หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 4

โลกใหม่ที่สดใสกว่า

ผลงานโดย บันทึกคนจร
ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูบานใหญ่ที่ดังขึ้นอีกครั้ง ดึงสติของพิมพ์มาดาให้หลุดออกจากห้วงความคิดอันมืดดำของอดีต มือบางที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับนิ่งสนิท เธอสูดลมเข้าปอดลึกยาวเพื่อเรียกสติ ก่อนจะตัดสินใจหมุนลูกบิดเปิดประตูออกเผชิญหน้า หากแต่... ไม่ใช่ใบหน้าของคนที่เธอกลัวที่สุดในโลกอย่างที่จินตนาการไว้ "คุณพิมพ์ครับ เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ ฝ่ายการตลาดส่งมาให้ตรวจทานรอบสุดท้ายแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของเลขาหนุ่มคนสนิทดังขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ยื่นมาตรงหน้า พิมพ์มาดาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากได้รูป เธอรับแฟ้มนั้นมาถือไว้ด้วยท่าทีสง่างาม "ขอบคุณมากครับคุณกรณ์ รบกวนช่วยจัดประชุมด่วนตอนบ่ายสองโมงด้วยนะครับ ผมต้องการเคลียร์โปรเจกต์ใหม่ให้จบก่อนสิ้นสัปดาห์นี้" สามปี... ตัวเลขสามปีฟังดูไม่นานนักในปฏิทินของกาลเวลา แต่มันมากพอที่จะหล่อหลอมเศษซากความพังทลายของผู้หญิงคนหนึ่ง ให้ลุกขึ้นยืนหยัดอย่างสง่างามบนหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็น จาก "พิมพ์มาดา" ภรรยาผู้ถูกลืมเลือน ไร้ค่า และถูกเหยียบย่ำในคฤหาสน์ตระกูลคณิน บัดนี้เธอกลายเป็น "ซีอีโอ" สาวแห่งบริษัทออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังที่ใครต่อใครต่างก็เกรงใจ หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งรอความเมตตาจากสามีผู้เย็นชาอีกต่อไป ทว่าคือเวิร์กกิ้งวูแมนมืออาชีพผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองและลูกชายไว้ในกำมืออย่างมั่นคง ในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูทอดมองออกไปเบื้องล่าง ตึกสูงระฟ้าและสายรถราที่วิ่งพลุกพล่านสะท้อนลงบนกระจกใส สะท้อนภาพเงาของหญิงสาวผู้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้อย่างน่าทึ่ง ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้เลือนหายไปไหน... มันเพียงแต่ถูกแปรเปลี่ยนเป็น "เกราะเหล็ก" ที่แข็งแกร่งเท่านั้นเอง ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ตามมาด้วยรอยยิ้มกว้างของพี่พี่เลี้ยงสาวใหญ่ "คุณพิมพ์คะ น้องพีทตื่นจากการนอนกลางวันแล้วครับ กำลังงอแงตามหาคุณแม่อยู่เลยครับ" หัวใจที่แข็งดั่งหินผาของพิมพ์มาดาอ่อนยวบลงในทันที เธ่าวางปากกาในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวที่จัดไว้ภายในสำนักงาน ภาพของเด็กชายวัยสามขวบเศษ ดวงตากลมโตเป็นประกาย แก้มป่องยุ้ย และรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่ผิดเพี้ยน กำลังวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาอ้อมกอดของเธอ "หมะมี๊ฮะ..." เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วเอ่ยเรียก พร้อมกับสองแขนป้อมที่โอบกอดรอบคอเธอแน่น พิมพ์มาดากอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก สัมผัสอุ่นร้อนและกลิ่นแป้งเด็กคือพลังชีวิตเดียวที่ทำให้เธอยอมตื่นขึ้นมาสู้กับโลกอันโหดร้ายนี้ในทุกๆ วัน น้องพีทคือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่คณินไม่มีวันได้สัมผัส ไม่มีวันได้รู้ว่าเด็กชายผู้เพียบพร้อมและน่ารักคนนี้คือน้ำ เลือดเนื้อเชื้อไขที่ผู้เป็นพ่อเคยปัดไสและไม่เคยแม้แต่จะชายตามองในวันที่เธออุ้มท้องด้วยความร้าวราน "คนเก่งของหมะมี๊ตื่นแล้วเหรอครับ หิวนมไหมฮะ เดี๋ยววันนี้เลิกงานเร็ว หมะมี๊จะพาไปกินไอศกรีมร้านโปรดดีไหมครับ" พิมพ์มาดาเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาคู่สวยทอประกายความรักความอบอุ่นล้นปรี่ "เย้! กินไอติม! รักหมะมี๊ที่สุดเลยครับ!" เด็กน้อยหัวเราะคิกคัก เอาแก้มยุ้ยๆ มาถูไịกับแก้มของมารดาอย่างออดอ้อน ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มและความสุขกำลังอบولอวลอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมยาวทำลายบรรยากาศอันสงบสุข พิมพ์มาดาวางลูกชายลงอย่างเบามือ แล้วเดินกลับมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู เบอร์แปลกหน้าทว่าขึ้นต้นด้วยรหัสพื้นที่คุ้นเคยอย่างประหลาดทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เธอกดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเป็นมืออาชีพตามนิสัย "สวัสดีครับ พิมพ์มาดาพูดครับ" ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ราวกับกำลังรวบรวมลมหายใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคย—เสียงที่เธอเคยฝันร้ายถึงนับครั้งไม่ถ้วน เสียงที่สั่นคลอนหัวใจเธอในอดีต จะดังลอดผ่านลำโพงออกมาด้วยความสั่นพร่าเล็กน้อย "พิมพ์... นี่ฉันเองนะ คณิน..." ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจในยามบ่าย บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงชั่วขณะ มือบางที่ถือโทรศัพท์เผลอกำแน่นจนข้อต่องานขึ้นสีขาว พิมพ์มาดา দাঁড়นิ่งค้างอยู่ที่เดิม หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความตกใจ ความโกรธเกรี้ยว และความเย็นชาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว เขากลับมาแล้ว... ผู้ชายคนที่เคยผลักไสเธอลงเหวด้วยความไร้เยื่อใย "คุณมีธุระอะไรกับผมครับ ถ้าเรื่องงาน เชิญติดต่อผ่านเลขาของผมได้เลยครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว... เราสองคนไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกแล้วครับคุณคณิน" เธอกล่าวสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ เหมือนเช่นอดีต ปลายสายสะดุดกักกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของอดีตภรรยา คณินในยามนี้ไม่ได้เป็นนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งคนเดิมอีกต่อไป เขากำลังยืนอยู่หน้าตึกสำนักงานของเธอในมือถือใบรายงานสืบสวนที่เพิ่งได้รับเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน—ใบรายงานที่ระบุชัดเจนว่าอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ บัดนี้กลายเป็นนักธุรกิจหญิงแถวหน้า และที่สำคัญ... หลอดเลือดหยดหนึ่งของเขากำลังเติบโตอยู่ที่นี่ "พิมพ์... ผมรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว... และผมขอร้อง... ให้โอกาสผมได้เจอหน้าลูกสักครั้งเถอะนะ" ************************************************** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%