที่เธอก่อขึ้นก็ยิ่งหนาทึบขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งบ่ายวันนี้... เอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งถูกวางปะปนมากับแฟ้มรายงานการประชุมที่เลขาฯ นำเข้ามาให้ "นี่มันอะไรกัน..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองด้วยความฉงน เมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง มันไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ ไม่ใช่สัญญาซื้อขายที่ดินแปลงงามที่เขากำลังแย่งชิงกับคู่แข่งทางการค้า แต่มันคือซองใส่ภาพถ่ายขนาดโพลาลอยด์ที่ร่วงหล่นออกมาบนโต๊ะทำงาน คณินชะงัก ลมหายใจของเขาพลันสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนกระดาษภาพถ่ายแผ่นนั้น ในภาพ... พิมพ์มาดาไม่ได้อยู่คนเดียว รอยยิ้มที่เธอมอบให้เด็กชายตัวเล็กวัยราวๆ สามขวบในอ้อมแขนนั้น เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความรักล้นปรี่ ซึ่งคณินไม่เคยได้รับมันเลยตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกัน รอยยิ้มที่สว่างไสวเสียจนหัวใจของคนมองกระตุกวาบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทว่า... สิ่งที่ทำให้ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่รอยยิ้มของพิมพ์มาดา แต่เป็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยในภาพต่างหาก โครงหน้าเรียוได้รูป จมูกโด่งรั้นที่เป็นสันคมคาย และโดยเฉพาะ... นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นที่กำลังมองตรงมายังเลนส์กล้อง มันคือพิมพ์เขียวอันสมบูรณ์แบบที่ถอดรหัสมาจากกระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอนของเขาเอง "เป็นไปไม่ได้..." คณินสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว มือหนาที่ถือภาพถ่ายสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกลางวันแสกๆ เขารีบคว้าภาพถ่ายอีกหลายใบที่อยู่ในซองนั้นขึ้นมาดูด้วยความร้อนรน ภาพแล้วภาพเล่า... ภาพเด็กชายกำลังหัวเราะร่าเริงริมสนามหญ้า ภาพเด็กน้อยกำลังทำแก้มป่องด้วยความงอน และภาพที่เด็กคนนั้นกำลังหลับพริ้มอยู่บนเตียง ทุก2องศา ทุกสัดส่วนของใบหน้านั้นตะโกนบอกความจริงที่โง่เง่าเกินกว่าที่เขาจะปฏิเสธได้ เด็กคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ความรู้สึกผิดบาปและความตกใจระลอกใหญ่โถมกระหน่ำใส่ชายหนุ่มราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ช่วงเวลาก่อนที่เราจะหย่าขาดกัน พิมพ์มาดาเคยพยายามเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่วันนั้น... เขาเลือกที่จะปัดมันทิ้งด้วยคำพูดที่แสนเย็นชาและดูถูกเหียดหยามว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงหิวกระหายในทรัพย์สิน จนเธอต้องเลือกที่จะเก็บกระเป๋าเดินจากไปพร้อมกับความเงียบงัน เธอดับความหวังของเขาด้วยมือของเธอเอง หรือแท้จริงแล้ว... เป็นเขาต่างหากที่เป็นคนผลักไสสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองออกไปจากบ้านหลังนั้น ด้วยความเย่อหยิ่งจองหองของตนเอง "คุณทำแบบนี้ทำไม พิมพ์มาดา..." คณินคำรามออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่ออดีตภรรยาบัดนี้มลายหายSสิ้น เหลือเพียงความเคว้งคว้างและคำถามนับร้อยที่วิ่งวนอยู่ในหัว ถ้าเด็กคนนี้คือลูกของเขา นั่นหมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พิมพ์มาดาต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว ความยากลำบาก และความเจ็บปวดจากการถูกเขาตราหน้าว่าเป็นเพียงภรรยาไร้ค่าเพียงลำพัง โดยที่เธอแบกท้องโตๆ นั้นหนีไปอย่างไร้ที่พึ่งพิง แล้วไหนจะชื่อของเด็กคนนั้นอีก... น้องพีท ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้แม้กระทั่งการมีตัวตนอยู่ คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างลืมตัว ขายาวก้าวเดินวนไปวนมาภายในห้องทำงานอย่างไร้ทิศทาง ภาพถ่ายในมือถูกกำไว้แน่นจนมุมกระดาษยับยู่ยี่ หัวใจที่เคยด้านชาและเชื่อมั่นมาตลอดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง บัดนี้กลับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความจริงที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างตบหน้าเขาได้อย่างเจ็บแสบยิ่งกว่าการสูญเสียหุ้นนับพันล้านเสียอีก เขารู้สึกเหมือนคนใกล้ตายที่กำลังขาดอากาศหายใจ ความกระหายที่จะพุ่งตัวไปหาคำตอบจากปากของพิมพ์มาดากำลังแผดเผาช่องอก ทุกวินาทีที่ผ่านไปหลังจากเห็นภาพถ่ายใบนั้น มันนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมากดต่อสายหาเลขาฯ ส่วนตัวด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและร้อนรนกว่าทุกครั้ง "ยกเลิกตารางงานทั้งหมดของผมบ่ายนี้... แล้วหาที่อยู่ปัจจุบันของพิมพ์มาดาให้ผม เดี๋ยวนี้!" เขาวางสายลงทันทีโดยไม่รอฟังคำท้วงติง สายตาคมกริบกวาดมองกลับไปยังภาพถ่ายบนโต๊ะอีกครั้ง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นของลูกชายในภาพราวกับกำลังมองทะลุเข้ามาในก้นบึ้งความรู้สึกผิดของเขา ทว่า... ในขณะที่คณินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถเพื่อพุ่งตัวออกไปตามหาอดีตภรรยาและลูกชายให้รู้แล้วรู้รอด เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสองครั้งอย่างสุภาพ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างระหงของพิมพ์มาดาในชุดสูททำงานเข้ารูปดูภูมิฐานและทรงพลัง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องด้วยท่าทีนิ่งสงบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาของเธอที่มองตรงมายังเขา เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่คนเคยรู้จักเธอไม่มีทางได้เห็นมาก่อน และที่ด้านหลังของเธอ... มีร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักกำลังกอดตุ๊กตาหมีในมือแน่น เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองรอบห้องด้วยความสนใจ ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะหันมาสบเข้ากับคณินพพอดี คณินแข็งค้างเป็นหุ่นปูนปั้น ลลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเด็กชายตัวน้อยเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย แล้วเอ่ยปากถามมารดาด้วยเสียงใสแจ๋วที่ก้องกังวานไปทั่วห้องทำงานอันเงียบงัน "คุณแม่ครับ... ผู้ชายใจร้ายคนนี้เหรอครับ ที่คุณแม่เคยบอกว่า... เขาไม่ใช่พ่อของเรา?" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำความเจ็บปวด และสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%