กลิ่นกาแฟดำราคาแพงที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว ไม่ได้ช่วยให้สมองของคณินปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย เอกสารนับร้อยหน้าที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทองในเวลานี้ ดูไร้ค่าไปถนัดตา เมื่อเทียบกับกระดาษแผ่นเดียวที่เขาเพิ่งฉีกทิ้งลงถังขยะไปเมื่อไม่กี่นาทีพินิจ... ใบหย่า ที่มีลายเซ็นของพิมพ์มาดากวัดแกว่งอย่างเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใย
ผู้ชายอย่างคณินไม่เคยต้องพ่ายแพ้ให้กับสิ่งใด อำนาจ เงินตรา และชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ คือสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขามาตลอดชีวิต จนกระทั่งวันที่เขาผลักไสผู้หญิงคนหนึ่งออกจากบ้านอย่างไร้หัวใจ วันนั้นแหละที่เขาเพิ่งตระหนักว่า ความเงียบงันที่พิมพ์มาดาทิ้งไว้ มันบาดลึกและกัดกินหัวใจยิ่งกว่าคมมีดเล่มไหนๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสำรวม ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลทึบที่คณินรอคอยมาตลอดสัปดาห์
"ตามที่ท่านประธานสั่งครับ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณพิมพ์มาดาในช่วงสามปีหลังถูกรวบรวมไว้ในนี้หมดแล้วครับ"
คณินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร เขาเพียงแค่แบisticมือรับซองเอกสารนั้นมา ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าปกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอยากรู้และหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายลงเหลือเพียงความกระวนกระวายใจอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน
"ออกไปก่อนได้แล้ว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ แต่แฝงด้วยความกดดัน
เมื่อประธานหนุ่มอยู่ตามลำพัง นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการเซ็นสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านค่อยๆ แกะเชือกสีขาวที่พันธนาการซองเอกสารออก เอกสารปึกใหญ่ ภาพถ่ายหลายใบ และประวัติการใช้ชีวิตของพิมพ์มาดากระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า
ภาพแรกที่สะท้อนเข้าสู่สายตาทำเอาลมหายใจของคณินสะดุดกึกลงไปกองที่ตาตุ่ม มันไม่ใช่ภาพของพิมพ์มาดาผู้หญิงอ่อนแอที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจในวันที่เขาไล่ตะردเธอออกจากบ้าน แต่เป็นภาพของผู้หญิงในชุดสูททำงานเข้ารูป ท่าทางมั่นอกมั่นใจ รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยพลังและความสำเร็จ เธอยืนอยู่หน้าบริษัทออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังแห่งหนึ่งในฐานะ "ผู้บริหาร" ไม่ใช่แค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความรู้สึกอัดอั้นแล่นพล่านไปทั่วอก ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง กลับกลายเป็นนกอินทรีที่โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้างได้อย่างสง่างาม โดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเงินจากอดีตสามีอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย
มือหนาพลิกดูภาพถ่ายใบถัดไป... ภาพการเซ็นสัญญาธุรกิจ ภาพการประชุมร่วมกับนักลงทุนต่างชาติ และภาพที่พิมพ์มาดากำลังหัวเราะอย่างมีความสุขกับเพื่อนร่วมงาน ภาพเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่คอยทิ่มแทงหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบ ทุกรอยยิ้มของเธอในภาพตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายว่า การไม่มีเขาอยู่ในชีวิต... ทำให้พิมพ์มาดาชีวิตดีขึ้นอย่างเทียบไม่ติด
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คณินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา
ภาพถ่ายชุดสุดท้ายที่ร่วงหล่นลงมาจากปึกเอกสาร เป็นภาพถ่ายกลางแจ้งที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง พิมพ์มาดากกำลังนั่งยองๆ หัวเราะร่าเริงขณะใช้มือเช็ดเหงื่อให้เด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสามขวบ เด็กชายที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากใครบางคน... คนที่กำลังนั่งมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่หยุดเต้น
"ไอ้... พีท..."
ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาของคณินอย่างไม่รู้ตัว สมองของเขาขาวโพลน ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาฉายซ้ำ ในวันที่พิมพ์มาดาพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา แต่เขาเลือกที่จะปัดตกและบอกว่ามันเป็นแค่เกมเรียกร้องความสนใจ วันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่เขาและแม่ของเขากลับตราหน้าว่าเธอนอกใจและคิดจะเกาะเขากิน
ความจริงที่กระแทกเข้าหน้าอย่างจังทำให้คณินรู้สึกหายใจไม่ออก มือที่ถือภาพถ่ายสั่นเทารุนแรง เด็กคนนั้น... ลูกชายของเขา ลูกแท้ๆ ที่เขาเคยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย และปล่อยให้ภรรยาอุ้องท้องหนีไปเผชิญชะตากรรมตามลำพังในวันที่มืดแปดด้าน
"โธ่เว้ย!"
คณินคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด กำปั้นหนากระแทกลงบนโต๊ะทำงานจนแฟ้มเอกสารกระเด็นกระดอน ความโกรธเกรี้ยว ความสำนึกผิด และความเกลียด
ชังตัวเองผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก เขากลายเป็นคนโง่เง่าขนาดไหนกัน ที่ปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองต้องไปเติบโตโดยไม่มีพ่อ คอยมองหาความอบอุ่นจากครอบครัวที่ขาดแคลน ทั้งที่เขามีปัญญาเลี้ยงดูเด็กคนนั้นให้สุขสบายที่สุดบนกองเงินกองทอง
สายตาคมกริบกวาดมองรายละเอียดในรายงานของนักสืบต่ออย่างบ้าคลั่ง
*ที่อยู่ปัจจุบัน: คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง และบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นย่านชานเมือง*
*สถานะครอบครัว: เลี้ยงดูบุตรชายเพียงลำพัง ไม่มีทีท่าว่าจะมีชายอื่นเข้ามาพัวพัน*
ข้อมูลนี้ไม่ได้ทำให้คณินรู้สึกโล่งใจเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย พิมพ์มาดาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง และสามารถเลี้ยงดูลูกชายให้เติบโตมาอย่างดีเยี่ยมโดยไม่ต้องพึ่งพาศักดิ์ศรีจอมปลอมของเขา
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบงัน คณินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมาก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเฉียบขาดเช่นเคย
"มีอะไร..."
"ท่านประธานครับ ทางคุณคิมหันต์คู่ค้าทางธุรกิจจากฮ่องกง แจ้งว่าต้องการนัดพบเพื่อเซ็นสัญญาด่วนในวันพรุ่งนี้ครับ และ... เขาขอให้จัดประชุมที่บริษัทออกแบบตกแต่งภายในของคุณพิมพ์มาดาครับ เขาบอกว่าเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่เขาอยากให้เราไปร่วมโต๊ะด้วยครับ"
คำพูดของเลขานุการทำให้คณินนิ่งงันไปชั่วขณะ โลกใบนี้มันช่างกลมเสียจนน่าขัน หรือบางที... นี่อาจจะเป็นโชคชะตาที่กำลังเล่นตลก เพื่อลากคอเขาให้ไปชดใช้บาปกรรมที่เคยทำไว้
มุมปากของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ในเมื่อพิมพ์มาดาคิดว่าจะซ่อนลูกและตัดขาดจากเขาได้ง่ายๆ เธอก็คงต้องคิดใหม่เสียแล้ว
"จัดไป... พรุ่งนี้ฉันจะไปประชุมด้วยตัวเอง" คณินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสวาทฉายแววเด็ดเดี่ยว "และเตรียมรถให้พร้อม... ฉันจะไปหาอดีตภรรยา "ถึงที่ทำงาน" ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำความเจ็บปวด และสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 11
สืบให้ถึงที่สุด
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!