กลิ่นหอมกรุ่นของแพนเค้กเนยสดที่ลอยอบอวลอยู่ในครัวขนาดกะทัดรัด ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดภายในห้องชุดหรูหรานี้เจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณคณินครับ ผมคิดว่าของเล่นชิ้นนี้มันมากเกินไปสำหรับเด็กอายุสามขวบ"
เสียงนุ่มทุ้มแต่ราบเรียบของพิมพ์มาดา ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ เธอยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาและระแวดระวัง ขณะมองชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมปูพื้นห้องนั่งเล่น
คณินชะงักมือที่กำลังประกอบหุ่นยนต์บังคับวิทยานำเข้าจากต่างประเทศ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเฉียบคมและเย่อหยิ่งในอดีต บัดนี้กลับฉายความอ่อนล้าและร่องรอยของการพยายามประนีประนอมอย่างเห็นได้ชัด
"ผมแค่อยากซื้อสิ่งที่พีทอยากได้... หรืออย่างน้อยก็คิดว่าแกน่าจะชอบ" คณินตอบเสียงค่อย เขาวางชิ้นส่วนพลาสติกลงบนพรมอย่างเบามือ ก่อนจะหันไปมองเด็กชายตัวน้อยที่นั่งตาแป๋วอยู่บนโซฟา
"พ่อครับ! หุ่นตัวนี้มันบินได้จริงๆ เหรอครับ" เสียงใสแจ๋วของน้องพีทเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายระยิบระยับตามประสาเด็กผู้ชายที่ถูกล่อลวงด้วยสิ่งเร้าราคาแพง
"บินได้สิครับ พีทอยากลองบังคับดูไหมล่ะ เดี๋ยวพอดad... เอ๊ย พ่อสอนให้" คณินรีบเปลี่ยนสรรพนาม หัวใจของเขาหล่นวูบไปที่ตาตุ่มเกือบทุกครั้งที่เกือบจะแทนตัวเองด้วยคำว่า 'แดดดี้' แบบที่เด็กชายมักจะเรียกเล่นตามซีรีส์ฝรั่ง
พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไป เธอเกลียด... เกลียดเหลือเกินที่เห็นลูกชายมีท่าทีตื่นเต้นและเริ่มมีความผูกพันกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เคยผลักไสไล่ส่งเธอในวันที่เธอกำลังตั้งท้องอย่างไร้เยื่อใย ผู้ชายที่เคยบอกว่าเด็กคนนี้คือ 'ภาระ' และเป็นความผิดพลาด
แต่ทว่า... ในวันนี้ เมื่อคณินสูญเสียทุกอย่างที่เขาเคยคิดว่าสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ เงินทอง หรือแม้กระทั่งความมั่นใจในตัวเอง เขาถึงได้ตระหนักว่าสิ่งที่เขาโหยหาที่สุดไม่ใช่บัลลังก์ธุรกิจ แต่เป็นครอบครัวที่เขาเคยทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
"พีทครับ ไปล้างมือก่อนนะลูก ใกล้จะได้เวลาทานมื้อเที่ยงแล้ว" พิมพ์มาดาพยายามบังคับน้ำเสียงให้อยู่ในระดับปกติที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบกระจิตใจลูก
"ครับแม่!" เด็กชายรับคำอย่างรวดเร็ว วิ่งดุ๊กดิ๊กหายเข้าไปในห้องน้ำทันที โดยมีสายตาของคณินมองตามไปด้วยความเอ็นดูระคนอาลัย
เมื่อลับร่างเล็ก พิมพ์มาดาก็เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคณิน เธอไม่ได้มองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวเหมือนหลายสัปดาห์ก่อน แต่ความสงบนิ่งและเฉยชาของเธอนี่แหละที่บาดลึกหัวใจของคนมองยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"คุณกำลังทำอะไรกันแน่ คณิน" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คุณคิดว่าเงิน ทรัพย์สิน หรือของเล่นราคาแพงพวกนี้ จะลบเลือนสิ่งที่คุณทำกับเราแม่ลูกในอดีตได้งั้นเหรอ?"
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว ความกดดันจากตัวตนของเขาแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ แต่พิมพ์มาดาหาได้สะทกสะท้านไม่ เธอยืนหยัดเผชิญหน้าอย่างสง่างามในฐานะแม่ปกป้องลูก
"ผมไม่ได้คิดจะใช้เงินซื้ออดีตพิมพ์..." คณินพูดเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด "และผมรู้ดีว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันเลวร้ายแค่ไหน ผมไม่อาจเรียกร้องให้คุณยกโทษให้ผมได้ในเร็ววันหรอก... แต่พิมพ์ครับ ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ"
"หน้าที่พ่อ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "วันที่ฉันเจ็บปวดจนแทบขาดใจวันที่คลอดลูกออกมาลำพัง คุณอยู่ที่ไหน? วันที่ลูกถามหาพ่อแล้วฉันตอบไม่ได้ว่าพ่อเขาคือใคร คุณกำลังทำอะไรอยู่? คุณเพิ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ ก็ต่อเมื่อคุณเหลือตัวคนเดียวแล้วต่างหาก คณิน!"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด คณินสะอึก ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เขารู้ว่าเขาสมควรได้รับมัน เขาสมควรถูกตอกหน้าด้วยความจริงอันเจ็บปวดนี้ แต่หัวใจที่ด้านชามานานนับปี กลับมารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาจริงๆ ก็ในวันที่เขาได้รับรู้รสชาติของการถูกปฏิเสธ
"ผมขอโทษ..." คำพูดสั้นๆ ที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ชายหนุ่มผู้เคยถือตัวและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นห้องต่อหน้าอดีตภรรยา หยดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาเงียบๆ จากดวงตาคู่คม "ผมยอมรับผิดทุกอย่าง... แต่ได้โปรด อย่ากีดกันผมออกจากชีวิตลูกเลยนะพิมพ์ พีทคือคนเดียวที่ทำให้ผมอยากตื่นขึ้นมามีชีวิตอยู่ต่อในทุกๆ วันนี้"
พิมพ์มาดานิ่งงัน ภาพของคณินผู้เย่อหยิ่งในอดีตซ้อนทับกับผู้ชายที่กำลังร่ำไห้อยู่แทบเท้าเธอในตอนนี้ ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอก เธอยังคงรักเขาไหม? อาจจะมีความทรงจำเก่าๆ หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ความเจ็บปวดมันฝังรากลึกเกินกว่าจะดึงออกได้ง่ายดาย
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งกลับออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยขึ้น
"แม่ครับ พ่อครับ! มีคนมาเคาะประตูห้องด้วยครับ ปะป๊า... เอ๊ย ลุงข้างนอกบอกว่ามีของมาส่งให้คุณแม่ครับ"
ทั้งคณินและพิมพ์มาดาชะงัก คณินรีบปาดน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ขณะที่พิมพ์มาดากล่าวด้วยความแปลกใจ เพราะปกติแล้วเธอไม่เคยสั่งของออนไลน์มาส่งที่คอนโดนี้ และไม่มีใครรู้ที่อยู่ของเธอ นอกจาก...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คณินหันไปมองหน้าพิมพ์มาดาด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตูนั้นเสียเองเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้
ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบ ทว่าใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ
คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่พิมพ์มาดาที่เดินตามหลังมาถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเห็นว่าผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร...
"สวัสดีครับคุณคณิน และ... สวัสดีครับคุณพิมพ์มาดา" ทนายความส่วนตัวของตระกูลใหญ่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่รอยยิ้มนั้นกลับซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
"คุณมาทำอะไรที่นี่?" คณินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
ทนายหนุ่มยิ้มรับ ชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคนทั้งคู่หยุดหมุนลงในเสี้ยววินาที
"ผมได้รับมอบอำนาจจาก 'คุณท่าน' ให้มาส่งศาลคำสั่งด่วนที่สุดครับ... เรื่องการยื่นฟ้องร้องเพื่อขออำนาจปกครองบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ 'เด็กชายพีรดนย์' ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้ตัวละครทุกตัวมา ณ ที่นี้นะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 20
ลูกคือสะพานเชื่อม
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!